เนชั่นทีวี

ข่าว

"สนธิ" เดือดบุก กกต. ซัด "องค์กรอิสระ" ถูกการเมืองครอบงำ-จ่อลุยเปิดเวทีใหญ่หาดใหญ่ 26 ก.ย.นี้

25 ก.ย. 2569 | natthanan_chu

"สนธิ" เดือดบุก กกต. ซัด "องค์กรอิสระ" ถูกการเมืองครอบงำ-จ่อลุยเปิดเวทีใหญ่หาดใหญ่ 26 ก.ย.นี้

"สนธิ" เดือดบุก กกต. ซัด "องค์กรอิสระ" ถูกการเมืองครอบงำ-จ่อลุยเปิดเวทีใหญ่หาดใหญ่ 26 ก.ย.นี้ ปลุกพลังประชาชนทวงคืนความถูกต้อง

"สนธิ" เดือดบุก กกต. ซัด "องค์กรอิสระ" ถูกการเมืองครอบงำ-จ่อลุยเปิดเวทีใหญ่หาดใหญ่ 26 ก.ย.นี้ ปลุกพลังประชาชนทวงคืนความถูกต้อง

KEY

POINTS

  • จี้สอบ กกต. ปมฮั้ว สว.: "สนธิ" บุกยื่นหนังสือซัดองค์กรอิสระถูกครอบงำ หวั่นกระบวนการตรวจสอบไร้มาตรฐาน   
  • แฉเบื้องหลังโยกย้าย: พาดพิงการแต่งตั้งอธิบดี DSI และคดีความโยงพรรคการเมืองใหญ่
  • ปลุกพลังประชาชนหาดใหญ่: เตรียมลงพื้นที่ 26 ก.ย. นี้ มุ่งให้ความรู้และทวงคืนความถูกต้อง  

25 กันยายน 2569 ที่บริเวณประตูทางเข้าใกล้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อาคาร B นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) พร้อมด้วยแกนนำเครือข่ายภาคประชาชน ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนก่อนการเข้ายื่นหนังสือกล่าวโทษ กกต. 

 

โดย นายสนธิ ระบุว่า มีประชาชนติดตามการถ่ายทอดสดผ่านระบบออนไลน์เป็นจำนวนมาก สิ่งที่ตนและเครือข่ายต้องการคือการเผยแพร่ข้อเท็จจริง และการต่อสู้บนพื้นฐานของความถูกต้อง เพื่อให้สังคมได้ประจักษ์ว่า หากองค์กรอิสระปราศจากความยุติธรรม อิสรภาพ และความกล้าหาญ ก็จะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ประเทศชาติได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าถูกครอบงำด้วยอิทธิพลทางการเมืองอย่างเบ็ดเสร็จ   

 

"สนธิ" เดือดบุก กกต. ซัด "องค์กรอิสระ" ถูกการเมืองครอบงำ-จ่อลุยเปิดเวทีใหญ่หาดใหญ่ 26 ก.ย.นี้ "สนธิ" เดือดบุก กกต. ซัด "องค์กรอิสระ"ถูกการเมืองครอบงำ-จ่อลุยเปิดเวทีใหญ่หาดใหญ่ 26 ก.ย.นี้ 

 

นายสนธิ กล่าวเพิ่มเติมด้วยความกังวลถึงสถานการณ์หากมีการประกาศยุบสภาเกิดขึ้น โดยชี้เป้าไปที่เม็ดเงินมหาศาลของพรรคการเมืองใหญ่ โดยเฉพาะประเด็นเงินค่าส่วนต่างน้ำมันจำนวน 19,000 ล้านบาท ที่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบที่โปร่งใส พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าเงินก้อนดังกล่าวอาจถูกนำมาใช้เป็นสายป่านในการเลือกตั้งครั้งใหม่ภายใต้กลไกที่เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มการเมืองบางกลุ่ม รวมถึงการตั้งคำถามถึงบทบาทขององค์กรอิสระและสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่อาจถูกควบคุมทิศทางได้

 

🔵 ตั้งข้อสังเกตวงจรอุบาทว์-ชี้ช่องโหว่กระบวนการตรวจสอบ

 

ในประเด็นด้านกระบวนการทางกฎหมาย นายสนธิ ซึ่งระบุว่า ตนมีประสบการณ์ติดตามการเมืองมาอย่างยาวนานกว่า 34 ปี มองว่าหากปล่อยให้สถานการณ์การเมืองดำเนินไปในลักษณะนี้ พรรคการเมืองขนาดใหญ่จะเข้ามามีอำนาจในการครอบงำและยึดครององค์กรอิสระทั้งหมด พร้อมทั้งตั้งคำถามถึงช่องทางร้องเรียนผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินหรือ ป.ป.ช. หากกระบวนการคัดเลือกบุคคลต้องผ่านความเห็นชอบจาก สว. ที่เชื่อมโยงกับฝ่ายการเมือง ก็อาจทำให้กลไกการตรวจสอบเกิดความบกพร่อง ไม่เป็นธรรม และเปรียบเสมือนการเปิดช่องให้มีกระบวนการ "ฟอกขาว" ให้กับผู้ที่ถูกกล่าวหาเป็นทอดๆ

 

นอกจากนี้ นายสนธิ ยังได้หยิบยกกรณีการตรวจสอบกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยตั้งข้อสังเกตถึงกรณีมีผู้ร้องเรียนจำนวน 77 คน และตั้งคำถามถึงดุลพินิจในการพิจารณาคดี พร้อมทั้งพาดพิงถึงความผิดปกติในการบริหารจัดการสำนวนของคณะอนุกรรมการไต่สวน ตลอดจนกรณีการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง เช่น การแต่งตั้ง ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และการเข้าไปดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการสรรหาหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เป็นการตอบแทนบุคคลที่เข้ามาช่วยควบคุมกลไกและกระบวนการในจุดต่างๆ ให้กับฝ่ายการเมืองโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องชอบธรรม   

 

เมื่อกล่าวถึงสถานการณ์อนาคตและการเลือกตั้งใหม่ที่อาจเกิดขึ้น นายสนธิ ระบุว่า ตนไม่รู้สึกเกรงกลัวต่อวงจรอุบาทว์ที่จะวนกลับมาอีกครั้ง แม้จะอยู่ภายใต้สถานการณ์อำนาจนิยมที่มีความได้เปรียบทั้งเรื่องเม็ดเงิน กลไก กกต. และองค์กรตรวจสอบอื่น ๆ พร้อมทั้งยกตัวอย่างกรณีบุคคลใกล้ชิดนักการเมืองใหญ่ที่ถูกดำเนินคดีในระดับท้องถิ่น ก่อนที่เรื่องจะถูกส่งต่อให้ ป.ป.ช. ชี้มูลในลักษณะตัดตอนเป็นขั้นๆ เพื่อให้หลุดพ้นจากข้อกล่าวหา   

 

🔵 ลุยหาดใหญ่ 26 ก.ย. ปลุกพลังประชาชนตื่นรู้สู้ความอยุติธรรม 

 

ในช่วงท้ายของการให้สัมภาษณ์ นายสนธิ ได้เปิดเผยถึงกำหนดการสำคัญในการเดินทางลงพื้นที่ภาคใต้ โดยในวันที่ 26 กันยายน 2569 นี้ ตนจะเดินทางไปที่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งคาดว่าจะมีพี่น้องประชาชนจากจังหวัดใกล้เคียง เช่น สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต และนครศรีธรรมราช เดินทางมาร่วมกิจกรรมรวมพลังสะท้อนเสียงสะท้อนปัญหากันอย่างเนืองแน่น

"เป้าหมายหลักของการลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ใช่การเดินทางไปเพื่อโค่นล้มรัฐบาลหรือพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งเป็นการเฉพาะ แต่เป็นการมุ่งเน้นไปที่ "การให้ปัญญาและความรู้แก่ประชาชน" พร้อมทั้งตั้งคำถามกระตุ้นเตือนจิตสำนึกของคนในท้องถิ่นว่า เงินเพียง 500 หรือ 1,000 บาทที่เคยได้รับจากการซื้อเสียงนั้น ปัจจุบันหมดไปอย่างรวดเร็ว แต่วิกฤตที่ประเทศได้รับกลับมาคือการได้คนไม่มีคุณภาพเข้ามาบริหารบ้านเมือง และปัญหาคอร์รัปชันที่ยังคงกัดกินสังคมไทยในระดับสูง" นายสนธิ ระบุ

นายสนธิ กล่าวย้ำทิ้งท้ายว่า หน้าที่ของตนในวัยนี้คือการออกมาปลุกพลังภาคประชาชนให้ตื่นตัว ตระหนักรู้ถึงสิทธิและเสียงอันทรงพลังของตนเอง เพื่อกดดันให้นักการเมืองทั่วประเทศตระหนักว่าประชาชนจะไม่ยอมจำนนต่อพฤติกรรมที่ไม่สุจริตอีกต่อไป หากจำเป็นต้องรับเงินทองที่นักการเมืองนำมาแจกก็สามารถรับได้ แต่วิญญูชนและประชาชนผู้รักชาติไม่ควรเทคะแนนเสียงให้อีกเด็ดขาด เพราะนักการเมืองกลุ่มนี้คือผู้บ่อนทำลายอนาคตของประเทศไทยอย่างแท้จริง 

 

ข่าวล่าสุด