เนชั่นทีวี

ข่าว

สารพัดมรสุมรุม “บ้านใหญ่ปราจีนฯ” แต่ยังไม่เสื่อมมนต์ขลัง?

25 ก.ย. 2569 | thunchanok_kul

สารพัดมรสุมรุม “บ้านใหญ่ปราจีนฯ” แต่ยังไม่เสื่อมมนต์ขลัง?

วิเคราะห์ศึกการเมืองปราจีนบุรี แม้ “บ้านใหญ่วิลาวัลย์” เจอสารพัดมรสุมรุม แต่ยังโชว์เก๋าคัมแบ็กทวงคืนเก้าอี้ อบจ. - กวาด สส. พรรคน้ำเงินยกจังหวัด ล่าสุดเจอศึกใหม่ ม็อบส้มต้าน EEC ชน ม็อบหนุนบ้านใหญ่

วิเคราะห์ศึกการเมืองปราจีนบุรี แม้ “บ้านใหญ่วิลาวัลย์” เจอสารพัดมรสุมรุม แต่ยังโชว์เก๋าคัมแบ็กทวงคืนเก้าอี้ อบจ. - กวาด สส. พรรคน้ำเงินยกจังหวัด ล่าสุดเจอศึกใหม่ ม็อบส้มต้าน EEC ชน ม็อบหนุนบ้านใหญ่

KEY

POINTS

  • มรสุมรุมสกรัม: ตระกูลวิลาวัลย์เผชิญทั้งคดีป่าเขาใหญ่ คดียิง สจ.โต้ง และพ่ายเลือกตั้ง อบจ. จนหลายฝ่ายคิดว่าบารมีหมดยุค
  • คัมแบ็กยกจังหวัด: การเลือกตั้ง อบจ. นัดล้างตา และการเลือกตั้งใหญ่ บ้านใหญ่กลับมาคว้าชัยชนะ ทวงคืนพื้นที่ให้พรรคภูมิใจไทยได้ยกจังหวัด
  • ศึกใหม่มวลชนชนกัน: เมืองปราจีนยังคุกรุ่น หลังเกิดการปะทะทางความคิดจากม็อบต้าน EEC/ขยะพิษ ของฝ่ายส้ม และม็อบหนุนของฝ่ายบ้านใหญ่

25 กันยายน 2569 คดีสังหาร สจ.โต้ง ที่ศาลพิพากษาประหารชีวิต ก่อนจะลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิตจำเลยบางส่วน นำโดย “โกทร” สุนทร วิลาวัลย์ อดีต รมช.สาธารณสุข อดีตนายก  อบจ. และบ้านใหญ่ปราจีนบุรีในวันนี้ ไม่ได้ทำให้อิทธิพลและบารมีของ “บ้านใหญ่วิลาวัลย์” หดหาย หรือลดลงแม้แต่น้อย

 

เพราะปัจจุบัน “เครือข่ายบ้านใหญ่“ ยังคงยึดกุมเก้าอี้และอำนาจการเมืองทุกระดับในจังหวัด ภายใต้สีเสื้อ ”พรรคน้ำเงิน - ภูมิใจไทย”

 

ย้อนกลับไปตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งปี 66 สถานการณ์ต่างๆ ในปราจีนบุรี ดูเหมือนจะกดดันให้ “บ้านใหญ่” ลดอิทธิพลลง

 

เพราะ “โกทร” และ ลูกสาว “กนกวรรณ วิลาวัลย์” อดีต รมช.ศึกษาธิการ เจ้าของฉายา ”ครูพี่โอ๊ะ“ โดนคดีบุกรุกป่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ปัจจุบันคดียังยืดเยื้ออยู่ในศาล แม้ศาลชั้นต้นจะยกฟ้อง

 

ต่อมาเดือน ก.พ.ปี 66 ก่อนเลือกตั้ง 14 พ.ค.66 ไม่นาน “ครูพี่โอ๊ะ” ก็โดนศาลฎีกาลงดาบ ละเมิดมาตรฐานจริยธรรม จากพฤติกรรมบุกรุกป่า “โดนใบดำ” ตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต

 

เมื่อถึงวันเลือกตั้งทั่วไป สส.ปราจีนบุรี 3 เขต พรรคภูมิใจไทยโดนเจาะไข่แดงจากพรรคส้ม ไม่สามารถกวาด สส.ยกจังหวัดได้เหมือนเคย ทำให้คอการเมือง และประชาชนในพื้นที่เริ่มรู้สึกว่า บารมีของบ้านใหญ่วิลาวัลย์​อาจถึงคราวอัสดง

 

เดือน ธ.ค.67 เกิดคดียิง “สจ.โต้ง” เสียชีวิตคาคฤหาสน์ ”โกทร“ ทำให้ ”ประมุขบ้านใหญ่วิลาวัลย์“ ถูกจับกุมพร้อมลูกน้อง

 

ปลายปี 68 เลือกตั้งนายก อบจ. ”สจ.จอย“ ภรรยาของ ”สจ.โต้ง“ ลงสู้ศึกชิงเก้าอี้กับตัวแทนบ้านใหญ่วิลาวัลย์ โดยสวมเสื้อสีแดง “เพื่อไทย” เอาชนะไปได้ด้วยคะแนนท่วมท้น

 

ทั้งหมดยิ่งเหมือนตอกย้ำ “ขาลงบ้านใหญ่”

นางสาวณภาภัช อัญชสาณิชมน หรือ สจ.จอย ภรรยา สจ.โต้ง

แต่แล้วสถานการณ์กลับพลิกผัน เพราะจู่ๆ “สจ.จอย” ซึ่งกลายเป็น “นายกจอย” กลับโดนสอยจากตำแหน่งนายก อบจ. เพราะเคยถือหุ้นสื่อ จึงต้องมีการเลือกตั้งกันใหม่

 

ปรากฏว่าการเลือกตั้งนัดล้างตา บ้านใหญ่ส่ง “รองอุ๊” กฤษฎ์ กษมพันธุ์ ลงสู้ศึก แม้เจ้าตัวจะประกาศว่า ลงสมัครในนามอิสระ แต่ภาพจำของคนปราจีนฯ เขาเป็นคนของบ้านใหญ่ “วิลาวัลย์” อย่างปฏิเสธไม่ได้

 

สุดท้าย “รองอุ๊” ชนะเลือกตั้ง ท่ามกลางการขานรับและสนับสนุนจากเครือข่ายท้องถิ่นบ้านใหญ่ทุกระดับ

 

ขณะที่การเมืองสนามใหญ่ ”พรรคสีน้ำเงิน“ ก็แก้แค้นได้สำเร็จ หวนกลับมากวาด สส.ยกจังหวัด 3 ที่นั่ง เบียดพรรคส้มตกขอบไปได้

 

จะว่าไป สัญญาณ “บ้านใหญ่กลับมา” เริ่มเห็นตั้งแต่ปลายปี 68 เมื่อ “ครูพี่โอ๊ะ” กนกวรรณ วิลาวัลย์ ลูกสาว “โกทร” เริ่มปรากฏตัวในงานสังคมมากขึ้น หลังเก็บตัวเงียบนับแต่เกิดคดีสังหาร “สจ.โต้ง” ภายในบ้านของบิดา

 

ช่วงต้นเดือน ต.ค.68 “ครูพี่โอ๊ะ” นำทีม สส.ปราจีนฯ ไปอวยพรวันเกิด “ครูใหญ่” เนวิน ชิดชอบ เพื่อยืนยันว่า บ้านใหญ่ตระกูลวิลาวัลย์ยังภักดีค่ายสีน้ำเงิน

 

ภาพวันเปิดรับสมัครนายก อบจ.ปราจีนบุรี “กนกวรรณ” นำทีมบ้านใหญ่ไปให้กำลังใจ และคล้องมาลัยดอกดาวเรืองให้แก่ “รองอุ๊” เหมือนส่งสัญญาณให้รู้ว่า “บ้านใหญ่กลับมาแล้ว”

 

เมื่อ “รองอุ๊” ได้รับชัยชนะและก้าวขึ้นนายก อบจ.คนใหม่ ย่อมทำให้บ้านใหญ่โกทร และค่ายน้ำเงินลุ่มน้ำบางปะกง มีความฮึกเหิมขึ้นมาทันที และก็ไม่ผิดคาด บ้านใหญ่กวาด สส.เพิ่มแต้มให้พรรคน้ำเงินยกจังหวัด

 

แม้ผลการเลือกตั้งทั้งสนามใหญ่ และท้องถิ่น จะตกเป็นของ “บ้านใหญ่วิลาวัลย์” แต่การต่อสู้ทางการเมืองยังไม่จบ

 

ภาพสะท้อนที่เห็นชัดเจนที่สุดคือ “ม็อบต้าน EEC” และ “ขยะพิษ” เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งสามารถระดมพลมาได้ไม่น้อย ข่าวว่าเป็นมวลชนสีส้ม สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของคนในจังหวัด กระทั่งบ้านใหญ่ต้องแก้เกม จัดม็อบหนุนมาชิงพื้นที่สื่อ

 

ทิศทางการเมืองของปราจีนบุรี เมืองคนจริงแห่งภาคตะวันออก จึงยังคงคุกรุ่นต่อไป

สารพัดมรสุมรุม “บ้านใหญ่ปราจีนฯ” แต่ยังไม่เสื่อมมนต์ขลัง?

ข่าวล่าสุด