สำหรับกรณีที่หลายภาคส่วนมีข้อห่วงกังวลเรื่องการใช้งบประมาณจากภาครัฐกว่า 5.4 พันล้านบาทเพื่อสนับสนุนรถไฟฟ้าอาจจะกระทบต่อภาระงบประมาณของภาครัฐนั้น สารี แสดงความเห็นว่า อาจต้องไปตรวจสอบข้อมูลว่าต้องใช้งบประมาณสนับสนุนมากขนาดนั้นจริงหรือไม่ ทั้งนี้มองว่าต้องนำรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการที่มีผู้ใช้รถไฟฟ้ามากขึ้น รวมถึงการพัฒนารายได้จากส่วนอื่น ๆ มาหักลบกันด้วย ยังไม่รวมถึงประโยชน์ในอ้านอื่น ๆ เช่น ลดปัญหารถติด ช่วยลดฝุ่น PM2.5 และช่วยให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นซึ่งถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า
สอดคล้องกับ ศ.ดร.เอกชัย สุมาลี นักวิชาการด้านคมนาคม ขนส่ง สถาบันนวัตกรรมบูรณาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงความเห็นสนับสนุน นโยบายรถไฟฟ้าราคา 20 บาททำได้ทันที โดยเริ่มต้นจากค่าโดยสารรถไฟฟ้าของรัฐก่อน จากสถิติของคนกรุงเทพและปริมณฑลส่วนใหญ่จะเดินทางรถไฟฟ้าไม่เกินประมาณ 6 - 8 สถานี เพราะฉะนั้นโจทย์แรกที่ต้องแก้ปัญหาคือทำให้ผู้บริโภคที่เดินทางระยะ 10 สถานี สามารถจ่ายค่าโดยสาร 20 บาท ซึ่งเชื่อว่าการเริ่มต้นจากคนกลุ่มนี้ก่อนจะสามารถลดข้อจำกัดหรือข้อโต้แย้งด้านอื่น ๆ ในเชิงภาระการเงินได้
ศ.ดร.เอกชัย กล่าวอีกว่า การแก้ปัญหาค่าโดยสารรถไฟฟ้าให้มีความเหมาะสมและเป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง ควรพิจารณาการพัฒนารถไฟฟ้าที่ไม่ใช่เร่งเพียงโครงสร้างพื้นฐาน แต่ต้องมองภาพรวมทั้งระบบพัฒนาไปพร้อมกัน โดยเฉพาะการผลักดันตั๋วร่วม เชื่อมรถไฟฟ้าทุกสายเข้าด้วยกัน และลดค่าแรกเข้า ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นในการลดค่าโดยสาร
ในทำนองเดียวกัน รศ. ดร.ชาลี เจริญลาภนพรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยืนยัน การทำให้ค่าโดยสารรถไฟฟ้าราคา 20 บาทตลอดสายสามารถทำได้ โดยแบ่งเป็น 2 แนวทาง แนวทางแรก คือ ปรับค่าโดยสารรถไฟฟ้าที่อยู่ในการดูแลหน่วยงานรัฐซึ่งสามารถดำเนินการได้ทันที แต่อาจจะมีเรื่องของค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นทำให้เกิดปัญหาการขาดทุน ซึ่งต้องพิจารณาในเรื่องการหารายได้เพิ่มจากการใช้ประโยชน์พื้นที่สถานี เช่น การให้เช่าพื้นที่ต่อสถานี การเชื่อมต่อกับศูนย์การค้า หรือการโฆษณาในสถานี ซึ่งในส่วนนี้จะช่วยเพิ่มรายได้ทำให้ไม่ต้องขาดทุนได้
ส่วนแนวทางที่สอง สำหรับรถไฟฟ้าสายที่ไม่ใช่ของรัฐ เช่น บีทีเอส สีเขียว หรือสายสีเหลือง รัฐจะต้องเจรจา แลกเปลี่ยนผลประโยชน์ของการเจรจา โดยกรณีสายสีเขียวใกล้จะหมดสัมปทานในปี 2572 รวมไปถึงการเจรจาเรื่องการยกเลิกการจ่ายค่าแรกเข้าจะช่วยให้ลดราคาค่าโดยสารได้
“รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เป็นความท้าทายที่สามารถทำได้ โดยต้องทำทั้งสองแนวทางคู่กันไปคือรถไฟฟ้าที่เป็นของรัฐบาลต้องลดราคาทันที และต้องการเจรจากับรถไฟฟ้าที่เป็นของเอกชนเพื่อขอลดราคา เพราะจากที่เคยศึกษาต้นทุนค่าโดยสารอยู่ในช่วงประมาณราคา 16 – 17 บาท เพราะฉะนั้น 20 บาทจึงมีความเป็นไปได้ และอยากสนับสนุนให้รัฐบาลทำในฐานะที่เพิ่งรับตำแหน่งใหม่ ทั้งนี้ หากรัฐบาลดำเนินการได้ตามที่เคยประกาศนโยบายเอาไว้คนจะเชื่อถือและสนับสนุนเป็นเกราะป้องกันในการทำงานได้” รศ. ดร.ชาลี กล่าว
ด้านตัวแทนผู้บริโภค จักรกฤต เต็มเปี่ยม กล่าวว่า คาดหวังที่จะได้ใช้รถไฟฟ้าในราคาที่เป็นธรรมมาตลอดระยะเวลา 9 ปี และคาดหวังว่าภายหลังการแถลงนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ในวันที่ 11 กันยายน 2566 จะมีความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีเกิดขึ้นและรัฐบาลจะดำเนินการตามนโยบายรถไฟฟ้าราคา 20 บาทตลอดสาย ทันที และมีข้อเสนอเพิ่มเติมในเรื่องการใช้บัตรใบเดียวใช้รถไฟฟ้าได้ทุกสาย ทั้งนี้ จักรกฤติ เน้นว่าหากค่ารถไฟฟ้าราคา 20บาทตลอดสายจะทำให้มีผู้บริโภคเดินทางด้วยรถไฟฟ้ามากขึ้นด้วย