นายสมิทธ์ สารภีทอง อายุ 26 ปี ผู้บาดเจ็บ บอกว่า ในวันเกิดเหตุเมื่อรถวิ่งมาถึงซอยพลูเจริญ ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ ขณะนั้นตนเองรู้สึกเหมือนถูกของแข็งฟาดเข้าที่บริเวณใบหน้าอย่างแรง หลังจากนั้นภาพที่มองเห็นก็ตัดไปทันที กระทั่งมารู้สึกตัวอีกครั้ง ก็พบว่ามานอนอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
"ผมได้รับบาดเจ็บบริเวณตาข้างซ้าย จนทำให้มองอะไรไม่เห็น และมีอาการปวดศรีษะ โดยแพทย์ได้แจ้งว่า กระโหลกศรีษะแตก และตาข้างซ้ายบอดสนิทแบบร้อยเปอร์เซ็นต์"
นายสมิทธ์ กล่าวอีกว่า มาทราบภายหลังว่า ผู้ก่อเหตุเป็นใคร และยืนยันว่าไม่เคยรู้จัก และไม่เคยไปมีเรื่องอะไรกับผู้ก่อเหตุมาก่อน ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ไม่รู้ว่า มาดักทำร้ายทำไม รู้แต่ว่าผู้ก่อเหตุเป็นขาใหญ่ในพื้นที่ อ.บางพลี
หลังเกิดเหตุยังได้โพสต์เฟซบุ๊กท้าทาย และข่มขู่ด้วยว่า เมื่อไหร่จะเอาตำรวจมาจับ และมาเอาคืนซะที หลังจากนี้ จะเดินหน้าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
ด้าน "กัน จอมพลัง" บอกว่า หลังจากที่ผู้เสียหายมาร้องขอความช่วยเหลือ ตนเองรู้สึกว่า ผู้ก่อเหตุมีพฤติกรรมค่อนข้างกร่างในพื้นที่ และไม่มีความเกรงกลัวต่อกฎหมาย โดยลงมือก่อเหตุแบบไม่เลือกบุคคล ลักษณะเหมือนเจอใคร ก็จะลงไม้ลงมือแบบไม่ยั้ง เหมือนกับว่าบ้านเมืองนี้ ไม่มีขื่อมีแป
หลังก่อเหตุก็ไม่มีการมาเยียวยาผู้บาดเจ็บ แถมผู้ก่อเหตุยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ และยังโพสต์โซเซียลข่มขู่ และท้าทายผู้บาดเจ็บอีกด้วย โดยไม่มีจิต หรือความสำนึกต่อการกระทำ หรือพฤติกรรมที่เกิดขึ้น ขอให้ สภ.บางพลี ติดตามคดีในถึงที่สุด
ขณะที่ พ.ต.อ.วิโรจน์ ตัดโส ผกก.สภ.บางพลี ระบุว่า เบื้องต้น จากการตรวจสอบพยานหลักฐาน ขณะนี้พนักงานสอบสวน สามารถออกหมายจับผู้ก่อเกตุ ทั้ง 2 รายได้แล้ว โดยมีการขออนุญาตหมายศาลเป็นที่เรียบร้อย ในข้อหา “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส”
หากสามารถติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดได้แล้ว ก็จะเร่งดำเนินการสอบปากคำผู้ต้องหา และหากได้ใบรับรองแพทย์ ของผู้บาดเจ็บมายืนยันด้วยว่า ได้รับอาการเกินกว่า 20 วัน ทางพนักงานสอบสวน ก็จะดำเนินแจ้งข้อหา “พยายามฆ่า“ ต่อไป
เบื้องต้น พนักงานสอบสวน ออกหมายจับ 2 ราย ดังนี้
- นายอัครเดช (สงวนนามสกุล) อายุ 18 ปี ผู้ขับขี่
- นายธวัชชัย สมนึก อายุ 30 ปี คนทำร้ายร่างกาย
พ.ต.อ.วิโรจน์ กล่าวอีกว่า ทางผู้ก่อเหตุทั้ง 2 ราย ได้มีการขับรถวนดูในบริเวณโดยรอบ และขับขี่รถจยย.วนตามหาคู่กรณี ที่เป็นหลานของผู้บาดเจ็บ ตามจุดต่างๆ โดยพฤติการณ์ของผู้ต้องหา มีเจตนาที่หวังจะมาก่อเหตุ โดยมีการนำไม้เบสบอล ติดตัวมาด้วย เพื่อใช้เป็นอาวุธอย่างชัดเจน ตอนนี้ทั้ง 2 คนได้หลบหนีไป
จากการตรวจสอบครอบครัวของหนึ่งในผู้ก่อเหตุ ทราบว่า พ่อของเขาเองนั้นยังคงติดคุกอยู่ในเรือนจำ ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านของผู้ต้องหาแล้วนั้น แต่ก็ยังไม่พบตัวผู้ต้องหา
อยากฝากเตือนญาติ ของผู้ต้องหา หากฟัง หรือดูข่าวอยู่นั้น อยากให้แนะนำ หรือพาบุตรหลาน เข้ามามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหากยังไม่เข้ามาพบ ทางตำรวจก็จะดำเนินการกดดันในทุกช่องทาง
ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะต้องติดตามจับกุมตัวคนร้ายทั้ง 2 ตามหมายจับ ให้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อให้มารับโทษที่ได้กระทำลงไป