นายสุรเดช ระบุว่า ขณะนี้ น้ำเหนือกำลังลงมาแล้ว การรับมือที่สามารถทำได้ในขณะนี้คือ ต้องเร่งเคลียร์น้ำในพื้นที่ตอนล่าง รวมถึงใน กทม.เพื่อเตรียมการรองรับน้ำใหม่ที่กำลังลงมา โดยการเร่งระบายน้ำเก่าไม่ว่าจะในคูคลองลงแม่น้ำน้ำสายหลักและลงทะเลตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อลดระดับน้ำในคูคลองต่าง ๆ ไว้สำหรับรองรับน้ำใหม่ให้โดยเร็วที่สุด จะต้องมีการบูรณาการทำงานกันว่า จะพร่องน้ำไปที่ไหนโดยไม่ให้กระทบกับบ้านเรือนประชาชน ส่วนในระยะยาว รัฐบาลมีหน้าที่จะต้องหาที่กักเก็บน้ำ ทั้งการทำแก้มลิง อ่างเก็บน้ำ เพื่อรองรับน้ำเหนือ และยังสามารถเอาไว้ใช้ในการเกษตรกรรมในฤดูแล้งได้อีกด้วย
นายสุรเดช เสนอว่า การแก้ไขปัญหาน้ำเหนือนั้น ต้องแก้ที่ต้นเหตุ และต้องแก้ปัญหาในระยะยาว สาเหตุหลักคือ การตัดไม้ทำลายป่าซึ่งมีส่วนสำคัญทำให้น้ำท่วมบ่อยและรุนแรงขึ้น จะเห็นได้ว่า พื้นที่ที่สูญเสียป่าไม้มีความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมขนาดใหญ่มากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น จึงต้องเพิ่มพื้นที่ป่า เพราะกลไกป่าไม้ สามารถช่วยชะลอน้ำได้ ใบและกิ่งก้านสามารถช่วยซับแรงตกกระทบของเม็ดฝนไม่ให้พุ่งชนหน้าดินโดยตรง ซากพืช ใบไม้แห้ง และระบบรากไม้บนหน้าดิน จะทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำ คอยดูดซับน้ำฝนเอาไว้ในดิน รากไม้ที่ชอนไชช่วยทำให้ดินโปร่ง ส่งให้น้ำซึมลงสู่ชั้นใต้ดินได้ดีขึ้น แทนที่จะไหลบ่าลงมาบนพื้นผิวทั้งหมดทันที ลำต้นของต้นไม้และรากที่โผล่พ้นดิน จะช่วยขวางทางน้ำ ทำให้กระแสน้ำไหลบ่าลงเขาได้ช้าลงและลดความรุนแรงลงอย่างมาก ทำหน้าที่เหมือนฝายธรรมชาติ สำหรับการฟื้นฟูป่านั้น ปัจจุบันมีนวัตกรรมการฟื้นฟูธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพสูงและรวดเร็ว เช่น การใช้โดรนในการสำรวจพื้นที่และหว่านเมล็ดพันธุ์ เพื่อช่วยคืนผืนป่าได้อย่างรวดเร็วในระดับหลายหมื่นต้นต่อวัน พร้อมย้ำว่า ตนอยากให้รัฐบาลประกาศให้เรื่องน้ำท่วม เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนทั้งประเทศอย่างยั่งยืน