เนชั่นทีวี

ข่าว

"นพดล อินนา" ยื่น 3 ข้อเสนอ IPU ดัน AI ทหารหนุนสันติภาพโลก

06 ต.ค. 2569 | titayu_pur

"นพดล อินนา" ยื่น 3 ข้อเสนอ IPU ดัน AI ทหารหนุนสันติภาพโลก

ผศ.ดร.นพดล อินนา ตัวแทนรัฐสภาไทย ร่วมประชุม IPU ที่แทนซาเนีย เสนอ 3 ยุทธศาสตร์คุม AI ทางทหาร พร้อมดันการทูตฝ่ายสภาสร้างสันติภาพโลกอย่างยั่งยืน

ผศ.ดร.นพดล อินนา ตัวแทนรัฐสภาไทย ร่วมประชุม IPU ที่แทนซาเนีย เสนอ 3 ยุทธศาสตร์คุม AI ทางทหาร พร้อมดันการทูตฝ่ายสภาสร้างสันติภาพโลกอย่างยั่งยืน

KEY

POINTS

  • เวที IPU แทนซาเนีย: ผศ.ดร.นพดล อินนา ตัวแทนรัฐสภาไทย เข้าร่วมประชุม IPU ณ เมืองอารูชา ประเทศแทนซาเนีย ก่อนเตรียมลงสมัครชิงตำแหน่งประธานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของรัฐสภาโลก
  • คุม AI ทางการทหาร: เสนอ 3 ข้อเสนอคุม AI ทหาร ต้องมีมนุษย์ควบคุมตลอดวงจรชีวิต เสริมกฎหมายกำกับดูแล และนำแผนงานสากลมาปรับใช้จริงเพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
  • ดันการทูตฝ่ายสภา: แนะ 3 หลักการสร้างสันติภาพยั่งยืน ชูการสร้างเครือข่ายสมาชิกรัฐสภา ประสานงานฝ่ายบริหาร และหนุนกลไกไกล่เกลี่ยความขัดแย้งผ่านเวที IPU

6 ตุลาคม 2569 ผศ.ดร.นพดล อินนา ตัวแทนรัฐสภาไทย เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการ IPU ว่าด้วยสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ โดยได้อภิปรายเสนอ 3 ข้อเสนอควบคุม AI ทางการทหาร ให้ยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลางและกฎหมายระหว่างประเทศ ก่อนเตรียมลงสมัครชิงตำแหน่งประธานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของรัฐสภาโลก พร้อมเสนอขับเคลื่อน การทูตฝ่ายสภา การไกล่เกลี่ย และการสร้างเครือข่ายสมาชิกรัฐสภาเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดและร่วมสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืนในระดับสากล

 

ณ เมืองอารูชา ประเทศแทนซาเนีย  ผศ.ดร.นพดล อินนา ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านกิจการระหว่างประเทศ  วุฒิสภาได้ เป็นตัวแทนรัฐสภาไทยเข้าร่วมประชุมในคณะกรรมาธิการ สหภาพรัฐสภาว่าด้วยสันติภาพและ ความมั่นคงระหว่างประเทศ (IPU Standing Committee on Peace and International Security) ก่อนที่จะ ลงชิงประธานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของรัฐสภาโลก โดยในการประชุมนี้ผู้แทนของกัมพูชาได้เข้าร่วมด้วย แต่ก็ไม่ได้พาดพิงถึงประเทศไทยแต่อย่างใด

ผศ.ดร.นพดล อินนา  

 

ในโอกาสนี้ ผศ.ดร.นพดล อินนา ได้กล่าวอภิปรายเสนอแนะในสองวาระด้วยกันคือ วาระที่ 3 การเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อ "บทบาทของรัฐสภาในการสร้างเสริมสันติภาพในยุคปัญญาประดิษฐ์ทางการทหาร" โดยผู้แทนรัฐสภาไทย กล่าวว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังพลิกโฉมปฏิบัติการทางทหารอย่างรวดเร็ว ซึ่งนำมาสู่คำถามสำคัญสำหรับพวกเราว่า AI จะส่งเสริมสันติภาพโลกหรือเป็นภัยคุกคามกันแน่

 

เพื่อให้มั่นใจว่า AI จะรับใช้สันติภาพ เราต้องยึดมั่นการทำงานของเราบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ ประเทศไทยขอยืนยันเจตนารมณ์ตามมติสหประชาชาติที่ 80/58 และหลักการชี้นำว่าด้วยระบบอาวุธสังหารอัตโนมัติ (LAWS) ค.ศ. 2019 ซึ่งระบุว่าความรับผิดชอบของมนุษย์ไม่สามารถโอนถ่ายไปยังเครื่องจักรได้

ทั้งนี้ เพื่อรักษาความสงบสุขในยุคใหม่นี้ ประเทศไทยขอเสนอ 3 ด้านสำคัญสำหรับการดำเนินงานของรัฐสภา:

 

ประการแรก ต้องมั่นใจว่ามีการควบคุมที่มีความหมายโดยมนุษย์ การตัดสินใจของมนุษย์จะต้องเป็นศูนย์กลางของ AI ทางทหารตลอดวงจรชีวิตของมัน การตัดสินใจใช้กำลังจะไม่ควรถูกปล่อยให้เป็นหน้าที่ของระบบ AI แต่เพียงผู้เดียว

 

ประการที่สอง เสริมสร้างกฎหมายและการกำกับดูแล รัฐสภาต้องใช้อำนาจทางนิติบัญญัติและงบประมาณเพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและการธรรมาภิบาลที่มีความรับผิดชอบ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการเจรจาระหว่างประเทศ

 

ประการที่สาม มุ่งเน้นการปฏิบัติจริง เราต้องเปลี่ยนคำมั่นสัญญาในระดับประเทศให้เป็นนโยบายระดับชาติที่เป็นรูปธรรม โดยใช้เครื่องมือทางปฏิบัติ เช่น แผนงานของ UNIDIR และปรับให้เข้ากับบริบทของแต่ละประเทศ

 

ด้วยการดำเนินการเหล่านี้ เราจึงมั่นใจได้ว่า AI ทางทหารจะป้องสิทธิมนุษยชนและหลักนิติธรรม 

 

ผศ.ดร.นพดล อินนา

 

ผศ.ดร.นพดล อินนา ยังกล่าวในวาระที่ 4 การเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หัวข้อ "การกำหนดทิศทางสู่อนาคตแห่งสันติภาพ: การทูตฝ่ายสภา การไกล่เกลี่ย และการเสวนาเพื่อสันติภาพอันยั่งยืน" ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. นพดล อินนา กล่าวและเสนอแนะว่า ในยามที่ความขัดแย้งอุบัติขึ้นทั่วทุกมุมโลก รัฐสภาจำเป็นต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อเสริมสร้างกลไกสันติภาพ สหภาพรัฐสภา (IPU) เป็นเวทีสำคัญยิ่งในการสร้างความไว้วางใจ การแบ่งปันข้อมูลที่ถูกต้อง และการลดความเข้าใจผิด เมื่อเกิดประเด็นอ่อนไหว สำนักเลขาธิการ IPU สามารถทำหน้าที่เป็นผู้ไกล่เกลี่ยเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดได้ ยิ่งไปกว่านั้น เวทีนี้ยังช่วยให้เราสามารถรับมือกับภัยคุกคามเร่งด่วน เช่น วาระเร่งด่วนที่ประเทศไทยเคยเสนอเกี่ยวกับอาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมทางไซเบอร์ ในการประชุมสมัชชา IPU 

 

บทบาทของสมาชิกรัฐสภานั้นมีความสำคัญยิ่ง ในทางการเมือง เราสามารถใช้การทูตรัฐสภาเพื่อริเริ่มการเจรจาและไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง เพื่อสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน เราต้องมุ่งเน้นที่หลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่

 

ประการแรก การสร้างเครือข่ายรัฐสภา ผ่านเครือข่ายต่างๆ เช่น IPU เราสามารถแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีและทำงานร่วมกับภาคประชาสังคมเพื่อส่งเสริมการเจรจา

 

ประการที่สอง การประสานงานกับฝ่ายบริหาร การเชื่อมช่องว่างระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารผ่านการแบ่งปันข้อมูลอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการสร้างสันติภาพที่มีความสอดคล้องกัน

 

ประการที่สาม กลไกการสร้างสันติภาพ เราต้องสนับสนุนกลไกใดก็ตามที่ทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง ติดตามข้อตกลงสันติภาพอย่างเป็นกลาง และชี้ให้เห็นการละเมิดข้อตกลง

 

ความขัดแย้งจะไม่หมดสิ้นไป หากแต่ละประเทศคำนึงถึงแต่ผลประโยชน์ของตนเอง หนทางสู่ข้อตกลงหรือมติ คือเป้าหมายร่วมกัน นั่นคือ การสร้างความไว้วางใจ ส่งเสริมการเจรจา และเสริมสร้างการไกล่เกลี่ย การดำเนินการเช่นนี้จะช่วยให้เราบรรลุสันติภาพที่ยั่งยืนได้ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับระหว่างประเทศ

 

ผศ.ดร.นพดล อินนา

ข่าวล่าสุด