ส่วนความคืบหน้าทางด้านคดีนี้ ที่สภ.ปากเกร็ด น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 27 ปี แฟนสาว นายนพพร เดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเป็นเวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนจะเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อวานที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปสอบปากคำแฟนของตนที่ รพ. ตนไม่ได้อยู่ด้วยเลยไม่รู้รายละเอียด แต่ที่แฟนตนเล่าให้ฟังว่า ทางด้านคู่กรณีขับรถ จยย.จี้แฟนตน และทางคู่กรณีได้ขับรถขับประชิดแฟนตน แล้วบีบแตร ก่อนพูดประมานว่า "แม่งขับช้าว่ะ"
แฟนตนก็ไม่ได้ว่าอะไร ทางคู่กรณีได้ชับรถปาดหน้า บอกว่า "ลงมาเคลียร์กับกูดิ" เขาก็เข้าข้างทาง แฟนตนก็เลยต้องจอด แต่ตนไม่เคยให้แฟนพกอาวุธ เพราะ 1. มันอันตรายต่อตัวเอง และอันตรายกับเขา แล้วบางทีต้องพาลูกไปด้วย
ส่วนมีดตนไม่ทราบ เพราะไม่เคยให้แฟนซื้อมีด ตนก็อยากทราบว่ามีดมันคือมีดใคร เพราะว่าทางแฟนตนไม่เคยพกมีดไม่เคยมีมีดพก เหตุการณ์ก็ประมานนี้ แฟนวิ่งเข้าไปแล้วพูดประมานว่า "มึงเจ๋งหรอๆ" แล้วคนเขารีบ รีบที่จะไปทำงานมันก็เกิดอารมณ์กันเกิดขึ้น เลยเกิดเหตุการณ์ตามภาพ ก่อนหน้านี้ ตนได้แค่ฟังเพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ทางคู่กรณีตนก็ไม่รู้ว่าเขาให้การอะไร
"ความรู้สึกตอนนี้คือมันรุนแรงมาก ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นตำรวจแต่คุณไม่ได้ใส่ชุดตำรวจ เท่ากับว่าคุณไม่ได้อยู่ในการปฏิบัติหน้าที่แล้วคุณพกปืนทำไม แล้วคุณคิดว่าคุณเป็นตำรวจแล้วคุณจะเอาปืนมายิงใครก็ได้หรอมันก็ไม่ถูกต้อง ถ้าสมมติว่าถ้าทั้ง 2 ฝ่ายมีอาวุธกันจริงๆ มันก็เป็นอาวุธที่ไม่สมควร 1.มีด 2.ปืน คุณจะมาอ้างผมป้องกันตัวไม่ได้เพราะว่ามีมีด เพราะว่าคุณมีปืนซึ่งร้ายแรงกว่า อีกอย่างปืนคุณขึ้นทะเบียนเป็นข้าราชการด้วย ซึ่งแฟนตนโดนยิงที่หน้าท้อง 2 จุดและโดนแทงด้วยอาวุธมีดอีก 1 จุดที่หน้าท้อง" น.ส.เอ ระบุ
น.ส.เอ บอกอีกว่า วันนี้แฟนของตนออกจากห้องไอซียูแล้วออกมานอนพักรักษาตัวข้างนอก ซึ่งตนก็กลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะทางคู่กรณีเป็นเจ้าหน้าที่ ตร. จึงอยากให้ทางตำรวจทำงานอย่างตรงไปตรงมา