ขณะที่หน่วยกำลัง ฝ่ายปกครอง อส. ชรบ.ได้ตั้งด่านตรวจสอบพาหนะทุกชนิดที่เข้า-ออก รอยต่อเมืองเบตงและรักษาความปลอดภัย ครู นักเรียนบริเวนหน้าโรงเรียนและ ลาดตระเวนรอยต่อประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อป้องกันกลุ่มคนร้ายลักลอบเข้ามาก่อเหตุในเขตเมือง และขอความร่วมมือ พี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว ร่วมกันเป็นหูเป็นตา สอดส่องดูแลบุคคลและวัตถุต้องสงสัย ป้องกันผู้ก่อความไม่สงบเข้ามาก่อเหตุการณ์รุนแรงในพื้นที่
สำหรับ อ.เบตง จ.ยะลา นั้น เป็นพื้นที่การพัฒนาเศรษฐกิจในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้จะไม่มีเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้น แต่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้บูรณาการเฝ้าระวังป้องกันการก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง จึงขอให้ทุกหน่วยยกระดับระวังป้องกันสูงสุด ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง ไม่ประมาท และปลอดภัย และสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวหากพบเห็นสิ่งผิดปกติ บุคคลต้องสงสัย หรือรถต้องสงสัย สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน 191 หรือ 1341 ตลอด 24 ชั่วโมง
ด้าน น.ส.นูเรีย อาแว ประชาชนชาวอำเภอเบตง กล่าวว่า ตนขอแสดงความเสียใจ ต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมเป็นกำลังใจให้ผู้บาดเจ็บ และครอบครัวทุกคน ขอทุกคนเข้มแข็ง ขอทุกคนช่วยกันเติมเต็มกำลังใจ ก้าวผ่านเหตุการณ์ครั้งนี้ไปให้ได้ ซึ่งการก่อเหตุรุนแรงไม่ได้ส่งผลดีต่อใครเลย มีแต่ความสูญเสียเกิดขึ้น
"พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้บ้านเราเพิ่งจะเริ่มฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด19 นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศเริ่มหลั่งไหลเข้ามาเที่ยว เศรษฐกิจกำลังเติบโต พี่น้องประชาชนกำลังกลับมามีรายได้ พอมีเหตุความรุนแรงส่งผลต่อต่อภาคธุรกิจและการท่องเที่ยว คนทำมาค้าขายก็ลำบาก สิ่งที่เราในฐานะประชาชนจะทำได้ก็คือต้องช่วยกันทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาดูแลพื้นที่ ช่วยเจ้าหน้าที่อีกทางหนึ่งด้วย"
ข่าวและภาพ : เจษฎา สิริโยทัย
สำนักข่าวเนชั่น อ.เบตง จ.ยะลา