โดยทางกรมการปกครอง สืบทราบข้อมูลจากพื้นที่ว่า บ่อนการพนันแห่งนี้ จะมีสถานที่การให้เล่นการพนันสองที่ เพื่อหลบหลีกการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ และหลังจากที่เฝ้าติดตามพบว่า อาคารสามารถจุนักพนันได้ร่วม 300 คน โดยประตูทางเข้าจะมีทางเดียว มีการ์ดตรวจตราหน้าประตูทางเข้า 2 ราย คอยดูต้นทาง คอยตรวจตราคนเล่นหน้าใหม่ และบริเวณที่จอดรถ มีการ์ดคอยสอดส่องดูแลรถเข้า-ออก ตลอดเวลา
ภายในบ่อนห้ามนักพนันไม่ให้ใช้โทรศัพท์โดยเด็ดขาด และจะยึดโทรศัพท์ของนักพนัน ก่อนเข้าเล่นภายในบ่อน นักพนันที่มาเล่นภายในบ่อน สามารถจอดรถด้านหน้าบ่อนได้ มีพื้นที่กว้างขวางในการรองรับนักพนัน
สำหรับจุดเด่นของบ่อนการพนันนี้ จะมีการให้บริการ ขนม เครื่องดื่ม และอาหารให้แก่นักพนัน เพื่อเป็นการดึงดูดใจนักเล่น นอกจากนี้ยังมีตู้ยิงปลา ให้นักพนันเล่น เพื่อการผ่อนคลาย จากการเล่นการพนันประเภทอื่น ๆ โดยบ่อนดังกล่าว มีการตรวจตราอย่างแน่นหนา พบกล้องวงจรปิด รวม 11 ตัว เพื่อสอดส่อง ตรวจตรานักพนันที่เข้ามาเล่นภายใน
ภายหลังการเข้าตรวจค้น จับกุม พบนักพนันและเจ้ามือ จำนวนรวม 104 คน เป็นเจ้ามือ
-วงเสือมังกร 5 คน
-วงไฮโล 10 คน
-วงบาคาร่า 4 คน
พร้อมกับตรวจยึดรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ภายในบ่อน
- รถยนต์ จำนวน 31 คัน
- รถจักรยานยนต์ จำนวน 10 คัน และด้านนอกบ่อนอีกจำนวนมาก
นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ เปิดเผยว่า บ่อนแห่งนี้เปิดเล่นพนันใจกลางชุมชน เย้ยต่อกฎหมาย กล้าตบตาเจ้าหน้าที่ โดยเป็นบ่อนขนาดใหญ่ ซึ่งทางฝ่ายปกครองได้รับการร้องเรียน จากชาวบ้านผ่านศูนย์ดำรงธรรม วันแห่งนี้มีการเล่นพนันหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นบาคาร่า ไฮโล เสือมังกร นอกจากนี้ยังพบไพ่อีกหลายร้อยสำรับ ที่ถูกลักลอบนำเข้าโดยผิดกฎหมายอีกด้วย ส่วนนายทุนของบ่อนการพนันแห่งนี้พบว่า เป็นนายทุน อยู่ที่กรุงเทพฯ
อย่างไรก็ตามฝ่ายปกครองชุดจับกุม ได้ประสานพนักงานสอบสวน สภ.ช้างเผือก ทำการอายัดรถยนต์ต้องสงสัย ที่มีเงินสดจำนวนมาก พร้อมอุปกรณ์การเล่นพนัน ซึ่งฝ่ายปกครองชุดจับกุมได้ทำการยึดไว้ตรวจสอบ จึงนำตัวผู้ถูกจับทั้งหมดมาทำบันทึกจับกุม ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองเชียงใหม่ ดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันลักลอบจัดให้มีการเล่นการพนันโดยผิดกฎหมาย ก่อนส่งพนักงานสอบสวน สภ.ช้างเผือก ดำเนินคดีต่อไป
ชมคลิปวินาทีบุกจับบ่อนกลางเมืองเชียงใหม่