เมื่อถามย้ำว่า ฝ่ายค้านกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมผลประโยชน์ทับซ้อน เอื้อประโยชน์พวกพ้อง นายปกรณ์ย้ำว่า เขาต้องอธิบายว่าผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างไร เอื้อพวกพ้องอย่างไร หากกล่าวหาลอย ๆ เช่นนี้ ตนก็สามารถพูดได้เช่นกันว่า ผู้กล่าวหาเอื้อพวกพ้อง แล้วจะตอบกันอย่างไร เช่น การใช้อำนาจบางอย่างกล่าวหาว่าใครไปชี้แจง เป็นการทำลายตนและเอื้อพวกพ้อง จะพูดลอย ๆ อย่างนี้ได้หรือไม่ มันก็ไม่ถูก
เมื่อถามว่า การที่มาดูงานด้านกฎหมายอาจเอื้อช่องกฎหมายให้พรรคภูมิใจไทย นายปกรณ์ กล่าวว่า ตนมีหน้าที่ไม่ให้รัฐบาลทำอะไรผิดกฎหมาย และนายกรัฐมนตรีก็ย้ำกับตนอย่างนี้มาตั้งแต่ต้น ดังนั้น อะไรที่ผิดกฎหมาย ตนก็จะบอกเขาว่าไม่ทำ หรือทำไม่ได้ อย่างนี้ตนเป็นนั่งร้านให้รัฐบาลหรือเป็นนั่งร้านให้ประเทศ
เมื่อถามย้ำว่า ตกลงแล้วเป็นนั่งร้านให้ใคร นายปกรณ์ กล่าวว่า หากบอกว่าตนเป็นนั่งร้าน ตนก็เป็นนั่งร้านให้ประเทศ เมื่อมีใครทำผิด นายกรัฐมนตรีก็ส่งตนไปดู แล้วจะบอกว่าตนรู้จักคนนั้นคนนี้ ซึ่งตนก็รู้จักหมดทุกคน แต่การกล่าวหาใคร ทั้งในเรื่องทางแพ่งและอาญา ทางวินัย หรือทางปกครอง ก็ควรต้องมีหลักฐาน เพราะหากมีหลักฐาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องไปว่ากันมา และค่อยไล่ตามสอบกัน อย่างกรณีการทุจริตสอบท้องถิ่น เราก็ส่งสำนวนให้ ป.ป.ช., ป.ป.ป. หรือกระทรวงมหาดไทย ซึ่งก็มีการติดตามกันทุกเดือนว่ามีความคืบหน้าอย่างไร