นางปวีณา กล่าวว่า วันนี้ทางตำรวจได้สอบปากคำคุณแม่เพิ่มเติม ทราบว่าตำรวจออกหมายเรียก จึงให้น้องไปชี้ที่เกิดเหตุ คงเป็นสิ่งของหรือของใช้ที่ถูกทำร้าย วันนี้ต้องการได้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมของตำรวจ ส่วนน้องออกจากโรงพยาบาลแล้ว แต่ยังหวาดกลัวอยู่ แม่ต้องพาไปเลี้ยงอาหารเด็กกำพร้า ไปไหว้พระที่วัดให้สบายใจขึ้น
ทางเราได้ประชุมกันว่า จะทำอย่างไรให้น้องกลับมาใช้ชีวิตได้แบบปกติมากที่สุด ก็เลือกที่บ้านของน้องใน จ.อุบลราชธานี เพราะมีพื้นที่ มีเลี้ยงไก่ เลี้ยงสัตว์ วิถีชีวิตชนบท โดยทางมูลนิธิจะประสาน พมจ.เพื่อเข้าไปดูแลทางด้านคนพิการ เพื่อบำบัดและฟื้นฟูสภาพจิต น้องเคยอยู่ชนบทแบบอิสระ ต้องมาอยู่บ้านสถานรับเลี้ยงที่ค่อนข้างแคบ อาจจะอึดอัด
ด้าน ผู้กำกับการ สภ.บางบัวทอง กล่าวว่า วันนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่อายัดไปตรวจสอบจะเกี่ยวข้องกับคดีไหม เพราะต้องรอผลการตรวจสอบก่อน คดีนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องรอจนกว่าจะตรวจสอบหลักฐานทุกอย่างเสร็จ จึงจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ผิดถูกว่ากันไปตามพยานหลักฐาน
ต่อมาเวลา 17.00 น. พ.ต.อ.พฤฒ จำรูญศาสน์ ผู้กำกับการ สภ.บางบัวทอง ได้ประสานให้ผู้เสียหาย มาดูมีดที่ยึดมาจากบ้านครูเตย ว่า ใช่อาวุธที่ใช้ทำร้ายหรือไม่ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการะประกอบสำนวนคดี และตอนนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกับใคร
หลังจากนี้จะรวบรวมพยานหลักฐานว่าใครเป็นผู้กระทำความผิด ร่วมกับผลการรักษาบาดแผลของน้อง ว่า ต้องพักรักษาตัวกี่วัน และการเปิดสถานที่รับเลี้ยงเด็กทำถูกต้องตามกฏหมายหรือไม่ ตอนนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับใคร อยู่ระหว่างการตรวจสอบ หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบถามผู้ปกครองทั้งหมดเท่าที่เจอในบันทึก ว่า มีความประสงค์จะแจ้งความดำเนินคดี และลูกหลานเคยถูกทำร้ายร่างกายด้วยหรือไม่