ขณะที่ พ.ต.อ.ฐนพงศ์ โพธิ์ทิ ผกก.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมทั้งสอบสวนพยานแวดล้อม และหลักฐานจากกล้องวงจรปิด เห็นว่านักท่องเที่ยวชาวอาหรับ 2 คน ขี่จักรยานยนต์บิ๊กไบค์ลอดใต้อุโมงค์มุ่งหน้าพัทยาใต้ด้วยความเร็วสูง เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ มีชาวกัมพูชาขับขี่ออกมาจากซอยเขาน้อย และเปลี่ยนช่องทางเดินรถกระทันหัน เป็นเหตุให้รถทั้งสองคันชนกันอย่างรุนแรง
และจากการตรวจสอบของตำรวจยืนยันว่า ชาวอาหรับที่ประสบอุบัติเหตุมาเพียงคันเดียว ไม่ได้ขับมาเป็นกลุ่มตามกล้องวงจรปิดที่ปรากฎ ส่วนรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับสำนวนและข้อกฎหมาย คงต้องรอพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าการตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายทั้งสองฝ่าย หรือร่องรอยการเฉี่ยวชน รอยขูดบนท้องถนน จากกองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อหลักฐานที่ชัดเจนในการพิจารณาชั้นศาล
ทั้งนี้ สภ.เมืองพัทยา ทราบถึงปัญหานักท่องเที่ยวชาวอาหรับชับขี่จักรยานยนต์ด้วยความเร็ว ประมาท และก่อความเดือดร้อนแก่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน รวมทั้งผู้อาศัยรอบข้าง ตามที่ได้มีการรายงานข่าวผ่านสื่อหลายแขนงในช่วงที่ผ่านมา ทาง สภ.เมืองพัทยา ได้ดำเนินการแก้ไขและป้องกันปัญหาอย่างต่อเนื่อง ได้ประสานงานกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งประชาสัมพันธ์ข้อมูล และบังคับใช้กฎหมายเพื่อความปลอดภัยของประชาชน โดยบูรณาการความร่วมมือกับฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง ตรวจคนเข้าเมืองชลบุรี และตำรวจท่องเที่ยวพัทยา โดยมีผลดำเนินงานระหว่างวันที่ 14 กรกฎาคม - 15 สิงหาคม 2566 รวมเวลา 33 วัน ดังนี้
1. การบังคับใช้กฎหมายกับนักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการ 1.1 ออกใบสั่งกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอาหรับที่กระทำความผิดตามพรบ.รถยนต์ และ พรบ.จราจรทางบุก จำนวน 800 ราย เฉลี่ยวันละ 25 ราย จากการตรวจสอบไม่พบว่ามีผู้ใดถูกออกใบสั่งซ้ำ , 1.2 เก็บรักษารถจักรยานยนต์ไว้ตรวจสอบ 272 คัน เฉลี่ยวันละ 9 คัน , 1.3 เปรียบเทียบปรับผู้ประกอบการธุรกิจรถเช่า ในกรณียินยอมให้ผู้ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ จำนวน 153 ราย เฉลี่ยวันละ 5 ราย อยู่ระหว่างการสำรวจตัวเลขว่าร้านใด ถูกดำเนินการซ้ำ
2. การประชาสัมพันธ์กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจรถเช่าเกี่ยวกับข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 35 ร้าน จำนวน 410 คัน ทุกคันเสียภาษีครบถ้วน พร้อมเก็บข้อมูลในสารระบบร้านให้เช่าจักรยานยนต์ และมีการสำรวจอย่างต่อเนื่อง
3. ตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจร และออกใบสั่งผู้กระทำความผิดตาม พรบ.ที่เกี่ยวข้องทั้งผู้ขับขี่ชาวไทยและต่างชาติอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพบผู้แทนสถานทูตคูเวตประจำประเทศไทย โดย สภ.เมืองพัทยาได้แสดงความพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนถนน และร่วมหารือแนวทางประชาสัมพันธ์ข้อมูล กฎหมาย และข้อปฏิบัติ ให้ผู้ดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทย เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มชาวอาหรับ โซนตะวันออกกลาง
ที่ผ่านมาชาวอาหรับ คือ นักท่องเที่ยวที่ให้เกียรติเมืองพัทยา โดยเฉพาะช่วงนี้มีชาวอาหรับเข้ามาพักผ่อนกว่า 3,800 คน แต่ละคนจากการทำข้อมูลเพื่อแก้ปัญหา พบว่าพกเงินมาจับจ่ายใช้สอยขั้นต่ำคนละ 1 แสนบาท คิดเป็นเงินรวมกว่า 380 ล้านบาท ที่ทำให้ผู้ประกอบการในพัทยาได้กลับมายิ้มให้การประกอบอาชีพช่วงนี้