ล่าสุด (5ต.ค.65) พ่อของเยาวชนอายุ 15 ปี เป็นชาว อ.เมือง จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดใจเรื่องราวและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดว่า ตัวเองมีอาชีพจับรถมือสองขาย โดยจอดไว้ที่บ้านปู่ย่าในจังหวัดนครราชสีมา วันเกิดเหตุ ทราบว่าลูกชายแอบปู่ย่า ขับรถคันดังกล่าวออกจากบ้านเพื่อไปรับเพื่อนทำงานกลุ่มส่งอาจารย์
โดยหลังได้รับแจ้งว่าลูกชายขับรถชนคนตาย รู้สึกตกใจมาก และคืนนั้นได้พาลูกชายไปพบพนักงานสอบสวน ทันที ซึ่งพนักงานสอบสวนได้นัดมาในวันรุ่งขึ้น ก็ไปตามนัดรับทราบข้อกล่าวหา
พนักงานสอบสวน ยังบอกให้ตนรอพบกับพ่อของผู้เสียชีวิตซึ่งกำลังเดินทางมา ตนก็รอจนกระทั่งพบกัน จึงพาลูกชายและเพื่อนไปกราบขอขมา โดยในวันเดียวกันตนได้ถามเรื่องค่าจัดงานศพ ได้รับคำตอบว่า แถวนั้นถ้าจัดงานศพจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 180,000 แต่ไม่เกิน 200,000 บาท จึงหาเงินมาเตรียมไว้ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้แนะนำให้มาจ่ายและลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน
แต่ติดปัญหาเพราะทางฝั่งครอบครัวผู้เสียชีวิต ต้องรีบนำศพกลับไปที่บ้านเกิดจังหวัดนครสวรรค์ จึงเกิดการล่าช้า ไม่ได้จะมีการหลบเลี่ยงแต่อย่างใด ครอบครัวผู้เสียชีวิตเข้าใจดี