ตอนนี้ตนเองได้นำใบแจ้งความไปประสานกับธนาคารปลายทาง เพื่อติดตามเงินคืน แต่ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ซึ่งเงินที่ถูกโอนไปนั้นเป็นช่วงเงินเดือนออกพอดี ตนเองเพิ่งโอนไปใช้หนี้เพื่อนจำนวนหนึ่ง และเหลือติดบัญชีอยู่ 6,500 บาท แต่กลับถูกมิจฉาชีพสูบออกเงินออกไปได้อย่างง่ายดาย ทำให้สูญเงินโดยทำอะไรไม่ได้เลย
อย่างไรก็ตามกรณีเดียวกันนี้ วานนี้(15 ม.ค.) นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้ง "เพจสายไหมต้องรอด" ได้นำ นายบุรินทร์ บัวผัน และนายกิตติกร จันทร์แก้ว 2 ผู้เสียหายเข้าร้องสื่อมวลชน หลังถูกกลุ่มมิจฉาชีพแฮกข้อมูลโทรศัพท์ ก่อนโอนเงินออกไปจากบัญชีธนาคาร มีผู้เสียหาย มากกว่า 10 ราย ความเสียหายมูลค่ามากกว่า 1 ล้านบาท
โดยนายเอกภพ เปิดเผยว่า มีผู้เสียหายเข้ามาร้องเรียน เรื่องถูกแฮกข้อมูลโทรศัพท์ และโอนเงินจากแอปฯบัญชีธนาคารของผู้เสียหาย ไปยังบัญชีอื่น จากที่ตนได้สอบถามผู้เสียหาย มองว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะพฤติการณ์ของมิจฉาชีพมีการพัฒนาขึ้น จากปกติก่อนหน้านี้ จะมีการส่งลิงค์ต่างๆ มาหลอกให้กดเพื่อดูดข้อมูล หรือเป็นช่องทางในการเข้าถึงโทรศัพท์ ที่มีแอปพลิเคชันของธนาคาร
แต่ในผู้เสียหายกลุ่มนี้ ค่อนข้างระวังตัวมาก ไม่โหลดแอปฯแปลกๆ ไม่ชาร์ตแบตเตอรี่หรือใช้ไวไฟสาธารณะ แต่จู่ๆ มีข้อความจากธนาคารแจ้งเตือนว่า ได้มีการโอนเงินจากธนาคารของตัวเอง ไปยังธนาคารปลายทาง ทั้งๆ ที่ผู้เสียหายไม่ได้เป็นผู้ทำธุรกรรมทางการเงินใดๆ จึงเชื่อว่าตอนนี้มีผู้เสียหายจำนวนมาก และน่าจะขยายวงกว้างออกไปอีก