เนชั่นทีวี

ข่าว

ปลุกคนไทยจับตา 7 กกต. "สุดารัตน์" จี้เกาะติด 14 ก.ย. นี้ วันชี้ชะตาสางปม "ฮั้ว สว."

13 ก.ย. 2569 | natthanan_chu

ปลุกคนไทยจับตา 7 กกต. "สุดารัตน์" จี้เกาะติด 14 ก.ย. นี้ วันชี้ชะตาสางปม "ฮั้ว สว."

ปลุกคนไทยจับตา 7 กกต. "สุดารัตน์" จี้เกาะติด 14 ก.ย. นี้ วันชี้ชะตาสางปม "ฮั้ว สว." เตือนหากผู้มีอำนาจคุมเกมตรวจสอบได้ ประชาชนจะไร้ที่พึ่งและระบบล่มสลาย

ปลุกคนไทยจับตา 7 กกต. "สุดารัตน์" จี้เกาะติด 14 ก.ย. นี้ วันชี้ชะตาสางปม "ฮั้ว สว." เตือนหากผู้มีอำนาจคุมเกมตรวจสอบได้ ประชาชนจะไร้ที่พึ่งและระบบล่มสลาย

KEY

POINTS

  • ปลุกคนไทยจับตา 7 กกต.: "สุดารัตน์" จี้เกาะติด 14 ก.ย. นี้ วันชี้ชะตาสางปมฮั้ว สว.
  • หวั่นระบบตรวจสอบพัง: เตือนหากผู้มีอำนาจคุมเกมตรวจสอบได้ ประชาชนจะไร้ที่พึ่งและระบบล่มสลาย
  • เตือนระวังผลทางกฎหมาย: ย้ำ กกต. ต้องยึดความถูกต้อง ชี้ผู้มีพระคุณช่วยไม่ได้หากทำผิดกฎหมาย

13 กันยายน 2569 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ประชาชนคนไทยทั่วประเทศร่วมกันจับตาการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 7 คน ในวันที่ 14 กันยายนนี้ ซึ่งจะมีการพิจารณาประเด็นสำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับการทุจริตหรือการ “ฮั้ว” ในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โดยระบุว่าผลการตัดสินใจของ กกต. ในครั้งนี้ จะเป็นตัวกำหนดอนาคตของระบบตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจในประเทศไทย

 

 

คุณหญิงสุดารัตน์ ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของโครงสร้างอำนาจว่า สิ่งที่กำลังจะถูกตัดสินไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ว่าใครกระทำการฮั้ว ส.ว. หรือใครจะได้เข้าไปทำหน้าที่ ส.ว. ต่อไปเท่านั้น แต่คือความอยู่รอดของระบบตรวจสอบถ่วงดุลของประเทศ หากบุคคลที่อยู่ในข่ายต้องถูกตรวจสอบ สามารถเป็นผู้เลือกหรือกำหนดบุคคลที่จะเข้ามาทำหน้าที่ตรวจสอบตนเองได้ กลไกการตรวจสอบจะตกอยู่ใต้อาณัติ ส่งผลให้ประชาชนไม่สามารถฝากความหวังไว้กับระบบนี้ได้อีกต่อไป

 

ปลุกคนไทยจับตา 7 กกต. "สุดารัตน์" จี้เกาะติด 14 ก.ย. นี้ วันชี้ชะตาสางปม "ฮั้ว สว."

พร้อมกันนี้ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทยได้ยกกรณีศึกษาที่สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของการตรวจสอบการทุจริตในปัจจุบัน โดยระบุว่าเมื่อผู้มีอำนาจกระทำการทุจริตหรือเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องโดยไร้ความเกรงกลัวต่อกลไกการตรวจสอบ ผลกระทบและภาระทั้งหมดจะตกอยู่กับประชาชน พร้อมยกตัวอย่างคดีการทุจริตสอบท้องถิ่นมูลค่านับหมื่นล้านบาทที่จับได้เพียงผู้กระทำผิดรายย่อย ขณะที่ผู้กอบโกยผลประโยชน์รายใหญ่ลอยนวล รวมถึงกรณีการกักตุนน้ำมันในช่วงต้นของภาวะสงครามที่สร้างความเสียหายกว่า 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งจนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้

 

ในช่วงท้าย คุณหญิงสุดารัตน์ ได้เน้นย้ำถึงบทบาทของ กกต. ว่า วันที่ 14 กันยายน จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า กกต. จะเลือกยืนอยู่เคียงข้างความถูกต้อง เที่ยงธรรม และยึดหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด หรือจะปล่อยให้อิทธิพลและระบบอุปถัมภ์อยู่เหนือการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมส่งคำเตือนถึง กกต. ทั้ง 7 คนว่า การใช้อำนาจโดยไม่สุจริตจะส่งผลทางกฎหมายต่อตัวผู้ปฏิบัติหน้าที่ในอนาคต ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น ผู้มีอำนาจหรือผู้มีพระคุณก็ไม่สามารถให้การช่วยเหลือได้ เมื่อกระบวนการยุติธรรมทำงานตามหลักการที่ควรจะเป็น
 

 

 

ข่าวล่าสุด