สำหรับชนวนสาเหตุมาจาก เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ตนได้นำรถมาจอดไว้ที่หน้าร้าน เพื่อนำเค้กขนาด 100 ปอนด์ ลงจากรถเอาไปไว้ในร้าน ตอนนั้นก็มีรถอีกคันมาจอดด้วยทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก และจากนั้นก็มีชายหนึ่งคนเดินลงจากรถที่จอดขวางอยู่เช่นกัน เดินลงรถมาหาตน พร้อมกับแสดงตัวเป็นข้าราชการ บอกให้ตนย้ายรถ ตนจึงบอกไปว่า..ขอขนเค้กลงร้านให้เสร็จก่อน และเห็นว่าใกล้จะเสร็จแล้ว จึงไม่ได้เคลื่อนย้ายรถออกไป
แต่จังหวะนั้นก็มีผู้หญิงอีกคนที่มากับข้าราชการตำรวจรายนั้น เดินลงจากรถตามมาต่อว่าตน จนมีการปะทะคารมด่าทอและท้าทายกัน จนหญิงสาวคนนั้นถึงขั้นถอดหน้ากากอนามัยออกบอกให้ตนจำหน้าเอาไว้ว่า..เธออยู่ตาคลีเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นตลาดอีกแห่งหนึ่ง แล้วตนก็ตอบกลับไปว่า "กูก็อยู่ตรงนี้" แต่สุดท้าย ก็ไม่มีเหตุรุนแรงบานปลายเกิดขึ้น และก็แยกย้ายกันไป จนกระทั่งมาเกิดเรื่องเมื่อวานนี้
หลังเกิดเหตุ ตนได้เดินทางไปทำแผลที่โรงพยาบาล และไปลงบันทึกประจำวันเอาไว้แล้วกับตำรวจ สภ.ตาคลี จากนั้น จึงกลับมาบ้าน เพื่อนบ้านรู้เรื่องที่เกิดขึ้น ก็รีบมาบอกว่า เมื่อ 3-4 วันก่อนมีผู้ชาย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์มาวนเวียนหลายรอบ จึงรีบเปิดกล้องวงจรปิดดูก็พบว่า ชาย 2 คน ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์วนเวียน คือ 2 คนที่มาทำร้ายตนจนหัวแตกเลือดอาบ ซึ่งเรื่องนี้ตนไม่ยอมแน่ จะดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด” น.ส.พรพิมล ระบุ
เมื่อถามถึง “นายตั้ม” ที่ให้ชาย 2 คน มารุมทำร้ายเป็นใครรู้จักหรือไม่ น.ส.พรพิมล กล่าวว่า ตนรู้ว่าเขาเป็นคนที่นี่ และรับราชการอยู่ในพื้นที่ อ.ตาคลี ส่วนชาย 2 คน ที่มารุมทำร้ายตน ก็เคยเห็นว่าไปป้วนเปี้ยนอยู่ที่ทำงานของนายตั้มตลอด แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นเด็กรับใช้หรือไม่
พร้อมกันนั้น น.ส.พรพิมล พร้อมญาติพี่น้อง ยังได้ร่วมกันเดินทางไปที่โรงพัก สภ.ตาคลี เพื่อแจ้งความกับพนักงานสอบสวน เอาผิดกับกลุ่มคนที่มาทำร้าย โดยมีรายงานว่า ขณะที่กลุ่มของ น.ส.พรพิมล เดินทางมาถึงโรงพัก ก็มีกลุ่มบุคคลไม่ทราบฝ่ายเข้าเกลี้ยกล่อมให้ น.ส.พรพิมล แจ้งความแค่คดีทำร้ายร่างกาย พยายามเจรจาไม่ให้สาวไปถึงตัวของ “นายตั้ม”
แต่ น.ส.พรพิมล ไม่ยอมและยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เพราะเห็นว่าคนจ้างวานเป็นถึงข้าราชการแต่มาใช้อำนาจรังแก-ทำร้ายประชาชนแบบนี้ไม่ได้.