จากการตรวจสอบเส้นทางที่คนร้ายได้หลบหนี พบว่า กล้องวงจรปิดบริเวณด้านหน้า สภ.บ้านค่าย สามารถจับภาพขณะที่นายสุขชัย ผู้ต้องหาขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านเกิดเหตุ ผ่านบริเวณหน้าสภ.บ้านค่าย ของคืนวันที่ 30 ก.ค.เมื่อเวลา 23.31 น. อย่างใจเย็น
ก่อนจะขับจักรยานยนต์ผ่านกล้องวงจรปิด บนถนนสาย 201 ชัยภูมิ-สีคิ้ว ผ่านหน้าสถานีตำรวจทางหลวง บ้านลี่ ไปเมื่อเวลา 23.57 น. มุ่งหน้าไปยัง สำนักงานหมวดทางหลวงละหาร บ้านลี่ หมู่9 ต.ละหาน อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ และไปก่อเหตุ ใช้ปืนกระบอกเดียวกันยิงนายพงศ์ธร สงเคราะห์ อายุ 31ปี รปภ.เพื่อนรวมงานตายอีกหนึ่งศพ
จากนั้นขับจักรยานยนต์คันดังกล่าววกย้อนกลับเข้ามาผ่านจุดตั้งกล้องวงจรปิดหน้าสถานีตำรวจทางหลวงบ้านลี่อีกครั้ง เพื่อหลบหนีเข้ามาในพื้นที่ สภ.บ้านค่าย ก่อนจะขับหลบหนีหายไปในความมืด มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองชัยภูมิ
"ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 3 ชุด ยังนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งไล่ล่าจับกุมตัวอยู่อย่างกระชันชิด"
พล.ต.ต.ฉลอง กล่าวอีกว่า สำหรับคนร้ายรายนี้ก่อเหตุรุนแรงแล้วหลบหนีไปพร้อมอาวุธปืนติดตัวอีก 2 กระบอก หากคนร้ายต่อสู้ขัดขืนคาดว่าเจ้าหน้าที่จะต้องมีการวิสามัญจับตายก็เป็นได้
สำหรับปมการสั่งหารคดีดังกล่าวมาจากจากก่อนเกิดเหตุนายวิชา เพิกชัยภูมิ อายุ 72 ปี ผู้เสียชีวิตที่เป็นพี่เขยนายสุขชัย หิรัญภาพงษ์ อายุ 54 ปี ผู้ต้องหา ซึ่งมีบ้านเรือนอยู่ติดกันได้เกิดเรื่องละหองละแหงทะเลาะกับนายวิชา ผู้เสียชีวิต ที่เป็นพี่เขยอยู่เป็นประจำ เรื่องที่นายวิชา พี่เขยชอบไปเก็บผักผลไม้ในสวนที่เป็นที่ดินมรดก ภายในบริเวณรอบๆบ้านพักของนายสุขชัย ของน้องเขย เกิดปากเสียอยู่เป็นประจำ จึงเป็นเหตุทำให้นายสุขชัย ผู้ต้องหาเกิดความไม่พอใจจึงมีปากเสียกันอยู่เป็นประจำ
หลังก่อเหตุยิง นายสุขชัย ได้ขับรถมุ่งหน้าไปยังที่ยิงนายพงศ์ธร เพื่อนรวมงานที่เป็นลูกจ้างในตำแหน่งยามรักษาการอยู่ด้วยกันเสียชีวิตอีก 1 ศพ เพราะสาเหตุทั้งคู่เคยมีปากเสียงเรื่องทะเลาะวิวาทกันเรื่องหน้าที่การงานและการเข้าเวร ก่อนจะหลบหนีไปอยู่ในขณะนี้
"คาดว่าจะติดตามจับกุมตัวนายสุขชัย ผู้ต้องหาได้ในเร็วนี้ เพราะจากการสืบสวนยังพบว่าผู้ต้องหายังขับวนเวียนอยู่ในพื้นที่อยู่ในขณะนี้" พล.ต.ต.ฉลอง