2. เสนอทั้งเหตุผลที่จะเปลี่ยน และภาพว่าจะเปลี่ยนไปสู่อะไร ทางเว็บไซต์ของทีมได้เชื่อมโยงผลงานที่อ้างถึงในวาระที่ผ่านมา เข้ากับข้อเสนอเรื่องการเพิ่มสิทธิประโยชน์ การเปิดเผยข้อมูล และการปฏิรูปโครงสร้างการบริหาร รวมถึงการขอเพิ่มจำนวนที่นั่งจากเดิม 6 เสียง เป็น 14 เสียง การบอกเพียงว่าระบบเดิมไม่ดีอาจสร้างเพียงความโกรธ แต่การเสนอทีมและชุดนโยบายที่ชัดเจน ทำให้ความโกรธนั้นมีทางออกผ่านการลงคะแนนในบัตรเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการทำให้คนเชื่อในนโยบาย กับความสามารถในการจัดหาเงินมาทำนโยบายให้เกิดขึ้นจริง ถือเป็นคนละบททดสอบกัน
3. การลงแข่งเป็นทีม ช่วยลดภาระการตัดสินใจของผู้ลงคะแนน ทีมได้เผยแพร่ชุดหมายเลขผู้สมัครอย่างเป็นระบบ ทั้งฝ่ายผู้ประกันตนและฝ่ายนายจ้าง พร้อมอธิบายวิธีการลงคะแนนเลือกทั้ง 7 หมายเลขอย่างชัดเจน เนื่องจากการเลือกตั้งที่มีผู้สมัครจำนวนมาก ประชาชนทั่วไปอาจไม่รู้จักผู้สมัครทุกคน การมีชื่อทีมร่วมกันจึงช่วยลดภาระในการแสวงหาข้อมูล และผู้ลงคะแนนสามารถใช้ความไว้วางใจที่มีต่อทีมประกอบการตัดสินใจเลือกผู้สมัครยกชุดได้ทันที
4. ประสบการณ์ของฝ่ายเดิม อาจถูกมองเป็นความผูกพันกับระบบเก่าสำหรับผู้ที่ทำงานมายาวนาน แม้จะใช้ประสบการณ์เป็นข้อได้เปรียบได้ แต่ในยามที่ผู้ลงคะแนนต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลง ประสบการณ์ดังกล่าวอาจถูกตั้งคำถามย้อนกลับว่า “อยู่มานานแล้ว เหตุใดปัญหากระทั่งปัจจุบันจึงยังคงอยู่?” ฝ่ายเดิมจึงจำเป็นต้องอธิบายผลงานและข้อจำกัดให้เป็นรูปธรรม การเตือนเพียงว่าอีกฝ่ายมีพรรคการเมืองหนุนหลังอยู่นั้น อาจไม่เพียงพอที่จะตอบคำถามเรื่องคุณภาพบริการและเงินสมทบของผู้ลงคะแนนได้
5. การปรามาสคู่แข่ง อาจย้อนกลับมาซ้ำเติมความเสียเปรียบ การใช้คำพูดในลักษณะดูแคลน เช่น “เด็กอมมือ” หรือแสดงความมั่นใจในคะแนนเสียงตามที่ปรากฏในข่าว อาจทำให้ฝ่ายเดิมถูกมองว่าประเมินคู่แข่งขันต่ำเกินไป และไม่ได้เปิดรับฟังความต้องการเปลี่ยนแปลงของประชาชน การดูถูกคู่แข่งนอกจากจะสร้างความเห็นใจให้แก่อีกฝ่ายแล้ว วาทกรรมของฝ่ายวิจารณ์เองยังอาจย้อนกลับไปช่วยระดมพลังสนับสนุนให้อีกฝ่ายได้มากขึ้น
นายอัษฎางค์ ทิ้งท้ายว่า บทเรียนสำหรับฝ่ายที่พ่ายแพ้จึงไม่ใช่แค่ “อย่าคุยโว” แต่ต้องตอบให้ได้ว่า เหตุใดคนจ่ายเงินจึงควรไว้วางใจให้ตนเองกลับไปกำกับดูแลกองทุนอีกครั้ง ขณะเดียวกัน ฝ่ายที่คว้าชัยชนะและกำลังนำอยู่ ก็กำลังจะเจอบททดสอบใหม่ที่ท้าทาย เพราะเมื่อมีอำนาจและบทบาทมากขึ้น ประชาชนย่อมมีเหตุผลที่จะเรียกร้องผลงานและผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้มากขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งถือเป็นกรณีศึกษาที่นักการเมืองหรือนักเลือกตั้งควรเก็บไว้เรียนรู้ต่อไป