ด้าน นายอานนท์ อายุ 30 ปี นักประดาน้ำที่รอดชีวิต กล่าวว่า ตนเองลงดำน้ำเป็นคนสุดท้าย ซึ่งทุกคนจะมีเชือกผูกติดโยงกันเอาไว้ ขณะกำลังดำน้ำอยู่นั้น ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ดัง คล้ายกับเครื่องยนต์บนน้ำผิวน้ำ และสังเกตว่ามีสิ่งผิดปกติ ครั้งแรกคิดว่ามีเรือยนต์ หรือเรือกลากจูงแล่นผ่านบริเวณจุดที่ดำน้ำ และเกรงว่าจะเป็นอันตราย หากขึ้นจากผิวน้ำ กระทั่งโผล่ขึ้นมาดูด้านบน แต่ก็ไม่พบอะไร จึงได้ดำกลับลงไปด้านล่างอีกครั้ง และพบว่า เพื่อนๆ ถูกเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ ดูดเข้าไปด้านในแล้ว และตนเองถูกดูดเข้าไปด้วย แต่สามารถช่วยเหลือตัวเองออกมาได้
ส่วน นายตูน ผู้เสียชีวิต ที่ลงคนแรกได้พยายามสาวเชือกออกมาด้านนอก แต่อากาศในถังเกิดหมดเสียก่อน จึงทำให้เสียชีวิต ก่อนที่จะดำน้ำลงไป ทางทีมนักดำน้ำ ก็ไม่ทราบว่า มีสถานีสูบน้ำอยู่บริเวณดังกล่าว และไม่มีป้ายบอก หรือสัญลักษณ์อะไรที่แจ้งเตือน ดังนั้น จึงอยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ออกมารับผิดชอบด้วย และควรมีการติดตั้งป้ายให้ชัดเจน หรือสัญญาเตือนอันตรายบริเวณดังกล่าว
ผกก.นครหลวง เร่งตรวจสอบ "ท่อสูบน้ำมรณะ" กลืนชีวิต 2 กู้ภัย
ต่อมา เวลา 15.30 น. ที่สภ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา นายนาวิล นายกสมาคมอยุธยารวมใจ หน่วยกู้ภัยอยุธยา พร้อมด้วยผู้บริหารสมาคม และครอบครัวของผู้เสียชีวิต ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.เชษฐชัย เชษฐศิริ ผกก.สภ.นครหลวง เพื่อให้ข้อมูล และแจ้งความดำเนินคดีกับผู้รับชอบสถานีสูบน้ำ
พ.ต.อ.เชษฐชัย เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมกับทางพนักงานสอบสวน เบื้องต้นทราบว่า ที่เกิดเหตุเป็นสถานีสูบน้ำ โดยทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยอยุธยา ได้รับการขอความชาวเหลือจากผู้ประกอบการเรือยนต์ลากจูง ให้มาช่วยดำน้ำค้นหาใบพัดเรือ ที่หลุดจากเครื่องจมหายในแม่น้ำป่าสัก
ทั้งนี้ ขณะที่กำลังดำน้ำ ได้ถูกเครื่องสูบน้ำ ดูดร่างนักดำน้ำเข้าไปท่อน้ำ ที่กำลังเดินเครื่องอยู่ในแม่น้ำป่าสัก โดยท่อสูบน้ำดังกล่าว ได้ดูดร่างเข้าไป จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ซึ่งต้องของแสดงความเสียใจกับทางครอบครัวผู้สูญเสียด้วย
อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามผู้ดูแลสถานีสูบน้ำในเบื้องต้น ทราบว่า ท่อสูบน้ำดังกล่าว มีความกว้างประมาณ 1.50 เมตร ซึ่งทางผู้รับผิดชอบจะขอตรวจสอบก่อนว่า มีความผิดปกติอะไรหรือไม่ เพราะสถานีสูบน้ำแห่งนี้ ก่อสร้างมานานแล้ว ต้องทำการตรวจสอบใต้น้ำว่า ท่อสูบน้ำมีความผิดปกติอะไรหรือไม่
ในส่วนของสถานีสูบน้ำ มีการติดตั้งป้ายเตือนหรือไม่ ต้องขอตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวว่า โดยทางตำรวจจะขอสอบสวนอย่างละเอียดก่อนว่า เหตุที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุสุดวิสัย หรือความประมาท