ระหว่างที่พูดคุยกัน ยอมรับว่าต่างคนต่างเมา มีการพูดจาหยอกล้อกัน ตนก็เอื้อมมือไปจับพุงของเขา ตามประสาคนรู้จักกันก็แค่นั้น และมีเพื่อนสาวที่ทำงานอยู่ที่เดียวกัน ยืนยันได้ว่า เห็นตนบีบพุงเขาจริง ๆ แต่ดันกลายเป็นว่าเขาโมโห ง้างมือมาตบที่ปากตนอย่างแรง จนปากแตกเลย แล้วหายังหาว่าตนไปจับหนอนน้อยเขาอีก ตอนนั้นรู้สึกอายมาก แต่ก็เอามือไปจับข้อมือเขาไว้เพื่อป้องกันตัว แล้วก็ถามเขาว่า ต้องตบกันเลยหรือ จากนั้นกลุ่มเพื่อน ๆ ที่มาด้วยกันกับเขา ก็ช่วยดึงห้ามปรามก่อนที่ตนจะลุกออกจากโต๊ะ ไปนั่งกับลูกค้าที่โต๊ะอื่น
น.ส.สุสิตา กล่าวอีกว่า หลังเลิกงานหนูให้เพื่อน ๆ ในร้านนำหลักฐานกล้องวงจรปิดตอนที่เกิดเหตุการณ์เอาไปแจ้งความกับตำรวจ เพื่อจะให้ดำเนินคดีกับลูกค้ารายนี้ให้ถึงที่สุด แต่ปรากฎว่าตำรวจกลับให้หนูไปหาหลักฐานมาเพิ่มว่า ลูกค้ารายนี้ เป็นใครอยู่ที่ไหน ซึ่งก็พาหนูมึนมืดแปดด้านเข้าไปอีก เพราะถึงแม้จะเคยรู้จักพูดคุยกับลูกค้ารายนั้น แต่ก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นใครอยู่ที่ไหน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ น.ส.สุสิตา พูดคุยกับผู้สื่อข่าว ปรากฎว่ามีตำรวจเจ้าของคดีโทรมาหา นัดผู้เสียหายไปที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบหาพยานหลักฐาน จากนั้นตำรวจได้สอบถามกรณีที่มีการนำข้อความไปโพสต์บนเฟซบุ๊ก ให้ไปหาหลักฐานเอาเองนั้น มันไม่เป็นความจริงตามข้อความ พร้อมยืนยันว่า เขาบอกว่าให้ น.ส.สุสิตา ไปหาหลักฐานมาเพิ่มเติม เพื่อประกอบสำนวน เตรียมเอาผิดกับคู่กรณีได้เลย