เนชั่นทีวี

ข่าว

"รัฐบาล" เคลียร์ชัดข่าวเปิดรับบริจาคผิดวิธี ติดคุก 9 ล้านปี บิดเบือน

07 พ.ย. 2569 | thunchanok_kul

"รัฐบาล" เคลียร์ชัดข่าวเปิดรับบริจาคผิดวิธี ติดคุก 9 ล้านปี บิดเบือน

รัฐบาลเตือน! เปิดรับบริจาคผิดวิธี หมกเม็ดนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เสี่ยงติดคุกฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงิน พร้อมแจงข่าวลือโอนบริจาค 1.8 ล้านครั้ง ติดคุก 9 ล้านปี เป็นเรื่องบิดเบือน เผยนายกฯ สั่งปูพรมจัดระเบียบมูลนิธิทั่วประเทศ

รัฐบาลเตือน! เปิดรับบริจาคผิดวิธี หมกเม็ดนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เสี่ยงติดคุกฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงิน พร้อมแจงข่าวลือโอนบริจาค 1.8 ล้านครั้ง ติดคุก 9 ล้านปี เป็นเรื่องบิดเบือน เผยนายกฯ สั่งปูพรมจัดระเบียบมูลนิธิทั่วประเทศ

KEY

POINTS

  • ชี้ข่าวติดคุก 9 ล้านปีบิดเบือน: รัฐบาลแจงคดีฉ้อโกงรับบริจาค ศาลลงโทษรวมทุกกระทงจำคุกสูงสุดไม่เกิน 20 ปี
  • เตือนไร้ใบอนุญาตผิดกฎหมาย: เปิดรับบริจาคผิดวิธี อมเงินใช้ผิดวัตถุประสงค์ เจอโทษ พ.ร.บ.เรี่ยไร และฉ้อโกงประชาชน
  • นายกฯ สั่งตรวจมูลนิธิทั่วไทย: สั่งจัดระเบียบมูลนิธิ บูรณาการสแกนการจดทะเบียนและการใช้เงินบริจาค ป้องกันแอบอ้าง

7 พฤศจิกายน 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข่าวในช่องทางสื่อออนไลน์ และได้มีการแชร์กันอย่างแพร่หลายว่า คดีฉ้อโกงประชาชน มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี คิดแยกตามกระทง ในกรณีคนบริจาค 1.8 ล้านครั้ง ก็ 1.8 ล้านกระทง อาจมีโทษจำคุกถึง 9 ล้านปี นั้น เป็นข่าวบิดเบือน

 

นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า ข้อเท็จจริง แม้ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามมาตรา 343 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งกำหนดว่า ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 341 ได้กระทำด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือด้วยการปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีก็ตาม แต่การพิจารณาว่าเป็นความผิดกรรมเดียวหรือหลายกรรม ต้องพิจารณาลักษณะการหลอกลวง เจตนา วัน เวลา และพฤติการณ์แห่งคดี ไม่ใช่อาศัยจำนวนธุรกรรมเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(2) กำหนดว่าเมื่อปรากฏว่าผู้ใดได้กระทำการอันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ศาลลงโทษผู้นั้นทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป แต่ไม่ว่าจะมีการเพิ่มโทษ ลดโทษ หรือลดมาตราส่วนโทษด้วยหรือไม่ก็ตาม เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว โทษจำคุกทั้งสิ้นต้องไม่เกินกำหนดยี่สิบปี สําหรับกรณีความผิดกระทงที่หนักที่สุดมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสามปี แต่ไม่เกินสิบปี

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

นางสาวพลอยทะเล กล่าวต่อว่า กรณีการเปิดรับบริจาคเงินเข้ามูลนิธิหรือบัญชีส่วนตัวแต่ไร้ใบอนุญาต และมีการนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ดังนี้

  1. พ.ร.บ. ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ. 2487 (ม.6, ม.17) การตั้งเรี่ยไร หรือเปิดรับบริจาค โดยไม่ได้รับอนุญาต จากพนักงานเจ้าหน้าที่ มีความผิดโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน / ปรับไม่เกิน 200 บาท (หรือทั้งจำทั้งปรับ)
  2. ประมวลกฎหมายอาญา (ม.341, ม.343) ข้อหาฉ้อโกงประชาชน (หลอกลวง ต้มตุ๋น หรือนำเงินบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์) โทษ: จำคุกไม่เกิน 5 ปี / ปรับไม่เกิน 100,000 บาท

“นายกรัฐมนตรีสั่งการตรวจสอบและจัดระเบียบมูลนิธิทั่วประเทศ บูรณาการความร่วมมือร่วมกัน กำหนดมาตรการกำกับดูแลการจดทะเบียนและการดำเนินกิจการของมูลนิธิ ตรวจสอบวิธีการขอรับบริจาคจากประชาชน เพื่อป้องกันไม่ให้มีการตั้งมูลนิธิขึ้นมาบังหน้าหรือนำเงินบริจาคไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว หากพบการกระทำที่ผิดวัตถุประสงค์ เข้าข่ายการฉ้อโกงประชาชน หรือการฟอกเงิน จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ การดำเนินกิจการของมูลนิธิต้องยึดหลักความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่จดทะเบียนไว้ โดยเฉพาะการบริหารจัดการเงินบริจาคและทรัพย์สินของมูลนิธิ ซึ่งต้องดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ รักษาความเชื่อมั่นของประชาชนและผู้บริจาค” นางสาวพลอยทะเล กล่าว

ข่าวล่าสุด