นายสิทธิโชติ ยังได้ยกกรณีตัวอย่างปัญหากลุ่มอาชีพ มีผู้ร้องเรียนผู้สมัคร สว.ที่จังหวัดสมุทรสาคร ที่มีผู้สมัครทำอาชีพนาเกลือ และประสงค์สมัครในกลุ่มเกษตรกร จนเกิดการร้องเรียน และส่งเรื่องต่อไปยังศาลฎีกา ที่ผู้ประกอบอาชีพนาเกลือ ไม่ควรลงสมัครในกลุ่มอาชีพนี้ แต่ศาลฎีกาฯ เห็นว่า เมื่อกฎหมายเปิดโอกาสให้บุคคล 1 บุคคล สามารถมีได้หลายอาชีพ และยังมีผู้รับรองครบถ้วน นายอำเภอจึงสามารถรับสมัครได้อย่างถูกต้อง การร้องคัดค้านการรับสมัครของนายอำเภอจึงยกคำร้อง แต่ศาลฯ ไม่ได้วินิจฉัยในรายละเอียดว่า ผู้ทำนาเกลือ สามารถลงสมัครอาชีพนี้ได้หรือไม่ ซึ่งเป็นอำนาจของ กกต.ในการพิจารณา โดยนำพยานหลักฐานมาพิจารณา และ กกต.ก็มักจะอ้างคำวินิจฉัยศาลฎีกาฯ นี้ ถูกต้องแล้ว เพราะนายอำเภอรับสมัครมาแล้ว ถือว่า มีความชอบทั้งหมด ดังนั้น ตนจึงเสนอว่า ควรจะต้องตั้งคณะกรรมการสืบสวน ไต่สวนขึ้นมาพิจารณา และสืบหาพยานหลักฐาน ผู้สมัคร สมัครได้ถูกกลุ่มหรือไม่ พร้อมมั่นใจว่า กกต.ยังสามารถสืบสวนไต่สวนเรื่องนี้ได้อยู่
🔵วันเลือก สว. ระดับประเทศ วุ่นวาย-ปัญหาจัดการล่าช้า
นายสิทธิโชติ กล่าวถึงปัญหาในวันเลือก สว.ระดับประเทศว่า กกต.เห็นเอกสารเหมือนโพย ที่ทิ้งในห้องน้ำ ทั้งรอบเช้า และรอบเย็น จนมีเจ้าหน้าที่มารายงานว่า ส่อไปในทางทุจริต ดังนั้น กกต.จึงประชุมร่วมกัน เพื่อแจกเอกสาร สว.3 ใหม่ เพื่อไม่ให้มีเอกสารใดหลุดเข้าไป และตนก็เพิ่งเข้ามาทำหน้าที่ กกต. ได้เพียง 2 เดือน จึงยังตามไม่ทัน และพยายามแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยจัดทำเอกสารใหม่ และหลัง กกต.มีมติ ก็ให้ผู้อำนวยการเลือกตั้งระดับประเทศ เป็นผู้ดำเนินการ และได้พิจารณาว่า จะแจ้งผู้สมัครในช่วงใด เพื่อไม่ให้สามารถเตรียมตัวได้ทัน แต่การบริหารจัดการในพื้นที่ไม่ดี ทำให้ผู้สมัครรู้ตัวล่วงหน้า จนมีการหากระดาษเขียนล่วงหน้าตามที่ปรากฏในคลิป พร้อมยังเปิดเผยว่า ตนเองก็ยังมีข้อกังขาอยู่ แต่เหตุการณ์นั้นก็ผ่านมาแล้ว และพยายามทำให้ดีที่สุด
🔵ดึง DSI-ปปง. ช่วยสืบสวน แต่เจอแรงต้านและมติฉิวเฉียด
นายสิทธิโชติ ยังชี้แจงถึงการตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 และ 36 ที่ประชาชนยังมีข้อคลางแคลงใจของประชาชนว่า ในการตั้งคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 นั้น เดิมมีอยู่แล้ว 25 ชุด แต่คดีฮั้ว สว.มีการร้องเรียนทั่วประเทศ และข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากทุกจังหวัดหลังทำสำนวนเสร็จ ถูกยกคำร้องหมด เพราะพยานหลักฐานไปไม่ถึง เพราะในแต่ละอำเภอ-จังหวัด มีผู้บริหารจัดการ ทำให้พยานไม่มา หรือเปลี่ยนคำให้การ ตัดตอนต่าง ๆ อ้างว่า ตนเองตั้งใจมาสมัครเองทั้งที่มีการเกณฑ์กันมา หรือตามหาเส้นเงินในระดับอำเภอไม่ได้ ตนจึงได้หารือกับกรรมการ กกต. เพื่อไม่ให้ปัญหานี้ผ่านเลยไป และให้ความเป็นธรรมกับแผ่นดิน จึงพิจารณากฎหมาย กกต.ที่ให้อำนาจ กกต.แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนได้ จึงได้หารือกับตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ป.ป.ง. เพื่อตรวจสอบเส้นเงิน โทรศัพท์ และการสอบปากคำในแต่ละอำเภอ แต่ก็มีการคัดค้านในที่ประชุมในกรรมการ กกต.เพราะ กกต.ไม่เคยดำเนินการมาก่อน และเกรงว่า ความลับสำนวนจะรั่วไหล
"ตนจึงเสนอให้ตั้งอนุกรรมการอีกชุดหนึ่ง เพื่อสนับสนุนข้อมูล หากคณะอนุฯ ชุดปกติประสงค์ข้อมูลทั้งเส้นเงิน โทรศัพท์ หรือข้อเท็จจริงอื่น ๆ ก็ให้คณะอนุฯ ชุดนี้ช่วย โดยให้เลขาธิการ กกต.เป็นประธานอนุกรรมการฯ ชุดนี้ ซึ่งมีการตั้งคณะอนุฯ ขึ้นมา 2-3 เดือน ก็มีตำรวจผู้ใหญ่โทรศัพท์มาถามตนว่า คณะอนุฯ ชุดนี้ จะดำเนินการจริงหรือไม่ เพราะมีการประชุมเพียงครั้งเดียว และไม่มีการดำเนินการใด ๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลอย่างรวดเร็วเลยเกือบปี แต่กรรมอนุฯ ชุดนี้ได้มาพบตน และมีผู้ไปร้องเรียน DSI มาก ตนจึงให้ DSI ดำเนินการไปก่อนเต็มที่ และ กกต.จะหารือกันอีกครั้ง เพื่อแก้ปัญหา และสร้างความเชื่อมั่นการเลือกตั้ง จน DSI มีหนังสือแจ้งมาว่า ขณะนี้ สำนวนมีความแน่นหนาแล้ว จะให้รับโอนคดีมาที่ กกต.เพื่อดำเนินการหรือไม่ ซึ่งเวลานั้น DSI อยู่ในการดูแลของพรรคการเมืองอีกพรรคหนึ่ง และผู้ถูกกล่าวหาอีกพรรคการเมืองหนึ่ง ซึ่งเป็นปัญหาทางการเมือง ตนเสนอที่ประชุม กกต.ว่า หาก กกต.กระโดดไปรับลูก ก็จะถูกให้มองว่า เลือกข้างได้ ไม่มีความเป็นกลาง ดังนั้น จึงทอดระยะเวลาทิ้งไว้ระยะหนึ่งให้เรื่องเงียบ รอพิจารณาต้นสายปลายเหตุ ประกอบกับสำนวนของ กกต.ก็ยังไม่มีความคืบหน้าที่จะดำเนินการใดๆ ได้ จึงมีการเสนอในที่ประชุม กกต.ว่า เมื่อ DSI ได้แจ้งสำนวนดังกล่าวมาแล้ว จึงใช้อำนาจ “ตามกรณีที่มีความปรากฏ” เพื่อเรียกเอกสารจากหน่วยงานต่าง ๆ แต่ไม่รับโอนสำนวน" นายสิทธิโชติ ระบุ
🔵กกต. มีมติ 4 ต่อ 3 ไม่รับพยานหลักฐาน DSI
นายสิทธิโชติ เผยว่า จึงตั้งคณะอนุกรรมการสืบสวนไต่สวน ชุดที่ 26 เพื่อให้ กกต.ได้ดำเนินการต่อเอง โดยใช้ผู้เชี่ยวชาญ เจ้าหน้าที่ DSI 3 คน ที่เหลือ 6 คน เป็นเจ้าหน้าที่ กกต. ก่อนเรียกพยานเอกสารต่าง ๆ และรายละเอียดที่ DSI สอบสวน ก็ต้องส่งมาที่ กกต.ทั้งหมด ส่วนผู้ให้การกับ DSI ก็เชิญมาสอบปากคำกับ กกต.ใหม่ทั้งหมด รวมถึงพยานที่ 16/26 ที่กลับคำให้การ ได้ให้การกับ DSI 2 ครั้ง และ กกต.ได้สอบเป็นครั้งที่ 3 ก็ยังคงยืนยัน และระยะเวลาการสอบปากคำก็มีการทิ้งห่างกัน ดังนั้น ตนในฐานะเสียงข้างน้อย จึงเชื่อพยานปากนี้
นายสิทธิโชติ ยังระบุว่า เมื่อคณะอนุฯ ที่ 26 ทำสำนวนเสร็จ และได้ข้อมูลประมาณหนึ่ง และส่งต่อมายัง กกต.และตามกระบวนการ จะต้องมีคณะอนุช่วยกลั่นกรองว่า เห็นด้วยหรือไม่ หรือมีข้อทักท้วง เพื่อช่วย กกต.อีกชั้น แต่กรณีนี้ เนื่องจากเป็นกรณีพิเศษ กกต.จึงตั้งอนุขึ้นมาคนละ 1 คน เพื่อช่วยกลั่นกรอง เป็นคณะอนุฯ ชุดที่ 36 เป็นกรณีพิเศษ แต่ประธานคณะอนุฯ ชุดที่ 36 ไม่ได้เรียกประชุมเลย 45 วัน ซึ่งตนไม่ทราบสาเหตุความล่าช้า แต่ประธานคณะอนุฯ อ้างว่า ไปต่างประเทศ ทำให้คณะอนุฯ พิจารณาช้า และมีผลกระทบ เพราะ กกต.กำลังทยอยครบวาระ แต่สุดท้ายการพิจารณาของคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 ก็มาถึง กกต.
นายสิทธิโชติ ยังชี้แจงถึงกรณีที่สำนักงาน กกต.ออกเอกสารข่าว ระบุ ไม่มีการขอเส้นเงินระหว่างประชุม และไม่รับสำนวนว่า ในระหว่างที่อนุฯ กำลังพิจารณาสำนวนนั้น เมื่ออนุฯ พิจารณาเสร็จ จะต้องส่งมาให้ กกต. แต่ DSI ได้มีหนังสือแจ้งว่า DSI มีสำนวนการฟอกเงิน ซึ่งมีทั้งภาพถ่าย เส้นเงิน และเส้นโทรศัพท์ เกี่ยวพันกับผู้ถูกกล่าวหา 8 คน และแจ้ง กกต.ว่า หาก กกต.สนใจพยานหลักฐาน ขอให้มีมติแจ้งไป และ DSI จะได้คัดสำเนาส่งมาให้ กกต. แต่ต่อมา กกต.จึงเป็นมติ 4 ต่อ 3 ที่ กกต.ไม่รับ เนื่องจาก ยังไม่มีสำนวน เพราะสำนวนยังอยู่ที่อนุฯ 36 แต่ตนก็เห็นว่า กกต.มีหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐาน และเมื่อ DSI แจ้งมาแล้ว และคณะอนุฯ 36 ที่ร้อยตำรวจเอก ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ที่ทำหน้าที่แทนเลขาธิการฯ ก็มีหนังสือมา ที่ประสงค์พยานหลักฐานเหล่านี้ เพื่อมาวิเคราะห์ ทั้งพิสูจน์ความบริสุทธิ์ และความผิด ซึ่งถือเป็นประโยชน์ต่อ กกต.ทั้งสิ้น แต่สุดท้ายก็แพ้มติไป จนนำมาสู่การให้สัมภาษณ์ ที่ตนได้ให้สัมภาษณ์ไปก่อนหน้านี้ทั้งหมด
ทั้งนี้ นายสิทธิโชติ ยังได้ร่วมเสวนาได้เพียงระยะเวลาสั้น ๆ เนื่องจาก จะต้องกลับไปปฏิบัติหน้าที่ ในการเข้าร่วมประชุมกรรมการ กกต.ต่อ เพื่อไม่ละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่โดยตรง พร้อมขอบคุณราชบัณฑิต และนายวิชา มหาคุณ อดีต ป.ป.ช. และนายจรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่ตนเคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของตน ซึ่งนับเป็นเกียรติของตนเองสูงสุด เพราะตนไม่เคยตอบรับเข้าร่วมเวทีใดเลย