จากการสอบถามนางสาวอาภาศิริ ผู้เสียหาย เล่าว่า อยู่กับเพื่อนสองคนในห้องพัก และช่วงก่อนเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. เพื่อนออกไปกับแฟนหนุ่มเพื่อไปหาอะไรกินหลังจากแฟนของเพื่อนเลิกงาน ต่อมาช่วง 05.00 น. ตนรู้สึกตัวเหมือนมีใครมานอนกอด และคิดว่าคงเป็นเพื่อน แต่คิดอีกทีเพื่อนไม่เคยนอนกอด ตนจึงคว้าข้อมือ และหันไปมองหน้า ปรากฎว่าไม่ใช่เพื่อนของตน จึงถามว่า 'มึงเป็นใคร' คนร้ายก็ได้ตอบกลับมาว่า 'ก็เพื่อนเธอไง' จากน้้นคนร้ายก็พยายามจะข่มขืน โดยจับแขนทั้งสองข้าง และพยายามจูบปาก ตนพยายามขัดขืนพร้อมกับส่งเสียงกรี๊ดเพื่อขอความช่วยเหลือเพื่อนข้างห้อง ก่อนที่จะตั้งสติและบอกกับคนร้ายว่าขอเข้าห้องน้ำ
หลังจากนั้นคนร้ายจึงปล่อย ตนจึงฉวยโอกาสเดินไปเปิดไฟ เพื่อจะดูหน้าคนร้าย หลังเปิดไฟคนร้ายพูดว่า 'มึงโกงนี่หว่า' จากนั้นคนร้ายได้วิ่งไปที่ประตู พร้อมกับเอาผ้าม่านที่ประตูมาปิดหน้าตัวเองก่อนพูดว่า 'กูจะต่อยหน้ามึง' ก่อนที่จะวิ่งหนีออกจากห้องไป ถัดมาไม่ถึง 1 นาที คนร้ายก็ได้กลับมาที่ห้องอีกครั้งและบอกตนว่า 'ลืมมีดไว้ในห้อง' แต่จริงๆ แล้วคนร้ายลืมหมวกแก๊ปไม่ได้ลืมอาวุธมีด
สอบถามเพื่อนข้างห้อง เล่าว่า คืนเกิดเหตุช่วงเวลาตี 3 ตนเห็นคนร้ายเป็นวัยรุ่นชาย ซึ่งนั่งเหม่อลอยซึมๆ อยู่ด้านทางเข้าลานจอดรถอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งคิดว่าเป็นวัยรุ่นมาเช่าห้องพักอยู่ที่นี่เหมือนกัน และน่าจะทะเลาะกับแฟน จากนั้นช่วงเกิดเหตุช่วงเวลาเกือบตี 5 ตน ก็ได้ยินเสียงกรี๊ดดังมาจากห้องพักของผู้เสียหาย ซึ่งตนคิดว่าเป็นการทะเลาะกันเรื่องผัวเมียตนจึงไม่กล้าเข้าไปยุ่ง ต่อมาเสียงก็เงียบหายไป ก่อนที่ตนจะมาทราบความจริงเช้านี้ว่ามีคนร้ายบุกงัดห้องหวังจะข่มขืนน้องผู้เสียหาย