เนชั่นทีวี

ข่าว

ทนายอั๋นร้อง DSI สอบแผนที่เขากระโดงใหม่ หวั่นลบลำราง 20 จุด

09 ต.ค. 2569 | titayu_pur

ทนายอั๋นร้อง DSI สอบแผนที่เขากระโดงใหม่ หวั่นลบลำราง 20 จุด

ทนายอั๋น บุรีรัมย์ ยื่น DSI และกรมที่ดิน ตรวจสอบแผนที่เขากระโดงฉบับใหม่ คดี รฟท. ฟ้อง กรุณา ชิดชอบ สังเกตถูกลบทางสาธารณะ 20 จุด ส่อเปลี่ยนทิศทางคดี

ทนายอั๋น บุรีรัมย์ ยื่น DSI และกรมที่ดิน ตรวจสอบแผนที่เขากระโดงฉบับใหม่ คดี รฟท. ฟ้อง กรุณา ชิดชอบ สังเกตถูกลบทางสาธารณะ 20 จุด ส่อเปลี่ยนทิศทางคดี

KEY

POINTS

  • ทนายอั๋นยื่น DSI สอบแผนที่ใหม่: ยื่นหนังสือครั้งที่ 8 ขอให้ DSI และกรมที่ดิน ตรวจสอบแผนที่เขากระโดงฉบับใหม่ หลังพบข้อสงสัยบิดเบือนข้อมูลตัดลำรางและทางสาธารณะออก 20 จุด
  • กระทบคดี รฟท. ฟ้อง "กรุณา ชิดชอบ": แผนที่ดังกล่าวถูกจัดทำขึ้นเพื่อใช้สืบพยานในศาลบุรีรัมย์ แต่ รฟท. ไม่ยอมรับ เพราะอาจส่งผลต่อการตัดสินคดีการรุกล้ำที่ดินของรัฐ
  • เตือนผู้บริหารชุดใหม่ปฏิบัติตามกฎหมาย: ส่งสัญญาณถึงอธิบดี DSI คนใหม่ ให้เร่งสืบสวนอย่างตรงไปตรงมา และเตือนว่าอำนาจทางการเมืองไม่ยั่งยืนเท่ากระบวนการยุติธรรม

9 ตุลาคม 2569 ทนายอั๋น เดินทางไปยัง DSI เพื่อยื่นหนังสือถึงอธิบดี DSI และอธิบดี กรมที่ดิน ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการจัดทำแผนที่ดินบริเวณ เขากระโดง ฉบับใหม่ หลังพบข้อสงสัยว่า มีการตัดลบข้อมูลลำรางและทางสาธารณะออก 20 จุด ใน 3 โซนสำคัญ หวั่นถูกนำไปใช้สืบพยานในชั้นศาลคดี รฟท. ฟ้อง นางกรุณา ชิดชอบ เพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริงและเปลี่ยนทิศทางคดีเอื้อประโยชน์ผู้รุกล้ำ

 

ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI นายภัทรพงศ์ ศุภษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และอธิบดีกรมที่ดิน ขอให้ตรวจสอบกรณีแผนที่บริเวณเขากระโดงฉบับใหม่ ซึ่งเจ้าตัวตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีการลบข้อมูลลำรางและทางเดินสาธารณะออกจากแผนที่ อันอาจส่งผลต่อการพิจารณาข้อพิพาทที่ดินในพื้นที่

 

ทนายอั๋นระบุว่า การยื่นหนังสือครั้งนี้สืบเนื่องจากการติดตามเอกสารโฉนดที่ดิน และระวางที่ดินในเขตพิพาทเขากระโดง กรณีลำรางและทางเดินสาธารณะ ที่ก่อนหน้านี้ได้รับแจ้งว่า สำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์อยู่ระหว่างประสานงานกับ DSI เพื่อจัดส่งเอกสารดังกล่าว ทั้งนี้ นายสมเกียรติ เพชรประดับ ผู้อำนวยการส่วนพิจารณาสำนวนร้องทุกข์ กองบริหารคดีพิเศษ เป็นผู้รับหนังสือ

ทนายอั๋น บุรีรัมย์

 

ทนายอั๋น เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยยื่นคำร้องขอให้ DSI ตรวจสอบกรณีกลุ่มบุคคลในจังหวัดบุรีรัมย์ถูกกล่าวหาว่าบุกรุก ยึดถือ และครอบครองลำรางทางสาธารณะบริเวณเขากระโดง จำนวน 20 จุด พร้อมขอให้อธิบดี DSI ออกเลขสืบสวนให้คณะพนักงานสืบสวน เพื่อประสานขอเอกสารระวางที่ดินและโฉนดที่ดินจากสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์

 

การเดินทางมาครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 8 ที่มาติดตามความคืบหน้า โดยเมื่อวันที่ 8 ต.ค. ที่ผ่านมา ตนได้โทรศัพท์สอบถามสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ถึงกำหนดการส่งเอกสารให้ DSI และได้รับข้อมูลว่าอยู่ระหว่างประสานเอกสาร โดยเอกสารที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทและระวางที่ดินมีค่าใช้จ่ายประมาณ 1,000 บาท แต่ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ค่าใช้จ่าย แต่เป็นข้อสงสัยเกี่ยวกับแผนที่ที่ดินเขากระโดงฉบับใหม่ ซึ่งตนอ้างว่ามีการลบจุดที่เกี่ยวข้องกับการยึดถือและครอบครองพื้นที่พิพาททั้ง 20 จุดออกจากแผนที่ โดยแบ่งพื้นที่เป็น 3 โซน ได้แก่ สนามฟุตบอล สนามแข่งรถ และสนามโกคาร์ท

 

ทนายอั๋นยังตั้งข้อสังเกตว่า การนำเสนอแผนที่ในลักษณะดังกล่าวอาจทำให้ไม่ปรากฏข้อมูลว่าพื้นที่เหล่านี้เคยมีลำราง ทางสาธารณะ หรือแหล่งน้ำสาธารณะ เช่น ห้วย หนอง คลอง บึง มาก่อนหรือไม่ พร้อมแสดงความกังวลว่า หากมีการส่งแผนที่ฉบับใหม่ให้ DSI ใช้ประกอบการพิจารณา ก็อาจกระทบต่อการพิจารณารับเรื่องเข้าสู่การสืบสวน 

 

ทนายอั๋น ยื่นหนังสือถึงอธิบดีดีเอสไอ

นอกจากนี้ ทนายอั๋นยังอ้างว่า แผนที่ฉบับใหม่จัดทำขึ้นในช่วงเดือน ก.ค. 2569 เพื่อใช้ในการสืบพยานชั้นตรวจพยานหลักฐานในศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ในคดีที่การรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นโจทก์ฟ้องนางกรุณา ชิดชอบ และพวกรวม 30 ราย โดยระบุว่า การรถไฟแห่งประเทศไทยไม่ได้ยอมรับแผนที่ฉบับดังกล่าว

 

ส่วนที่มาของเอกสารนั้น ทนายอั๋นชี้แจงว่า ตนเองได้รับเอกสารเนื่องจากมีการประสานให้เข้าสู่กระบวนการสืบพยานในคดีดังกล่าว และนำข้อมูลมาเปิดเผยต่อสาธารณะ พร้อมระบุว่าแผนที่ฉบับใหม่จัดทำโดยสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ร่วมกับส่วนกลางของกรมที่ดิน ซึ่งมีการส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่รังวัด จึงเรียกร้องให้ตรวจสอบว่าหากเอกสารดังกล่าวถูกส่งให้ DSI จะมีการนำแผนที่ฉบับใหม่มาใช้แทนแผนที่เดิมที่ปรากฏจุดลำรางและทางสาธารณะหรือไม่

 

ทนายอั๋นร้อง DSI สอบแผนที่เขากระโดงใหม่ หวั่นลบลำราง 20 จุด  

 

ทนายอั๋นกล่าวอีกว่า สาเหตุที่เดินทางมายื่นหนังสือถึงอธิบดีทั้งสองหน่วยงาน เพราะต้องการให้ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงข้อมูลจากแผนที่ที่เคยมีการรังวัดไว้ในอดีต พร้อมตั้งคำถามถึงเหตุผลที่ส่วนกลางของกรมที่ดินเข้ามาดำเนินการ ทั้งที่ข้อพิพาทดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการรถไฟแห่งประเทศไทยและนางกรุณา ชิดชอบ ซึ่งเป็นจำเลยในคดี

 

นอกจากนี้ ยังฝากถึงว่าที่อธิบดี DSI คนใหม่ โดยระบุว่า หากเข้ารับตำแหน่งแล้วต้องเผชิญกับประเด็นดังกล่าว ก็ต้องตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไร พร้อมเตือนว่าตำแหน่งและอำนาจทางการเมืองไม่ได้อยู่ตลอดไป และกล่าวถึงปลายทางของผู้ที่เกี่ยวข้องในเชิงเตือนว่าอาจต้องเผชิญกับกระบวนการยุติธรรม

 

ทนายอั๋นยังกล่าวถึง ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ว่าที่อธิบดี DSI ว่า หากแผนที่ฉบับใหม่ถูกส่งให้ DSI จริง และมีการสั่งทบทวนเรื่อง ก็อาจทำให้กระบวนการล่าช้าออกไปอีก 3-5 เดือน โดยหากประเมินสถานการณ์ทางการเมืองและการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน ก็อาจมีการยื้อเวลาออกไปอีก 3-4 เดือน โดยอาจมีความพยายามใช้เอกสารฉบับใหม่ไม่ให้ DSI รับไว้สืบสวน

 

ทนายอั๋นกล่าวอีกว่า แผนที่ฉบับเดิมมีจุดพิพาทครบทั้ง 20 จุด โดยตนเคยนำภาพถ่ายดาวเทียมมาเปรียบเทียบ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2495 ปี พ.ศ. 2497 จนถึงภาพล่าสุดในปี พ.ศ. 2569 เพื่อใช้ประกอบข้อสงสัยเกี่ยวกับสภาพพื้นที่ในอดีต จึงตั้งคำถามว่า การลบจุดดังกล่าวออกจากแผนที่ฉบับใหม่เป็นการจงใจทำให้ไม่ปรากฏข้อมูลว่าพื้นที่เคยเป็นลำรางทางสาธารณะมาก่อนหรือไม่ พร้อมย้ำว่า ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพที่ดินในอดีตมีความสำคัญต่อการนำสืบพยานในชั้นศาล เพื่อประกอบการพิจารณาที่มาของที่ดิน

 

ทนายอั๋นระบุด้วยว่า ขนาดการรถไฟแห่งประเทศไทยยังไม่ยอมรับแผนที่ฉบับใหม่ และขอเลื่อนคดีออกไป 2-3 เดือน แต่ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ไม่อนุญาต โดยให้ดำเนินการตามที่ศาลกำหนด และนัดสืบพยานนัดแรกในเดือน ก.พ. 2570 พร้อมให้กรมที่ดินไปจัดทำเอกสารใหม่ จากสถานการณ์ดังกล่าว ตนจึงกังวลว่าเอกสารแผนที่ฉบับใหม่อาจถูกส่งให้ DSI เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาคดีอาญา และอาจส่งผลให้คดีไม่ถูกนำเข้าสู่กระบวนการสืบสวนตามที่ร้องขอ

 

ทั้งนี้ ทนายอั๋นยืนยันว่า หากท้ายที่สุด DSI ไม่รับเรื่องเขากระโดงเข้าสู่กระบวนการสืบสวนจริง ตนยังไม่ทราบว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร แต่จะเดินหน้าต่อสู้และติดตามเรื่องนี้ต่อไป

ข่าวล่าสุด