ส่วนธุรกิจของ Wave BCG จะเป็น S-curve ใหม่ของกลุ่ม Wave ที่ดำเนินธุรกิจคาร์บอนเครดิต ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ในโลก หลังจาก COP26 ที่จัดขึ้นในกลาสโกว์ สก็อตแลนด์ ได้เพิ่มความความกดดันให้กับผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศตื่นตัวในการลดคาร์บอนเครดิต
ซึ่งวิสัยทัศน์ของ Wave BCG คือการสนับสนุน ผู้ประกอบการไทยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก พร้อมให้บริการด้านการเป็นที่ปรึกษาสำหรับผู้ซื้อและผู้ขายคาร์บอนเครดิต สนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัท
การขึ้นทะเบียนคาร์บอนเครดิต การตรวจสอบการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัท การจัดหา คาร์บอนเครดิต ให้องค์กรในไทย และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีด้าน Climate Tech
นอกจากนี้ได้มีการซื้อ CC/RECs ในไทย และประเทศ เวียดนาม รวมถึงมีการตั้งบริษัทในสิงคโปร์ เพื่อรองรับธุรกรรมกับต่างประเทศในอนาคต เนื่องจาก Wave BCG มีวิสัยทัศน์ที่ต้องการสนับสนุนองค์กรไทยในการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และเป็นคลังคาร์บอนเครดิตที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
“หลายองค์กรในเอเชียมีความต้องการคาร์บอนเครดิตสูงขึ้น จากผลการวิจัยของแมคเคนซี่ ตลาดจะมีการเติบโตประมาณ 15 เท่า ภายในปี 2573 และอีก 100 เท่า ภายในปี 2593”
นายอุทัย อริยวิมล รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงินและบัญชี ยังได้กล่าวถึงผลการดำเนินงานของบริษัทงวดไตรมาส 1 / 66 ว่า มีรายได้อยู่ที่ 104 ล้านบาท เติบโตขึ้น 85% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของที่ผ่านมา และเมื่อเปรียบเทียบกับ ไตรมาสที่ 4 ปีที่แล้วเติบโตขึ้น 14%
ขณะที่ Gross Profit อยู่ที่ 40 ล้านบาท มีการเติบโตที่ดีขึ้น 2,165% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีที่ผ่านมา และเติบโต 77% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปีที่แล้วและหากเปรียบเทียบอัตราส่วน Gross Profit Margin จะเห็นได้ว่าบริษัทมีอัตราการเติบโตดีขึ้นอย่างมาก จาก 3% ในไตรมาสที่1 ปี 65 ขึ้นมาที่ 38% ใน ไตรมาสที่ 1 ปี 66