ชาวบ้านโวย แค่เบี้ยวหนี้กองทุนหมู่บ้านหลักหมื่น แต่ถูกเรียกเก็บหลักแสน
19 เม.ย. 2566 | titayu_pur

ชาวบ้านปราสาทเทพสถิตย์ โวย แค่เบี้ยวชำระเงินกู้ เงินกองทุนหมู่บ้านหลักหมื่น แต่ถูกเรียกเก็บหลักแสน วอนหน่วยงานตรวจสอบช่วยเหลือ
ข่าว
19 เม.ย. 2566 | titayu_pur

ชาวบ้านปราสาทเทพสถิตย์ โวย แค่เบี้ยวชำระเงินกู้ เงินกองทุนหมู่บ้านหลักหมื่น แต่ถูกเรียกเก็บหลักแสน วอนหน่วยงานตรวจสอบช่วยเหลือ
19 เมษายน 2566 ชาวบ้านบ้านปราสาทเทพสถิตย์ ต.ช่อผกา อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ ที่เป็นสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน กว่า 20 คน นำหนังสือที่ทางคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน ส่งมาติดตามทวงเงินกองทุน ออกมาร้องเรียนผ่านสื่อ ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เพื่อให้มาตรวจสอบและช่วยเหลือ เพราะในหนังสือติดตามทวงเงินที่กู้ ระบุให้ชำระทั้งเงินต้น ดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี และเบี้ยปรับที่ผิดนัดชำระ หรือไม่ชำระตามกำหนดอีกร้อยละ 1 บาทต่อวัน ทำให้บางคนที่มียอดกู้เฉลี่ย 50,000 – 60,000 บาท แต่ได้รับหนังสือทวงให้ชำระ 300,000 – 400,000 บาท
โดยชาวบ้านมองว่า ไม่มีความเป็นธรรม ทั้งที่เพิ่งชำระล่าช้าเป็นปีแรก ที่ผ่านมาชำระตรงตามกำหนดมาทุกปี แต่พอจ่ายช้าแค่ปีเดียว กลับจะมาเรียกเก็บยอดที่สูงเกินความเป็นจริงหลายเท่า ทำให้ได้รับความเดือดร้อน ไม่รู้จะหาเงินที่ไหนมาจ่าย
เพราะชาวบ้านแต่ละคน ก็มีอาชีพทำนา รับจ้างทั่วไป ที่กู้เงินกองทุนหมู่บ้าน ก็เพื่อไปหมุนเวียนลงทุน และใช้จ่ายในครอบครัว และมีบางรายที่สามีเป็นคนกู้ แต่กลับมีหนังสือทวงถาม ทั้งสามีและภรรยาด้วย ทั้งที่ภรรยาไม่ได้เป็นคนกู้
นายหลาง เต็มปักษี อายุ 52 ปี หนึ่งในชาวบ้านที่เป็นสมาชิก และได้รับหนังสือทวงเงินกู้ กล่าวว่า กู้เงินกองทุนหมู่บ้าน 55,000 บาท ทุกปีที่ผ่านมาชำระมาตลอด มีปีนี้ที่ยังไม่ได้ไปชำระตามกำหนด คือวันที่ 5 มี.ค.66 เพราะหาเงินไม่ได้
แต่พอต้นเดือน เม.ย. ได้รับหนังสือทวงเงินจากทางกรรมการกองทุน ให้ชำระทั้งเงินต้น พร้อมดอกเบี้ย และค่าปรับอีกร้อยละ 1 บาทต่อวัน รวมเป็นเงินที่ถูกเรียกเก็บ 462,000 บาท ก็แทบช็อก เพราะไม่รู้จะหาเงินที่ไหนไปจ่าย และมองว่า เป็นการเรียกเก็บที่ไม่เป็นธรรม จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาตรวจสอบและช่วยเหลือด้วย
ด้าน นายสมัน เปลี่ยนสมัย อายุ 69 ปี ชาวบ้านอีกราย บอกว่า กู้เงินกองทุน 45,000 บาท ปีนี้เป็นปีแรกที่ไม่ได้จ่ายเงินตามกำหนด เพราะหาเงินไม่ทัน แต่จู่ ๆ ได้รับหนังสือทวงเงิน จากทางกรรมการกองทุนฯ ส่งมาเป็นชื่อตนเอง 34,500 บาท ซึ่งน้อยกว่ายอดเงินที่กู้
แต่กลับมีหนังสือไปทวงเงิน กับภรรยาตนเองด้วยอีกฉบับ ยอด 55,350 บาท ทั้งที่ภรรยาไม่ได้เป็นคนกู้ และภรรยาตนเองก็ป่วย ต้องกินยาระงับประสาทด้วย จึงรู้สึกงงและไม่สบายใจ จึงได้พากันออกมาร้องเรียน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบและช่วยเหลือ
จากนั้นผู้สื่อข่าว ได้ไปสอบถาม นางปราณี จำปาราช ประธานกองทุนหมู่บ้านปราสาทเทพสถิตย์ ชี้แจงว่า กองทุนมีคณะกรรมการทั้งหมด 9 คน มีชาวบ้านที่เป็นสมาชิกกู้เงินกองทุน แยกเป็นกู้เงินล้านที่ 1 จำนวน 55 ราย , กองทุนล้านที่สอง 56 ราย , แต่ในจำนวนนี้มีสมาชิกที่ยังไม่ได้ชำระเงินกู้ตามกำหนด คือวันที่ 5 มี.ค.66 จำนวน 21 ราย ทางกรรมการจึงได้ส่งหนังสือไปติดตามทวงถามตามระเบียบ
ซึ่งในหนังสือก็จะมีการแจ้งยอดให้ชำระเงินต้น ดอกเบี้ยตามระเบียบร้อยละ 5 ต่อปี และเบี้ยปรับที่ผิดนัดชำระ ซึ่งเป็นมติที่ประชุมอีกร้อยละ 1 บาทต่อวัน ซึ่งหลังจากได้รับหนังสือ ก็มีสมาชิกมาชำระเงินแล้ว 2 ราย ซึ่ง 2 รายที่ได้รับหนังสือทวงและมาชำระ ทางกรรมการก็ไม่ได้ให้จ่ายเบี้ยปรับร้อยละ 1 บาทต่อวัน ตามที่มีหนังสือทวงไป ก็มีการพูดคุยเจรจากัน และตกลงชำระค่าปรับเพิ่มนิดหน่อยเท่านั้น และก็ให้ผ่อนชำระด้วย
แต่ตอนนี้ยังสมาชิกที่ค้างชำระอีก 19 ราย ก็อยากให้เข้ามาพูดคุยกัน เพราะกรรมการก็ต้องทำตามกฎระเบียบ และต้องสรุปงบดุลประจำปี ให้ทางอำเภอทราบทุกปี เมื่อมีการค้างชำระ ก็ต้องทำหนังสือไปทวงถามตามระเบียบ แต่หากสมาชิกเข้ามาพูดคุยกับกรรมการ ก็ไม่ได้ให้จ่ายค่าปรับร้อยละ 1 บาท ตามที่ทวงไปจริง ๆ แต่ส่วนเงินต้น และดอกเบี้ยร้อยละ 5 บาทต่อปี ก็ต้องจ่ายตามระเบียบที่กำหนดไว้ แต่ชาวบ้านที่ได้รับหนังสือ กลับไม่มาพูดคุย หรือสอบถามกรรมการเลย แต่กลับนำเรื่องไปร้องเรียน