นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ในฐานะกรรมาธิการกฎหมายฯ มีกรอบอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว และทั้งสองฝ่ายย่อมมีสิทธิใช้กระบวนการทางกฎหมายของตนเอง โดยเข้าใจว่าทาง น.ส.สุชาดา ได้เดินทางไปยื่นฟ้องดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทเรียบร้อยแล้ว
เมื่อถามย้ำว่ามั่นใจในพยานหลักฐานที่มีหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนมั่นใจการทำหน้าที่ของสมาชิกพรรคประชาชน โดยเฉพาะนายรังสิมันต์ คงไม่ได้กล่าวหาใครอย่างเลื่อนลอยแน่นอน
แจงปม สส.ภูเก็ต ยันไร้กังวล-พร้อมให้ตรวจสอบตามกระบวนการ
เมื่อถามว่ามีความกังวลหรือไม่ว่าประเด็นนี้จะย้อนกลับมาที่พรรคประชาชน เนื่องจากกรณีของ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ก็มีประเด็นเรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สินเช่นกัน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนยังยืนยันว่าพวกเราทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา และตรวจสอบคนในพรรคเสมอ อย่างกรณีของ นายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ก็สมัครใจเข้าไปชี้แจงด้วยความเรียบร้อย ไม่ได้คิดว่าจะเป็นการย้อนเข้าหาตัวหรือมีความกังวลใจใดๆ
เมื่อถามต่อว่าประเด็นของนายสมชาติอาจไม่ใช่เรื่องนอมินี แต่เป็นการแจ้งบัญชีทรัพย์สินที่ไม่ครบถ้วน เข้าข่ายปกปิดหรือแจ้งเท็จหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ให้เป็นหน้าที่ของเจ้าตัวในการชี้แจง และปล่อยให้พยานหลักฐานต่างๆ ดำเนินไปตามกระบวนการ
ส่วนข้อสังเกตที่ว่าพรรคประชาชนตั้งคณะกรรมการขึ้นตรวจสอบแล้วแต่ยังไม่มีผลสรุปออกมานั้น นานเกินไปหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาชน ชี้แจงว่า บางครั้งต้องพยายามชั่งน้ำหนัก เพราะหลักการสำคัญของพรรคประชาชนคือ "ไม่ปกป้องคนผิด" แม้จะเป็นคนในพรรคก็ตาม แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องพิจารณาด้วยว่า การดำเนินคดีหรือข้อกล่าวหานั้นมีเจตนาหรือโจทย์ทางการเมืองแอบแฝงหรือไม่ เพื่อรักษาสมดุลทั้งสองส่วน ไม่ใช่ว่ามีผู้ใดมาร้องเรียนแล้วจะต้องปลดคนออกทันที โดยที่ข้อกล่าวหาไม่มีมูล พรรคประชาชนไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบเส้นทางการเงินได้ทั้งหมด ดังนั้น กระบวนการในตอนนี้จึงอยู่ที่ตัวนายสมชาติในการแสดงความบริสุทธิ์ใจ
ย้อนถามซีกรัฐบาล จัดการคนในสังกัดอย่างไร
เมื่อถามว่าสังคมอาจตั้งคำถามเพราะพรรคประชาชนเป็นต้นทางในการตรวจสอบผู้อื่น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ควรตั้งคำถามย้อนกลับด้วยว่า เวลาที่มีบุคลากรในองค์กรใดๆ ถูกร้องเรียน องค์กรนั้นมีวิธีการจัดการคนของตัวเองอย่างไร
"ปัญหาลักษณะนี้ไม่ได้มีแค่พรรคประชาชนหรอกครับ ผมว่าแม้แต่ในเจ้าหน้าที่ของรัฐ รัฐบาลเอง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่อยู่ในซีกรัฐบาลเองก็มีเหมือนกัน คำถามที่ควรจะตั้งมากกว่าก็คือ แล้วฝั่งนู้นเขาจัดการกับคนของตัวเองอย่างไรด้วย" นายณัฐพงษ์ กล่าว