เนชั่นทีวี

ข่าว

"โรม" ยังกักเปิดหลักฐานเด็ดมัด "สามีไอเดียร์" - เมินถูกแจ้งความ

07 ต.ค. 2569 | katchatapong_lee

"โรม" ยังกักเปิดหลักฐานเด็ดมัด "สามีไอเดียร์" - เมินถูกแจ้งความ

"โรม" ยังกักเปิดหลักฐานเด็ดมัด "สามีไอเดียร์" อ้างกฎหมายแค่สงสัย ป.ป.ง.ก็สอบเส้นเงินได้แล้ว - จี้รัฐบาลสอบสวน อย่าเพิ่งรีบประทับตราฟอกขาว – เมินถูกแจ้งความ

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมาธิการฯ ในวันนี้ (7 ต.ค.) ที่เชิญนางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย และนายซาง ไท่หยาง สามีนางสาวสุชาดา พร้อมเชิญนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เลขาธิการ ป.ป.ช. เลขาธิการ ป.ป.ง. และเลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. มาชี้แจง กรณีการเสนอสินบนเกี่ยวกับการปราบปรามเว็บไซต์การพนันออนไลน์ และมาตรการทางกฎหมาย เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และการติดตามควบคุมการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล โดยคาดว่า ในวันนี้ (7 ต.ค.) นางสาวสุชาดา จะไม่มาชี้แจงตามกระแสข่าว แต่ก็เป็นโอกาสของนางสาวสุชาดา และสามีในการชี้แจง เพราะข้อเท็จจริงที่ชี้แจงต่อกรรมาธิการฯ ก็จะเป็นเอกสารทางการเพื่อกรรมาธิการฯ ดำเนินการต่อไป และปัจจุบันประชาชนพบเจอข้อเท็จจริงต่าง ๆ ทั้งที่ไม่ตรงกับบัญชีทรัพย์สิน และข้อสงสัยที่เกี่ยวข้องกับทุนสีเทา ซึ่งจะเป็นประโยชน์หากนางสาวสุชาดาจะชี้แจง และไม่ว่า นางสาวสุชาดา จะมาหรือไม่ กรรมาธิการฯ ก็จะติดตามต่อ เพราะทุกเรื่องที่เป็นเรื่องสำคัญจะมีการตามต่อจนจบ เช่น สินบน 40 ล้านของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ รวมถึงกรณีของนางสาวสุชาดาด้วย

นายรังสิมันต์ ยังเห็นว่า ความสงสัยที่สังคมมีในขณะนี้ ได้ขยายไปถึงรัฐบาล ที่ควรตรวจสอบกรณีนี้ แต่รัฐบาล กลับเป็นตราประทับให้สามีนางสาวสุชาดา ในเรื่องการพนัน เพราะเว็บพนันส่วนมาก จดทะเบียนและดำเนินการในต่างประเทศ แต่ประเด็นสำคัญ คือ ถูกกฎหมายประเทศไทยหรือไม่ มีคนไทยเข้าไปร่วมเล่นหรือไม่ หรือพยายามเจาะกลุ่มลูกค้าคนไทยหรือไม่ และที่รัฐบาลยืนยันมีการสั่งปิดเว็บการพนัน แต่เหตุใดบางเว็บยังสามารถเข้าได้อยู่ ดังนั้น ก่อนที่รัฐบาลจะรับรองสามีนางสาวสุชาดา ควรตรวจสอบให้ถูกต้องก่อน มิเช่นนั้น ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จะไม่กล้าตรวจสอบ เพราะเกรงจะขัดแย้งกับรัฐมนตรี และถูกโยกย้ายอีก

ส่วนที่นางสาวสุชาดา ยังไม่ขอชี้แจงกรรมาธิการฯ เพื่อรอนายรังสิมันต์เปิดเผยหลักฐานก่อนนั้น นายรังสิมันต์ ระบุว่า เรื่องดังกล่าว หากพิจารณาพระราชบัญญัติการฟอกเงิน เพียงแค่มีความสงสัย ป.ป.ง.ก็สามารถตรวจสอบเส้นเงินได้ และหากพิจารณาบัญชีทรัพย์สินนางสาวสุชาดา สังคมก็ข้อสงสัยว่า ยื่นได้ถูกต้องหรือไม่ เพราะดูร่ำรวยเกินฐานานุรูป ในทางปฏิบัติในฐานะนักการเมือง ควรออกมาชี้แจง ซึ่งตนในฐานะกรรมาธิการฯ ก็ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบ พร้อมยืนยันว่า ปัจจุบันมีข้อเท็จจริงไหลเข้าสู่การพิจารณาของกรรมาธิการฯ จำนวนมาก 

 

ส่วนเหตุใดที่ยังไม่สามารถเปิดเผยหลักฐานได้นั้น นายรังสิมันต์ ได้ย้อนถามชวนสื่อมวลชนคิดว่า ตอนนี้ที่ประชาชนเปิดเผยออกมา ส่วนใหญ่เป็นหลักฐาน ซึ่งนางสาวสุชาดา ต้องชี้แจง และข้อมูลที่มีการขุดคุ้ยกันหลายส่วน ตนก็มี และหลายส่วนที่ยังไม่ถูกขุดคุ้นตนก็มี แต่ตนก็จะรอดูหน่วยงานรัฐว่า จะดำเนินการอย่างไร และตกลงแล้ว ความผิดของเรื่องนี้มีเพียงใด สามีของนางสาวสุชาดา ผิดหรือไม่ หากผิดนางสาวสุชาดารู้ด้วยหรือไม่ และนางสาวสุชาดา ที่เคยเป็นเลขานุการรัฐมนตรีฯ นายไชยชนก เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยหรือไม่ และนายไชยชนก ไม่น่าจะไม่รับรู้ ไม่รับทราบ ไม่ได้แล้ว ซึ่งเรื่องดังกล่าว ถือเป็นการใช้อำนาจโดยชอบ หรือมิชอบตามกฎหมาย 

 

ส่วนจะนำหลักฐานที่มีออกมาเปิดเผยเมื่อใดนั้น นายรังสิมันต์ ย้ำว่า หากเชิญนางสาวสุชาดามาชี้แจงต่อกรรมาธิการฯ ก็จะได้มีการตั้งคำถาม ซึ่งไม่มีความจำเป็นต้องเปิดหลักฐานให้นางสาวสุชาดารับทราบในตอนนี้ และย้ำว่า นางสาวสุชาดา เป็นบุคคลสาธารณะ ไม่คิดจะชี้แจงจริง ๆ หรือ พร้อมยกตัวอย่างการเข้าไปเกี่ยวกับเครือข่ายการฟอกเงินมีความผิดหรือไม่ และการชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้มีความจำเป็น เพราะหากไม่สามารถชี้แจงได้ ถือว่า ร่ำรวยผิดปกติ หรือร่ำรวยเกินฐานานุรูปที่มี ดังนั้น จึงมีกระบวนการตามกฎหมายหลายข้อหา ซึ่งไม่เหมือนกัน และยังไม่นับรวมกรณีการเป็นผู้ร่วมกันตั้งกับสถาบันการเงิน ที่ถูกดำเนินคดีในต่างประเทศ ดังนั้น การที่นางสาวสุชาดา ยังนิ่ง และไม่ชี้แจงกับกรรมาธิการ สวนทางกับที่ตนเองบอกว่า บริสุทธิ์ใจ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาล ตรวจสอบนางสาวสุชาดา อย่าเพิ่งรีบฟอกขาว มิเช่นนั้น จะเกิดข้อครหา เลือกปฏิบัติกับสีส้ม แต่สีน้ำเงินที่มีปัญหา กลับรีบฟอกขาว ซึ่งอาจเข้าข่ายใช้อำนาจผิด หรือ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้  

 

ส่วนหลักฐานเด็ด จะนำไปใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่นั้น นายรังสิมันต์ ระบุว่า ขออย่าเพิ่งพูดถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่กรณีของนางสาวสุชาดา ที่ไม่ได้เป็นรัฐมนตรี ก็ใช้ช่องทางการตรวจสอบที่มีให้มากที่สุด แต่เมื่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจมาถึง ข้อมูลใดจะถูกใช้ หรือไม่ถูกใช้ ตนไม่อยากนำมาพิจารณารวมกัน 

 

นายรังสิมันต์ ยังกล่าวถึงกรณีที่นางสาวสุชาดา ไปแจ้งความเอาผิดตนเองฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จะกลายเป็นนิติสงครามหรือไม่ว่า ตนยังไม่มีความคิดในเรื่องดังกล่าว แต่การแจ้งความของนางสาวสุชาดา เป็นสิทธิ์ของนางสาวสุชาดา แต่ตนก็พร้อมพิสูจน์พยานหลักฐาน และพร้อมถูกสอบสวน

ข่าวล่าสุด