รวบหนุ่มแสบ ทำตัวเป็นพลเมืองดี ช่วยหญิงรถตกข้างทาง สุดท้ายออกลายชิงรถหนี
04 ก.ค. 2566 | titayu_pur

ตำรวจบางแก้วรวบทันควัน หนุ่มสุดแสบ แสร้างทำตัวเป็นพลเมืองดี ช่วยหญิงรถขับตกข้างทาง ก่อนจะออกลายโจรชิงรถหลบหนี
ข่าว
04 ก.ค. 2566 | titayu_pur

ตำรวจบางแก้วรวบทันควัน หนุ่มสุดแสบ แสร้างทำตัวเป็นพลเมืองดี ช่วยหญิงรถขับตกข้างทาง ก่อนจะออกลายโจรชิงรถหลบหนี
4 กรกฎาคม 2566 ที่ สภ.บางแก้ว สมุทรปราการ พ.ต.ท.ชาญวุฒิ เทียมมงคล รอง ผกก.สส.สภ.บางแก้ว พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ได้คุมตัว นายคมศักดิ์ หรือ กอล์ฟ จิตรสุภาพ อายุ 44 ปี มาสอบปากคำ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา “ชิงทรัพย์” หลังเมื่อช่วงเช้ามืดของวันนี้ (4 ก.ค.) ได้ก่อเหตุชิงรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ฮอนด้า ซิตี้ สีขาว ของ นางธนัชชนม์ กลัญชัย อายุ 65 ปี
โดยตำรวจสามารถตามจับกุมได้ที่ บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่ง ในตรอก 9 ซอย 4 (ถนนบางแสนสาย 2) ตำบลแสนสุข อำเภอเมือง จ.ชลบุรี พร้อมของกลางเสื้อที่ใช้ก่อเหตุ และรถ จยย.ยี่ห้อ ฮอนด้า ดรีม สีแดง-ขาว และทรัพย์สินของผู้เสียหาย โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อไอโฟน
ขณะที่ผู้ต้องหา เจอหน้าผู้เสียหาย ได้กราบเท้าขอโทษผู้เสียหาย พร้อมยอมรับความผิด สืบเนื่องมาจากเมื่อเวลา 06.00 น. วันนี้ (4 ก.ค.) นางธนัชชนม์ ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.บางแก้ว ว่า ตนขับรถตกร่องน้ำ ริมถนน นายคมศักดิ์ ผู้ต้องหา ได้ขับขี่รถ จยย. ผ่านมาเจอ แล้วทำทีเป็นพลเมืองดี เข้ามาช่วย ก่อนจะขับรถผู้เสียหายหลบหนีไป
หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนจึงได้เดินทาง ตรวจสอบกล้องบริเวณที่เกิดเหตุ จนตามมาเจอรถยนต์เก๋ง ถูกจอดอยู่ภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ริมถนนเทพรัตน์ กม.13 และสามารถตามไปจับกุมตัว นายนายคมศักดิ์ พร้อมของกลางได้ ที่ชลบุรี
นางธนัชชนม์ (ผู้เสียหาย) เล่าว่า รถของตนเกิดอุบัติเหตุ แล้วผู้ต้องหา ทำเป็นเหมือนพลเมืองดี เข้ามาช่วยเหลือ ให้ตนขยับไปนั่งฝั่งซ้าย เขาก็ขึ้นมานั่งขับรถของตน และออกตัวพุ่งออกเลนขวาอย่างรวดเร็ว ตนก็รู้สึกใจไม่ดี ร้องขอผู้ก่อเหตุอย่าทำร้าย เขาก็บอกตนให้นั่งเฉย ๆ พอตนหยิบโทรศัพท์ออกมา เขาก็แย่งไป แล้วก็ใช้มือกดศีรษะตนให้ก้มลงไป ตอนนี้ตนก็ยังรู้สึกปวดคออยู่เลย
ก็เลยเกิดการต่อสู้กันอยู่พักนึง เขาก็ขู่ว่า เขามีมีดอย่าขัดขืน แต่ตนก็สู้ไว้ก่อน เพราะไม่รู้ว่าเขาจะเอาเราไปไหน ก่อนที่ตนจะเปิดกระจก ตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีใครช่วย ตนจึงตัดสินใจดึงเบรกมือ และเปลี่ยนเกียร์ไปที่พี พอรถหยุด ตนก็เลยเปิดประตูแล้วรีบลงจากรถ
จากนั้นพยายามมองหาคนให้ช่วยตามรถ แต่ไม่มีใครช่วยเลย ทำได้เพียงยืนมองเขาขับรถเราออกไป ดีที่รีโมทรถอยู่ที่ตัว ไม่ได้อยู่ในรถ ถ้าติดไปในรถ เขาก็คงขับไปไหนต่อไหนได้ คือถ้าเขาจอดตรงไหน เขาก็จะไม่สามารถสตาร์ทรถได้แล้ว ตอนนี้ตนก็ยังรู้สึกตกใจไม่หาย กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รู้สึกกลัว ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน อยากขอบคุณตำรวจ สภ.บางแก้ว ที่สามารถจับตัวคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว ทรัพย์ที่โดนคนร้ายเอาไปก็ได้คืนหมด
ด้าน นายคมศักดิ์ (ผู้ต้องหา) ยอมรับว่า ตนก่อเหตุด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ตนขี่รถ จยย. กำลังจะไปหาลูก จังหวะนั้น เห็นผู้เสียหายยืนขอความช่วยเหลืออยู่ริมถนน และก็มองรอบ ๆ แล้วไม่มีคน เนื่องจากเช้ามืด จึงยูเทิร์นรถกลับมาช่วย จนเอารถขึ้นมาได้ ก็ขับรถออกไปเลย โดยมีผู้เสียหายนั่งอยู่ข้าง ๆ
ระหว่างที่ขับมา บอกผู้เสียหายว่า ตนไม่มีเงินติดตัว ตนแค่อยากได้เงินติดตัวแค่นั้นเอง ผู้เสียหายร้องขอไม่ให้ทำอะไร ตนก็บอกว่า ไม่ทำอะไร รถนี้ตนก็ไม่เอา ผู้เสียหายก็พยามต่อสู้ตน ยื้อพวงมาลัยและเกียร์อยู่ตลอด ตนก็ปล่อยรถไหลไปเรื่อย ๆ จนสุดท้ายเขาเปิดประตู ตนก็บอกเขาว่า อย่าโดด คุยกับตนดี ๆ ตนไม่ทำร้าย เดี๋ยวคืนรถให้
หลังจากผู้เสียหายลงจากรถไปแล้ว ตนก็ขับรถไปยูเทิร์น แล้วจอดรถในปั๊มน้ำมัน ซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุไม่ไกล เงินที่ตกอยู่ 250 บาท ตนก็เติมน้ำมันให้เขา 200 บาท และเอาติดตัวไป 50 บาท ส่วนเรื่องโทรศัพท์ของผู้เสียหาย ตนเหน็บไว้ข้าง ๆ เผื่อผู้เสียหายโทรเข้ามา ก็ได้จะบอกว่า รถจอดอยู่ในปั๊ม หลังจากนั้นตนก็ถอดเสื้อนอกใส่ถุง แล้วนั่งรถสองแถวสีฟ้า ส่วนทรัพย์สินที่นำไป มีเงินสด 250 บาท และโทรศัพท์
ตอนแรกที่เจอผู้เสียหาย ตั้งใจจะเข้าไปช่วย แต่ก็ไม่เข้าใจตัวเองว่า อาจจะเป็นปมที่ไม่มีเหมือนพี่ ๆ น้อง ๆ เขา อยากมีรถ หรืออาจจะอารมณ์ชั่ววูบ แล้วจะให้ตนขอโทษผู้เสียหาย ตนก็มองว่าไม่ทันแล้ว ตนยอมรับสภาพแล้ว เคยติดคุกมา 2 รอบแล้ว คดีลักทรัพย์กับยา แต่นานแล้ว อยากจะขอโทษผู้เสียหาย ไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิดเรื่องแบบนี้ ก็อยากขอขมาด้วย
พ.ต.ท.ชาญวุฒิ เทียมมงคล รอง ผกก.สส.สภ.บางแก้ว หัวหน้าชุดจับกุม บอกว่า จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ สืบเนื่องจาก ว่า มีผู้เสียหายเป็นหญิงสูงอายุ ขับขี่รถยนต์ส่วนตัว มาตามทางบนถนนเทพรัตนขาออก จนมาถึงช่วง กม.8 รถเสียหลัก ตกลงไปข้างทาง แล้วขับรถขึ้นไม่ได้
จังหวะนั้นเอง ผู้ต้องหา คือ นายคมศักดิ์ ขี่รถ จยย. มาเจอผู้เสียพอดี จึงทำทีเป็นพลเมืองดี เข้าไปช่วย เอารถขึ้นมาจากข้างทาง ด้วยการขึ้นไปขับที่นั่งคนขับ โดยออกอุบายให้ผู้เสียหาย นั่งที่เบาะหน้าฝั่งซ้าย เพื่อถ่วงน้ำหนัก กระทั่งสามารถถอยหลัง ขึ้นจากข้างทางได้สำเร็จ ผู้ต้องหาจึงแสดงตัวเป็นคนร้าย และข่มขู่ผู้เสียหาย ให้ยืนยันส่งทรัพย์สินมาให้
แต่ผู้เสียหายเกิดการต่อสู้ ก่อนจะถูกคนร้ายข่มขู่ว่ามีอาวุธ ทำให้ผู้เสียหายขอให้ผู้ต้องหาปล่อยตัว และอาศัยจังหวะที่ผู้ต้องหาเผลอ ดึงเบรกมือจนรถหยุดและเปิดประตูวิ่งหลบหนี กระทั่งตำรวจตามไปจับกุมตัวได้สำเร็จในวันเดียวกัน