จับสาวเทศบาลลาดยาว โมเดลใหม่ทุจริตออนไลน์
15 ก.พ. 2566 | natsika_kam

ข่าวฉาววงการสีกากี ดีเอสไอ เรียกรับส่วย ยังไม่ทันซา เรื่องฉาวในหมู่ข้าราชการยังเกิดต่อเนื่อง สั่นสะเทือนองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ
ข่าว
15 ก.พ. 2566 | natsika_kam

ข่าวฉาววงการสีกากี ดีเอสไอ เรียกรับส่วย ยังไม่ทันซา เรื่องฉาวในหมู่ข้าราชการยังเกิดต่อเนื่อง สั่นสะเทือนองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ
15 กุมภาพันธ์ 2566 ข้าราชการหญิง ฝ่ายการเงิน ต.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ ที่ถูกจับได้ว่าลักลอบโอนเงินออกจากบัญชี ของเทศบาล เพราะเธอได้รับความไว้วางใจให้ถือรหัสโอนเงิน จนสามารถโอนเงินออนไลน์ ออกจากบัญชีทุกวัน มากถึง 215 ครั้ง โดยต้นสังกัดไม่รับรู้ เพราะทุกครั้งของการเบิกจะปลอมสลิปรายการ ทำให้เธอยักยอกเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง มากถึง 15.8 ล้านบาท
หลังรวบรวมหลักฐานได้ครบถ้วน ปปท. สนธิกำลัง ตำรวจ บก.ปปป. ป.ป.ช. และ ป.ป.ง. ได้แสดงหลักฐานจับกุมข้าราชการหญิง รายนี้
พัชรา ประสิทธิกรรม อายุ 41 ปี เจ้าหน้าที่การเงินและบัญชีชำนาญงาน เทศบาลตำบลลาดยาว จ.นครสวรรค์ ถูกจับกุม ในความผิดฐาน “เป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ และ เป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ”
ตามการสืบสวนพบมีการเบิกถอนเงินในบัญชีธนาคารเทศบาล ทั้งกลางวันและการคืน ไม่เว้นแม้วันหยุดราชการ ตั้งแต่วันที่ 26 ม.ค. 2565 ถึงวันที่ 17 มกราคม 2566 จำนวน 215 ครั้ง รวมเป็นเงิน 15,867,275 บาท โดยตรวจสอบพบว่า พัชรา มีส่วนเกี่ยวข้อง
พัชรา ให้การรับสารภาพว่านำเงินดังกล่าวไปใช้หนี้ที่กู้มาจากแอพเงินกู้ออนไลน์ ซึ่งมีหลายเจ้าจึงทำให้หมุนเงินไม่ทัน ประกอบกับมีการส่งภาพคลิปวิดีโอข่มขู่ฆ่าจนเกิดความหวาดกลัว จึงตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าว โดยทำเพียงคนเดียว สามี หรือ หัวหน้าหน่วยงานคนอื่นๆ ไม่รู้เรื่องด้วย ในระหว่างที่ พัชรา ให้การกำตำรวจอยู่นั้น มีสายเจ้าหนี้จากแอปเงินกู้ โทรมาทวงหนี้อีกด้วย
จากการตรวจค้นบ้านพัก เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม แม้การทุจริต ครั้งนี้ จะได้หลักฐานว่า พัชรา มีรหัสโอนเงิน โดย พัชรา ทรยศต่อความไว้วางใจของหัวหน้าที่ให้รหัสแก่เธอ จนกลายเป็นช่องว่างให้เธอกระทำความผิด
แม้พัชราจะเป็นเพียงเจ้าหน้าที่รายเล็ก แต่สามารถสร้างความเสียหายให้แก่ภาครัฐได้เป็นอย่างมาก แค่ภายในปีเดียวสามารถทุจริตเงินรัฐได้มากถึง 15 ล้านบาท และ ใช้เวลาเพียงแค่ 3 เดือน ยักยอกเงิน 13 ล้านบาท โดยใช้วิธีการทุจริตผ่านระบบ KTB Corporate Online ซึ่งเคสนี้เป็นเคสพิเศษเป็นเคสแรกที่จับกุมได้
พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผู้อำนวยการกองปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 2 สำนักงาน ป.ป.ท. บอกว่า วิธีการทุจริตผ่านระบบ KTB Corporate Online ซึ่งเคสนี้เป็นเคสพิเศษเป็นเคสแรกที่จับกุมได้
กรณีดังกล่าวเป็นแค่ส่วนหนึ่งเพียงเท่านั้น เพราะจากการตรวจสอบข้อมูลการเงินหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆทั่วประเทศ พบมีเงินรั่วไหลออกจากระบบโดยไม่ทราบวัตถุประสงค์รวมกว่า 200 ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าเกิดจากการการยักยอกเงินในลักษณะเดียวกันของเจ้าหน้าที่ภายในหน่วยงาน
โดยหลังจากนี้จะมีการ บูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขยายผลตรวจสอบ เพื่อติดตามเงินที่ถูกยักยอกไปกลับคืนมา และ ป้องกันไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย