ร.ต.อ.ปิยะ เล่าว่า แม้จะมีกฎหมาย JSOC หรือ พระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศ หรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ.2568 ก็ตาม แต่ทุกเรื่องต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และระเบียบ รวมถึงคำสั่งศาล เพราะเป็นเรื่องสิทธิเสรีภาพ โดยบริบทนี้ ร.ต.อ.ปิยะ ต้องการสื่อว่า แม้แต่นักโทษหลังพ้นโทษ ก็ถือเป็นผู้บริสุทธิ์แล้ว จะไปสอดส่องติดตามเกินสมควรแก่เหตุ ย่อมทำไม่ได้ จึงเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก ถือเป็นหลักการทำงานของ ร.ต.อ.ปิยะ คือ ข้าราชการต้องทำตามระเบียบกฎหมายทุกข้อ โดยเฉพาะในเรื่องสำคัญๆ ที่ประชาชนให้ความสนใจ เพราะมีฝ่ายที่คอยตรวจสอบ มอนิเตอร์ตลอดเวลา
ส่วนเรื่องโยกย้าย ร.ต.อ.ปิยะ บอกว่า “ไม่ติดใจเสียงวิจารณ์” แม้จะเป็นแง่ negative เพราะถือว่าทำให้ประชาชนสนใจ เป็นเรื่องดีต่อการทำงาน เนื่องจากเมื่อประชาชนรู้จัก หรือให้ความสนใจ ก็จะทำให้ขับเคลื่อนเรื่องอื่นๆ ได้ง่าย ส่วนการทำงานต้องทำทุกอย่างด้วยความถูกต้องอยู่แล้ว
แม้ที่ผ่านมา เรื่องแต่งตั้งโยกย้าย มีกระแสวิจารณ์ว่า ร.ต.อ.ปิยะ ได้ไปนั่งตำแหน่งสำคัญ คล้ายๆ กับ “ได้ดีเพราะฝ่ายการเมือง” แต่จริงๆ แล้ว หากมองในมุมของข้าราชการในกระทรวงยุติธรรม จะพบข้อเท็จจริงอีกอย่างหนึ่ง คือ
จากอธิบดีคุมประพฤติ ไปเป็น อธิบดีดีเอสไอ ตำแหน่งระดับ 10 เท่าเดิม ขนาดของกรมเล็กลง ข้าราชการในบังคับบัญชาน้อยกว่า งบประมาณน้อยกว่า รวมทั้งเจ้าตัวกำลังสนุกกับงาน เพราะการปราบยาเสพติด และฟื้นฟูผู้เสพยา “เป็นวาระแห่งชาติ” เรียกว่า แม้เก้าอี้อธิบดีดีเอสไอ จัดเป็นเก้าอี้ใหญ่ แต่เก้าอี้เดิมของในฐานะอธิบดีกรมคุมประพฤติ ของร.ต.อ.ปิยะ ก็ใหญ่ไม่แพ้กัน
ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล เตรียมทำอะไรที่ดีเอสไอ
โดย ร.ต.อ.ปิยะ เหลืออายุราชการอีก 3 ปี หลังจากได้รับโปรดเกล้าฯ มีหน้าที่เข้าไปปรับและขับเคลื่อนการทำงานของดีเอสไอ ที่เจ้าตัวจัดว่าเป็นลูกหม้อ เพราะเคยอยู่กรมนี้มา 24-25 ปี รู้งาน รู้โครงสร้าง และรู้ปัญหาเป็นอย่างดี เมื่อถึงเวลาได้กลับเข้าไปทำงานที่ดีเอสไอ จะไปลุยงานประชาสัมพันธ์เชิงรุก ซึ่งไม่ใช่การประชาสัมพันธ์ผลงานของบุคคล โดยเจ้าตัวบอกว่า
“ต้องเป็นเชิงรุกมากขึ้นในเชิงการทำความเข้าใจ เพราะถ้าใช้การแถลงหรือให้ข่าวในรูปแบบเก่า ไม่ชัดเจน อาจทำให้มีการนำไปขยายผลต่อในทิศทางที่ผิด ฉะนั้นเรื่องเหล่านี้ต้องเป็นเชิงรุก จะต้องมีการอบรมทำความเข้าใจกับสื่อมืออาชีพ”
นี่คือมุมมองและแนวทางการทำงานของ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ที่ได้เล่าให้บรรณาธิการของเนชั่นทีวีฟัง แม้ไม่ได้เป็นการสัมภาษณ์อย่างเป็นทางการ แต่ก็ทำให้รู้จัก ว่าที่อธิบดีดีเอสไอคนใหม่ มากขึ้น