เนชั่นทีวี

ข่าว

“หมอเอก” สวนกลับ “ปลัดเก่ง” สอนนายกฯ ปมตำหนิ นอภ. ยันห่วง ปชช.

08 ต.ค. 2569 | titayu_pur

“หมอเอก” สวนกลับ “ปลัดเก่ง” สอนนายกฯ ปมตำหนิ นอภ. ยันห่วง ปชช.

“หมอเอก” สวนกลับ “ปลัดเก่ง” กล้าสอนนายกฯ ปมตำหนิ นอภ.บ้านสร้าง กลางวงประชุม พร้อมเปิดคลิปเก่าด่าเปิงข้าราชการกลางซูม ยัน “อนุทิน” ไม่มีคำหยาบ แต่พูดเพราะห่วงประชาชน

“หมอเอก” สวนกลับ “ปลัดเก่ง” กล้าสอนนายกฯ ปมตำหนิ นอภ.บ้านสร้าง กลางวงประชุม พร้อมเปิดคลิปเก่าด่าเปิงข้าราชการกลางซูม ยัน “อนุทิน” ไม่มีคำหยาบ แต่พูดเพราะห่วงประชาชน

KEY

POINTS

  • "หมอเอก" โต้ "ปลัดเก่ง" เปิดคลิปย้อนศร: โฆษกรัฐบาลเปิดคลิปอดีตปลัดมหาดไทยด่าข้าราชการกลางซูม ชี้ไม่มีสิทธิ์สอน "อนุทิน" ยันนายกฯ พูดด้วยความห่วงใยไร้คำหยาบคาย
  • แจงย้าย นอภ.บ้านสร้าง เหตุวิกฤตน้ำท่วม: ชี้ อ.บ้านสร้าง เป็นพื้นที่รับน้ำวิกฤต การย้ายเป็นไปตามข้อเสนอของผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี เพื่อบูรณาการการทำงานช่วยเหลือประชาชน
  • ปัดสตอรี่โยงคัดค้านโรงงานขยะ: ยันคำสั่งย้ายไม่เกี่ยวกับการคัดค้านโรงงานขยะรีไซเคิลตามกระแสข่าว วอนทุกฝ่ายโฟกัสการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัยเป็นหลัก

8 ตุลาคม 2569 หมอเอก นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ สวนกลับ ปลัดเก่ง นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ หลังออกมาวิจารณ์กรณี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ตำหนิและสั่งย้ายนายอำเภอบ้านสร้าง มาช่วยราชการ โดยเปิดคลิปเก่าอดีตปลัดด่าข้าราชการกลางประชุมซูมย้อนศร ชี้ไม่มีสิทธิ์มาสั่งสอนนายกรัฐมนตรี ยืนยันการสั่งย้ายทำตามข้อเสนอของผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตน้ำท่วมเร่งด่วน ไร้คำหยาบคาย และไม่ได้เกี่ยวข้องกับปมโรงงานขยะตามที่มีการผูกเรื่อง

 

ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กรณีโยกย้าย นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง ออกจากพื้นที่ให้มาช่วยราชการที่วิทยาลัยการปกครอง กรมการปกครอง เป็นการชั่วคราว ว่า จากการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (บกปภ.ช.) เมื่อวานนี้ โดยมีการสั่งย้ายนายอำเภอบ้านสร้างมาช่วยราชการ ซึ่งมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมและสาเหตุว่าเป็นอย่างไร ตนคิดว่าคนที่ให้คำตอบดีที่สุดคือ ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ที่เป็นผู้เสนอขึ้นมา ว่าที่ผ่านมาการสั่งการมีปัญหาหรือไม่

 

แต่การทำงานในฐานะที่เป็นโฆษกศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมในสถานการณ์อุทกภัย ที่มีการรวบรวมข้อมูลทุกเช้า ต้องยอมรับว่า อ.บ้านสร้าง อยู่ในภาวะวิกฤต เนื่องจากน้ำจากทั้ง จ.นครนายก และปราจีนบุรี จะมารวมกันที่ อ.บ้านสร้าง ก่อนไหลลงแม่น้ำบางปะกง ซึ่งไม่สามารถนิ่งนอนใจ นิ่งเฉย หรือทำงานแบบเรื่อยๆ เฉื่อยๆ ได้ รวมถึงต้องบูรณาการกันทั้งทุกภาคส่วน

นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

 

นพ.เอกภพ กล่าวว่า ตนเข้าใจว่าในภาพที่ประชาชนเห็น หรือสื่อมวลชนได้รับ อาจจะไม่ครบทุกด้าน เพราะฉะนั้น ในส่วนของการทำงานประสานงาน ทำให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยและช่วยเหลือเยียวยาฟื้นฟู ก็ต้องได้รับความร่วมมือที่ไม่ใช่เฉพาะนายอำเภอ แต่ต้องทุกภาคส่วนที่ลงไป จะเห็นได้จากการลงพื้นที่ของรัฐมนตรี หลายคนลงไปในพื้นที่ และหลายงานหลายภาคส่วนลงไปช่วยเหลือประชาชน ซึ่งเมื่อมีคำสั่งย้ายข้าราชการเข้ามาช่วยราชการก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งยอมรับได้ แต่เสียงวิจารณ์หนึ่งของผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย และเป็นผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งบริหารราชการร่วมกับ รมว.มหาดไทย ตนมองว่า เป็นการวิพากษ์วิจารณ์ที่ดูเหมือนตำหนิคำพูดของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในที่ประชุม ซึ่งเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้

“ผมจะบอกว่า นายกฯ ไม่ได้ตำหนิในเรื่องตัวบุคคล นายกฯ ไม่ได้ถามว่าท่านจบที่สถาบันไหน แต่นายกฯ เสียใจที่มีเหตุการณ์แบบนี้ หรือมีข้าราชการที่มีพฤติกรรมที่มีข้อมูล เห็นข้อเท็จจริง และข้อมูลที่เห็นตรงกันว่าน่าจะต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง” นายเอกภพ ระบุ 

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย

จากนั้น นพ.เอกภพ ได้หยิบโทรศัพท์มือถือมาเปิดคลิปวิดีโอเก่าที่ นายสุทธิพงษ์ สมัยดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวตำหนิข้าราชการอย่างรุนแรง ทั้งถามถึงสถาบันศึกษาที่จบการศึกษามา และใช้ถ้อยคำรุนแรง ในการประชุมซูมกับข้าราชการหลายจังหวัดเมื่อ 27 ธ.ค.65 ให้สื่อมวลชนฟัง 

 

โดยนายเอกภพ กล่าวว่า นายกฯ ไม่ได้ด่าใคร และในที่ประชุม บกปภ.ช.ก็ไม่ได้มีการไลฟ์ออกไป และสิ่งที่นายกฯ พูดในที่ประชุมไม่ได้มีคำไม่สุภาพ หรือด่าใคร แต่สิ่งที่พูดนั้นเกิดมาจากความเป็นห่วงประชาชน ว่าจะไม่ได้รับการดูแล คนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ได้ หรือคนที่รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็ร้องเรียนหรือวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่คนที่เคยใช้คำพูดกับข้าราชการในลักษณะดูถูกเหยียดหยาม ใช้คำพูดไม่ดีจะมาสั่งสอนนายกฯ ตนคิดว่ายอมรับไม่ได้เช่นกัน

 

เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า การย้ายนายอำเภอบ้านสร้างในครั้งนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับน้ำท่วม แต่อาจเกี่ยวข้องกับการที่นายอำเภอคัดค้านการตั้งโรงงานขยะรีไซเคิลในพื้นที่ อ.บ้านสร้าง นพ.เอกภพ กล่าวว่า ตนคิดว่าก็ผูกหรือสร้างสตอรี่กันไป แต่สิ่งที่ตนบอกตั้งแต่ต้น พื้นที่นี้ อำเภอนี้เป็นอำเภอรับน้ำ เป็นพื้นที่ที่มีความร้ายแรงของสถานการณ์ และต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทุกสรรพกำลัง นายอำเภอเป็นกลไกสำคัญที่จะร่วมมือบูรณาการทุกภาคส่วน

ปัญหาที่เกิดขึ้น รายละเอียดขอให้ไปถามผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีว่า มีเหตุผลอะไร หากมีเหตุผลไม่ดีพอหรือแน่นพอ ไม่มีทางที่จะมีคำสั่งอย่างนั้นออกมาได้ ผู้ลงนามก็ไม่สามารถลงนามในคำสั่งได้ ถ้าไม่มีการสืบค้นข้อมูลอย่างดีพอ เพราะฉะนั้น การเอาเรื่องนั้นเรื่องนี้มาปะติดปะต่อ ตนมองว่า ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ถูกต้องในเวลานี้ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจะต้องได้รับการช่วยเหลือเยียวยาที่ดีที่สุด

ข่าวล่าสุด