เนชั่นทีวี

ข่าว

กมธ.ที่ดินฯ ชงแก้ข้อจำกัดคาร์บอนเครดิต-กระจายความรู้ชุมชน

23 ก.ย. 2569 | katchatapong_lee

กมธ.ที่ดินฯ ชงแก้ข้อจำกัดคาร์บอนเครดิต-กระจายความรู้ชุมชน

“กุลวลี” ชู “ป่าชุมชนบ้านโค้งตาบาง” ต้นแบบสร้างรายได้คาร์บอนเครดิต เตรียมผลักดัน 3 เรื่อง แก้ปัญหาค่าตรวจรับรองสูง–สถานะกฎหมาย–กระจายความรู้ทั่วประเทศ

นางสาวกุลวลี นพอมรบดี สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร นำคณะกรรมาธิการลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี กรมป่าไม้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี จากนั้นเดินทางไปเทศบาล ตำบลท่าไม้รวก และป่าชุมชนบ้านโค้งตาบาง อำเภอท่ายาง เพื่อดูการทำงานจริงของชาวบ้านที่ช่วยกันดูแลป่า และมีรายได้จาก “คาร์บอนเครดิต”

กมธ.ที่ดินฯ ชงแก้ข้อจำกัดคาร์บอนเครดิต-กระจายความรู้ชุมชน

“คาร์บอนเครดิต คือ ต้นไม้ช่วยดูดก๊าซที่ทำให้โลกร้อนเก็บไว้ในลำต้น เมื่อวัดได้ว่าป่าดูดเก็บไว้เท่าไร ก็นำปริมาณนั้นไปขายให้บริษัทที่ต้องการชดเชยก๊าซที่ตนปล่อยออกมา ป่าที่ชาวบ้านรักษาไว้จึงกลายเป็นรายได้กลับคืนสู่ชุมชน” นางสาวกุลวลี กล่าว

ในการประชุมคณะกรรมาธิการฯ ที่รัฐสภาที่ผ่านมา หน่วยงานยกป่าชุมชนบ้านโค้งตาบางเป็นตัวอย่างที่ทำได้จริง แต่ก็มีข้อกังวลว่า ค่าใช้จ่ายในการวัดและตรวจรับรองค่อนข้างสูง ชุมชนที่ป่าผืนเล็กหรือไม่มีทุนจึงเข้าถึงได้ยาก อีกทั้งคณะกรรมการป่าชุมชนยังติดปัญหาเรื่องสถานะทางกฎหมายในการทำสัญญาและรับเงิน คณะกรรมาธิการฯ จึงลงพื้นที่เพื่อดูของจริงและฟังจากคนที่ลงมือทำในพื้นที่ โดยได้รับฟังการบรรยายการดูแลป่าของชุมชน ชมการสาธิตการวัดต้นไม้และเก็บข้อมูลเพื่อคำนวณปริมาณคาร์บอน และเดินชมสภาพป่าจริง พร้อมพูดคุยกับชาวบ้านถึงการใช้ประโยชน์จากป่า ปัญหาไฟป่า และความต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลือ

กมธ.ที่ดินฯ ชงแก้ข้อจำกัดคาร์บอนเครดิต-กระจายความรู้ชุมชน กมธ.ที่ดินฯ ชงแก้ข้อจำกัดคาร์บอนเครดิต-กระจายความรู้ชุมชน

นางสาวกุลวลี กล่าวว่า ป่าจะอยู่ได้อย่างยั่งยืน ก็ต่อเมื่อคนที่ดูแลป่าได้ประโยชน์จากป่า ชาวบ้านโค้งตาบางดูแลป่ามาอย่างต่อเนื่อง วันนี้ ความตั้งใจนั้นกลายเป็นรายได้ เราอยากให้ป่าชุมชนทั่วประเทศทำได้แบบนี้ โดยไม่ต้องรอให้มีบริษัทใหญ่มาช่วย” ประธานคณะกรรมาธิการระบุว่า คณะกรรมาธิการจะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปผลักดันใน 3 เรื่องได้แก่ ให้รายได้จากคาร์บอนถึงมือชาวบ้านอย่างเป็นธรรมและตรวจสอบได้ ชาวบ้านต้องรู้ว่าขายได้เท่าไร และเงินไปอยู่ที่ใด, ให้ค่าใช้จ่ายในการวัดและตรวจรับรองไม่เป็นภาระจนชุมชนเข้าไม่ถึง โดยเฉพาะป่าชุมชนผืนเล็ก และให้ความรู้เรื่องคาร์บอนเครดิตไปถึงป่าชุมชนทั่วประเทศ โดยจะขอให้กรมป่าไม้เสนอขอทุนจาก กองทุนสิ่งแวดล้อมมาดำเนินการ

“สิ่งที่ได้ไม่ได้มีแค่เงิน ป่าที่สมบูรณ์ให้น้ำ ให้อากาศดี ช่วยลดโลกร้อน และลดไฟป่าที่สร้างหมอกควัน ให้พี่น้องประชาชน เมื่อชาวบ้านมีรายได้จากการรักษาป่า ป่าก็จะอยู่กับเราไปถึงลูกหลาน คณะกรรมาธิการจะติดตามเรื่องนี้ให้เกิดผลจริง” นางสาวกุลวลี กล่าว

ข่าวล่าสุด