“การดำเนินโครงการดังกล่าว มุ่งสร้างการรับรู้และเปิดตลาดสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวชุมชนของกลุ่มจังหวัดอันดามันครอบคลุมในพื้นที่ทั้ง 4 ภูมิภาค โดยงานครั้งนี้นับเป็นครั้งสุดท้ายซึ่งจัดขึ้นยังภาคใต้ จากผลตอบรับจากการจัดงาน 3 ครั้งที่ผ่านมา ได้แก่ ในพื้นที่ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ ภาคกลาง จังหวัดนนทบุรี และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดอุดรธานี มียอดผู้เข้าร่วมงานรวมกว่า 50,000 คน และยอดการจำหน่ายสินค้าและบริการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน มูลค่ากว่า 6,000,000 บาท นับเป็นความสำเร็จของการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน ทั้งนี้ มุ่งหวังว่าโครงการ Roadshow and Consumer Fair จะสามารถนำนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคต่าง ๆ เดินทางไปเยี่ยมเยือนทั้ง 6 จังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันมากยิ่งขึ้น และสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจโดยรวม” นายชูชีพ กล่าวทิ้งท้าย
ด้านนางปุณณานันท์ ทองหยู ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล กล่าวเพิ่มเติมว่า การกระจายการจัดงานไปยังพื้นที่ทั้ง 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ นับเป็นหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการส่งเสริมการตลาดและประชาสัมพันธ์ท่องเที่ยวที่จะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้จากนักท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันและอุทยานธรณีโลกสตูลให้มากขึ้น ตลอดจนเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวและประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว อีกทั้งสร้างโอกาสและเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ สินค้าและบริการท่องเที่ยวชุมชนได้เป็นอย่างดี โดยตลอดการจัดงานทั้ง 4 วัน นักท่องเที่ยวจะได้อิ่มเอมใจไปกับกิจกรรมพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็น
“กิจกรรมราคาดี นาทีทอง” ซื้อสินค้าราคาจุกๆ ลดสูงสุดกว่า 50% พร้อมรับสิทธิ์ร่วมลุ้นรางวัลใหญ่ของทุกวัน อาทิ โรงแรม ที่พัก แพ็กเกจท่องเที่ยว ง่ายๆ เพียงร่วมสนุกกับ “กิจกรรมสะสมแต้ม” เมื่อชอปสินค้าหรือบริการท่องเที่ยวภายในงานครบ 100 บาท รับสติกเกอร์ 1 ดวง หากสะสมครบ 10 ดวง สามารถนำบัตรสะสมแต้มมาร่วมจับรางวัลภายในงาน หรือชอปสินค้าครบ 6 จังหวัด จะได้รับสติกเกอร์ครบ 6 สี นำมาแลกรับของที่ระลึกฟรีทันที
นอกจากนี้ ยังมีการจัด “กิจกรรมพบปะเจรจาและแลกเปลี่ยนธุรกิจท่องเที่ยว (Table Top Sale)” ระหว่างผู้ประกอบการกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันและผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคใต้ รวมถึง “กิจกรรมท่องเที่ยว One Day Trip” เพื่อมอบประสบการณ์และเสริมสร้างความรู้จากการเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่ให้ผู้ประกอบการกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันสามารถนำมาปรับใช้และพัฒนาธุรกิจได้ในอนาคต