เมื่อถามว่า ในฐานะเป็นผู้นำรัฐบาลและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยมองอย่างไรกับการปรับแก้กฎหมาย 4 ฉบับดังกล่าวนี้ นายอนุทิน ระบุว่า ให้ว่าไปตามขั้นตอน
ส่วนกรณีที่ถูกมองว่าจะเป็นการไปแทรกแซงสื่อ นายกฯ หัวเราะ ก่อนที่จะเดินออกจากวงสัมภาษณ์
โฆษกรัฐบาลปัด สส. เสนอกฎหมายแก้ภาษีบาปหวังฮุบไทยพีบีเอส ยันมุ่งเน้นความโปร่งใส
ด้าน นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กฎหมายที่ สส.พรรคภูมิใจไทยเสนอ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารงานของหน่วยงานใดเลย โดยเฉพาะไทยพีบีเอส ดังนั้น บอร์ดบริหารและเครือข่ายผู้ชมยังเป็นเหมือนเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือวิธีการงบประมาณที่มีการเปิดเผยและเข้าสู่ระบบ ดังนั้น จะไม่มีกรณีที่ว่าไปให้เงินที่ปรึกษา 3 แสนบาทต่อเดือน หรือไปจ้างเครือข่ายที่ใกล้ชิดผลิตรายการ ตรงนี้จะมีการตรวจสอบ
นายเอกภพ กล่าวว่า สิ่งที่ประชาชนจะได้คือ ไทยพีบีเอสจะเป็นองค์กรที่ยึดโยงกับประชาชน และให้ข้อมูลที่ต้องการจริงๆ และย้ำว่าไม่ได้เสนอกฎหมายเพื่อแก้โครงสร้างไทยพีบีเอส
เปรียบเทียบโมเดล สปสช. ชี้ไทยพีบีเอสและ สสส. ต้องชี้แจงงบประมาณได้
เมื่อถามถึงกรณีมีคนตั้งข้อสังเกตว่า หากให้ไทยพีบีเอสรับงบประมาณรายจ่ายประจำปี จะกระทบกับการนำเสนอข่าว นายเอกภพ กล่าวว่า ประเทศไทยมีองค์กรมหาชนเยอะแยะไปหมด ซึ่งรัฐบาลไม่สามารถควบคุมการดำเนินการได้
ยกตัวอย่างเช่น สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) แม้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขนั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน แต่ไม่มีอำนาจสั่งการเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
แต่เราสามารถติดตามงบประมาณได้ เพราะ สปสช.ต้องเปิดเผยงบประมาณแต่ละปีว่าโอนงบประมาณไปที่โรงพยาบาลใดบ้าง
แต่กลับกัน ไทยพีบีเอสและ สสส.ไม่เคยมีการชี้แจงเรื่องเหล่านี้ ดังนั้น ประชาชนจะได้รับการเปิดเผยเรื่องนี้มากขึ้น