ทนายอั๋น” ยื่นหลักฐานใหม่ดีเอสไอ ทวงคดีเขากระโดงรอบที่ 8
23 ก.ย. 2569 | prisana_tha

“ทนายอั๋น” ยื่นหลักฐานใหม่ดีเอสไอ ทวงคดีเขากระโดงรอบที่ 8 พร้อมจับตา “ร.ต.อ.ปิยะ” นั่งอธิบดีดีเอสไอคนใหม่ อาจเปลี่ยนชุดทำงานคดีเขากระโดง
ข่าว
23 ก.ย. 2569 | prisana_tha

“ทนายอั๋น” ยื่นหลักฐานใหม่ดีเอสไอ ทวงคดีเขากระโดงรอบที่ 8 พร้อมจับตา “ร.ต.อ.ปิยะ” นั่งอธิบดีดีเอสไอคนใหม่ อาจเปลี่ยนชุดทำงานคดีเขากระโดง
KEY
POINTS
23 กันยายน 2569 เวลา 11.00 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ เดินทางเข้ายื่นหนังสือ พร้อมนำพยานหลักฐานเพิ่มเติมกรณีการบุกรุก ยึดถือ และครอบครองลำรางและทางสาธารณะบริเวณพื้นที่เขากระโดง จ.บุรีรัมย์ เพื่อติดตามความคืบหน้าการขออนุมัติเลขสืบสวนคดี โดยหลักฐานใหม่ที่นำมายื่นวันนี้ เป็นภาพถ่ายการเปิดตัวสนามแข่งรถโกคาร์ทในพื้นที่เขากระโดง เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2557 โดยทนายอั๋นระบุว่า พบเจ้าหน้าที่รัฐและบุคคลสำคัญทางการเมืองไปร่วมงาน พร้อมตั้งคำถามถึงการก่อสร้างสนามแข่งรถดังกล่าวทับลำรางและทางเดินสาธารณะหรือไม่
ทนายอั๋น ระบุว่า ที่ผ่านมาได้ร้องขอให้ตรวจสอบพื้นที่ลำรางและทางสาธารณะรวม 20 จุด วันนี้นำหลักฐานมาเจาะรายละเอียด 1 จุด คือสนามแข่งรถโกคาร์ท พร้อมนำภาพถ่ายทางอากาศตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค.2511 จนถึงปัจจุบันมาเปรียบเทียบโดยอ้างว่าภาพถ่ายในปี 2557 ก่อนก่อสร้างสนามยังเห็นลำรางทางน้ำ แต่หลังมีการก่อสร้างสนามแข่งรถ ลำรางดังกล่าวไม่ปรากฏให้เห็น
สำหรับการก่อสร้างสนามดังกล่าวในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. 2557 ทนายอั๋น ตั้งข้อสังเกตว่า มีเจ้าหน้าที่กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดบุรีรัมย์เข้ามาดำเนินการ ซึ่งกองร้อยดังกล่าวอยู่ภายใต้การกำกับของผู้ว่าฯบุรีรัมย์ พร้อมกับตั้งคำถามว่า การดำเนินการดังกล่าวนั้นเป็นการปฏิบัติหน้าที่นอกเวลาราชการหรือไม่เพราะวันเปิดตัวสนามแข่งรถเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2557 มีนักการเมืองหลายคนเข้าร่วมงานในเวลานอกราชการหรือไม่
นอกจากนี้ ทนายอั๋น ยังตั้งข้อสังเกตการทำงานของหน่วยงานรัฐในพื้นที่ โดยเฉพาะดีเอสไอ ว่า เหตุใดคดีที่ตนยื่นร้องเรียนมาแล้วประมาณ 3 เดือน และร้องติดตามถึง 8 ครั้ง กลับยังไม่มีความคืบหน้า พร้อมตั้งคำถามว่า มีปัจจัยทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีหรือไม่
“ก่อนหน้านี้ผมได้ทำหนังสือถึงสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 18 ก.ย. 69 เพื่อสอบถามว่า ดีเอสไอได้ขอเอกสารเกี่ยวกับที่ดิน เช่น โฉนดและระวางที่ดินไปตรวจสอบแล้วหรือไม่ แต่ยังไม่ได้รับคำตอบ”
ขณะเดียวกัน ทนายอั๋น กล่าวถึงการแต่งตั้ง ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล เป็นว่าที่อธิบดีดีเอสไอ คนใหม่แทน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ ว่า ไม่รู้สึกแปลกใจกับการแต่งตั้ง เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยแสดงความเห็นว่า มีโอกาสที่ ร.ต.อ.ปิยะ จะได้เข้ามารับตำแหน่งดังกล่าว หลัง ครม.มีมติไปเมื่อวันที่ 22 ก.ย. 69 เห็นชอบแต่งตั้ง ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล เป็นอธิบดีดีเอสไอ ขณะที่ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ ถูกย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระดับ 11 โดย รมว.ยุติธรรมมีการชี้แจงว่า การแต่งตั้งเป็นไปตามกระบวนการราชการ และพิจารณาจากความเหมาะสมและประสบการณ์
ได้รับข้อมูลว่า หาก ร.ต.อ.ปิยะ เข้ารับตำแหน่งและอนุมัติเลขสืบสวนคดีเขากระโดง อาจมีการเปลี่ยนแปลงชุดเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบคดี เช่น พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผอ.กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งข้อมูลในส่วนนี้ยังต้องรอการยืนยันจากดีเอสไอ อีกครั้ง
ส่วนกรณีการใช้พื้นที่ลำรางทางสาธารณะที่เป็นสนามแข่งรถ ทนายอั๋น ระบุว่า ได้แจ้งเรื่องไปยังนายกเทศมนตรีบุรีรัมย์ในฐานะหน่วยงานท้องถิ่น พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากปล่อยให้มีการใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเวลานาน อาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
นอกจากนี้ ทนายอั๋น ยังกล่าวถึงการทำหนังสือถึง รมว.ยุติธรรม เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 69 เพื่อทวงถามการออกเลขสืบสวนคดีเขากระโดง โดยระบุความคืบหน้าล่าสุดว่า เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 69 ที่ผ่านมาตนได้รับหนังสือตอบกลับว่า รับทราบเรื่อง และจะสั่งการไปยังดีเอสไอ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นความคืบหน้า โดยตั้งข้อสังเกตว่า การทำงานของดีเอสไอ ในคดีเขากระโดงอาจมีความแตกต่างจากคดีอื่น หลังเห็นว่าคดีของผู้ร้องรายอื่นมีความเคลื่อนไหวรวดเร็วกว่า โดยเรียกร้องให้ตรวจสอบว่าการดำเนินการของเจ้าหน้าที่มีการเลือกปฏิบัติหรือไม่
ช่วงท้าย ทนายอั๋น วิจารณ์การแต่งตั้ง ร.ต.อ.ปิยะ ที่เคยเป็นหนึ่งในคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ว่า อาจทำให้เกิดคำถามเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน โดยตั้งข้อสังเกตถึงความสัมพันธ์ระหว่างบทบาทเดิมกับตำแหน่งใหม่ และกล่าวหาว่าหน่วยงานรัฐอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือของฝ่ายการเมือง