ทั้งนี้มีข้อมูลจากชุดสืบสวนสอบสวน ว่า พยานที่เดินทางมาในวันนี้เป็นกลุ่มพยานคนสำคัญที่เกี่ยวข้องในการทำหน้าที่ดูต้นทางในระหว่างที่กลุ่มผู้ต้องหาได้นัดหมายผู้เสียหายให้นำเงินจำนวน 57.2 ล้านบาท ไปไว้บริเวณกระโปงท้ายรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส สีส้ม ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดอยู่ภายในลานจอดรถ สุดซอยภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในพื้นที่ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ในวันที่ 24 พฤษภาคม
ซึ่งจากสืบสวนทราบว่า ในวันนั้นมีรถขนเงินมา 3 คัน คือ คันแรกเป็นรถเบนซ์สีขาว , คันที่ 2 และคันที่ 3 เป็นรถแท็กซี่ แบ่งรถแต่ละคันขนเงินมาคันละ 1 ก้อน ซึ่งจะเป็นเงินจากนายเค จำนวน 29.2 ล้านบาท ,เงินจากนายผุ จำนวน 8 ล้านบาท และเงินนายบอย ที่ไปนัดรับกันมาจากร้านอาหารก่อนหน้านี้ จำนวน 20 ล้านบาท เอามาใส่รวมไว้ที่ท้ายรถเก๋ง สีส้ม คันดังกล่าว ในเวลาใกล้เคียงกัน
ทั้งยังพบว่า พยานกลุ่มนี้ยืนดูลาดเลาตลอดเวลา ก่อนจะมีคนขับรถอีกคันมารับเงินออกไปจาก ท้ายรถเก๋ง สีส้ม คันดังกล่าว แต่กลุ่มพยานกลับอ้างว่า ไม่รู้ว่ารถที่มารับเงินออกไปจากท้ายรถเก๋งสีส้มคันดังกล่าว เป็นใคร และเป็นรถยี่ห้ออะไร ชุดสืบสวนสอบสวนจึงยังไม่ปักใจเชื่อพยาน
ทั้งนี้คาดว่าพนักงานสอบสวนจะใช้เวลาในการสอบปากคำอีกหลายชั่วโมง และหลังจากนี้จะมีการพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหา หรือกันตัวไว้เป็นพยาน เนื่องจากยังต้องเค้นถึงบุคคลนิรนามที่ถูกมอบหมายให้มารับเงินกันในวันนั้นว่าเป็นใคร เพราะพยานกลุ่มนี้เป็นคนดูต้นทาง เชื่อว่าต้องรู้เห็นว่าคนที่ขับคันดังกล่าวมารับเงินจำนวน 57.2 ล้าน เป็นใครเพื่อติดตามตัว และสืบสวน ขยายผลเส้นทางการเงินจำนวนนี้ต่อไป
นอกจากนี้ยังมีรายงานด้วยว่า นายบอย ได้มีการประสานกับคณะทำงานของ รอง ผบ.ตร. ว่าจะขอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ยังแบ่งรับแบ่งสู้ เพราะกลัวว่ามาแล้ว จะไม่ได้รับการประกันตัว จึงไม่มีคำยืนยันอย่างชัดเจนว่า จะเดินทางเข้ามาตามนัดหมายก่อนหน้านี้ที่ได้นัดว่าจะเดินทางมาในวันที่ 24 มิถุนายน หรือไม่ แต่จะมามอบตัวมอบตัวจริง ก็ไม่สามารถที่จะทำตามเงื่อนไขตามที่นายบอย จะประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนได้อยู่แล้ว
ดังนั้นหากต้องการประกันตัว แต่ต้องไปขอประกันตัวในชั้นศาลเท่านั้น จึงอยู่ที่ดุลยพินิจของศาลว่าจะให้ประกันตัว หรือไม่