เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดศึกเดือด! "พริษฐ์" จี้รัฐบาลปมข่าวเปลี่ยน "อธิบดี DSI" ลั่นย้ายเพื่อช่วยคนผิดคดี "ฮั้ว สว." หรือไม่?

03 ก.ย. 2569 | natthanan_chu

เปิดศึกเดือด! "พริษฐ์" จี้รัฐบาลปมข่าวเปลี่ยน "อธิบดี DSI" ลั่นย้ายเพื่อช่วยคนผิดคดี "ฮั้ว สว." หรือไม่?

เปิดศึกเดือด! "พริษฐ์" จี้รัฐบาลปมข่าวเปลี่ยน "อธิบดี DSI" ลั่นย้ายเพื่อช่วยคนผิดคดี "ฮั้ว สว." หรือไม่? ประธาน กมธ. ตำรวจ ยืนยันเรียกผู้เกี่ยวข้องสอบข้อเท็จจริงปมเอกสาร "ฮั้ว สว." หลุด

เปิดศึกเดือด! "พริษฐ์" จี้รัฐบาลปมข่าวเปลี่ยน "อธิบดี DSI" ลั่นย้ายเพื่อช่วยคนผิดคดี "ฮั้ว สว." หรือไม่? ประธาน กมธ. ตำรวจ ยืนยันเรียกผู้เกี่ยวข้องสอบข้อเท็จจริงปมเอกสาร "ฮั้ว สว." หลุด

KEY

POINTS

  • แจง กมธ. คดีฮั้ว สว.: พริษฐ์พร้อมให้ความร่วมมือสภา แต่ตั้งข้อสังเกต กมธ. จัดลำดับความสำคัญผิดพลาด มุ่งตามหาคนปล่อยเอกสารแทนที่จะเร่งหาตัวคนโกงชาติ
  • จับตาส่อฮั้วโยกย้าย DSI: เตือนรัฐบาลปมข่าวเปลี่ยนตัวอธิบดี DSI อาจเป็นการย้ายข้าราชการเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับฝ่ายที่ถูกกล่าวหาในคดีฮั้ว สว.
  • กมธ. ลั่นไร้เกมการเมือง: ประธาน กมธ. ตำรวจ ยืนยันเรียกผู้เกี่ยวข้องสอบข้อเท็จจริงปมเอกสารหลุด เพื่อรักษาความเชื่อมั่นและมาตรฐานการทำงานของ DSI

3 กันยายน 2569 ที่อาคารรัฐสภา กรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ เป็นประธานคณะกรรมาธิการ ได้พิจารณากรณีการเผยแพร่เอกสารที่เป็นรายงานการสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 ในความผิดฐานอั้งยี่ และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องผ่านสื่อสาธารณะช่องต่างๆ ซึ่งกล่าวหาว่ามีบุคคลได้ร่วมกันดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่ง สว.บางคนขัดกฎหมาย

 

โดยได้เชิญ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน , อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ, ผู้บังคับการปราบปราม, และนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการ iLaw มาให้ข้อมูลต่อกรรมาธิการ

นายพริษฐ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการชี้แจงวันนี้ว่า จากเอกสารที่กรรมาธิการได้ส่งเชิญ ว่าจะเป็นการพิจารณากรณีการเผยแพร่เอกสารคดีฮั้ว สว. และถูกเชิญในฐานะเป็นผู้เผยแพร่ข้อมูล จึงได้ถามกลับว่าเอกสารอะไร ซึ่งตั้งแต่ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับคดี ฮั้ว สว. ไม่เคยนำเอกสารใดมาเผยแพร่ ซึ่งก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน ในฐานะที่ถูกเชิญก็ต้องรับผิดชอบต่อหน้าที่ในสภา พร้อมให้ความร่วมมือกับทุกฝ่าย ขณะเดียวกันก็หวังว่าในอนาคต หาก มี สส.คนใด พรรคไหนถูกกรรมาธิการชุดใดเชิญไปตรวจสอบ ก็หวังว่าจะได้รับความร่วมมือโดยใช้บรรทัดฐานเดียวกันนี้

 

เปิดศึกเดือด! "พริษฐ์" จี้รัฐบาลปมข่าวเปลี่ยน "อธิบดี DSI" ลั่นย้ายเพื่อช่วยคนผิดคดี "ฮั้ว สว." หรือไม่?

"พริษฐ์" ลุยแจง กมธ.ตำรวจ ปมฮั้ว สว. ซัดรัฐบาลจ่อโยกอธิบดี DSI เอื้อประโยชน์คดี?

 

กังวลหรือไม่ว่า การมาให้ข้อมูลครั้งนี้จะไม่เป็นเกมการเมือง 

 

นายพริษฐ์ เผยว่า ตนไม่ทราบเจตนาของกรรมาธิการ ไม่ขอก้าวล่วง แต่ตั้งข้อสังเกตว่าคดี ฮั้ว สว.อยู่ในความสนใจของประชาชน หากข้อกล่าวโกง สว.เป็นจริง หมายความว่ามีความพยายามของคนบางกลุ่มที่พยายามกินรวบประเทศ โดยไม่ยึดโยงกับประชาชน

"ตั้งข้อสังเกตไว้ในวันที่สังคมมีความกังวลใจเป็นอย่างยิ่งต่อคดีดังกล่าว แต่กรรมาธิการตำรวจจัดลำดับความสำคัญ เห็นว่าเรื่องที่เร่งด่วนที่สุดที่กรรมาธิการชุดนี้ดำเนินการสอบข้อเท็จจริง เป็นการไล่ตรวจสอบ ว่าข้อมูลต่างๆมาจากไหน จึงตัดสินใจแทนประชาชนไม่ได้ ว่าการจัดลำดับความสำคัญแบบนี้ เป็นเรื่องเหมาะสมหรือไม่อย่างไร เพราะเป็นอำนาจของกรรมาธิการแต่ละคณะ แต่เมื่อตัดสินใจเช่นนี้เชิญมาให้ข้อมูลก็ยินดี ให้ความร่วมมือ" นายพริษฐ์ กล่าว

 

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ การเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับคดี ฮั้ว สว. เพราะ DSI ไปแจ้งความกองปราบแล้ว 

 

นายพริษฐ์ กล่าวว่า ส่วนตัวเดินหน้าทำงานต่อ และที่ผ่านมาในการทำหน้าที่ตรวจสอบคดี ฮั้วสว. พูดชัดเจนมาตลอด ก่อนที่จะมาชี้แจงวันนี้ว่าได้รับเบาะแสมาหลายทาง เมื่อได้รับข้อมูลมาก็ไตร่ตรองในเบื้องต้น เมื่อพบข้อมูลหลายแหล่งและสอดคล้องกัน ว่าจะมีมูลความจริง ถึงนำมาเสนอต่อสาธารณะ ส่วนประเด็นไหนที่ยังไม่แน่ใจก็จะนำเสนอในลักษณะคำถาม และเชิญคนที่เกี่ยวข้องมายืนยันอีกที 

 

นายพริษฐ์ ยังชวนคิดตามในภาพรวมว่า หนึ่งในสิ่งสำคัญและถูกกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ หากต้องการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นในทุกกรณี คือต้องมีมาตรการที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ในการปกป้องผู้ให้เบาะแส หากมีเจ้าหน้าที่ ที่เห็นเหตุการณ์ทุจริตเกิดขึ้น หรือเห็นเบาะแสการใช้อำนาจโดยไม่ชอบ เกี่ยวกับคดีทุจริต เป็นเรื่องที่สส.และทุกคนต้องช่วยกันออกแบบ มาตรการคุ้มครองผู้ให้เบาะแส หากไม่วางบรรทัดฐาน ในอนาคตหากมีข้าราชการเห็นพฤติกรรมทุจริตเกิดขึ้น ก็คงกังวลใจหากจะแจ้งเบาะแส ก็อาจทำให้เดือดร้อน ส่งผลต่ออนาคตการทำงาน ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

 

นายพริษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เชิญชวนตั้งข้อสังเกตถึงกระแสข่าวการเปลี่ยนตัวอธิบดี DSI ซึ่งจะเปลี่ยนเป็น นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร หากเป็นข้อเท็จจริง บุคคลดังกล่าวเป็นหนึ่งในคณะอนุไต่สวนชุดที่ 36 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่พิจารณาคดี ฮั้ว สว.ทั้งหมดแล้วมีความเห็นออกมา ว่าไม่มีใครมีมูลความผิดแม้แต่คนเดียว ซึ่งนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็เปิดเผยว่านายปิยะศิริ เป็นหนึ่งใน 5 คนลงมติเสียงข้างมาก ของคณะอนุไต่สวนชุดที่ 36

"ผมตั้งข้อสังเกตว่าหากเรื่องนี้เป็นจริง การเปลี่ยนตัวอธิบดี DSI เป็นจริง อันนี้เป็นความพยายามของรัฐบาลในการโยกย้ายข้าราชการ เป็นคุณต่อคดีที่ตนเองถูกกล่าวหาอยู่หรือไม่" นายพริษฐ์ กล่าว 

 

ด้าน นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดสระบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร นัดประชุม กมธ. เพื่อพิจารณากรณีการเผยแพร่เอกสารที่เป็นรายงาน การสอบสวนคดีพิเศษ 24/2568 ในความผิดฐานอั้งยี่ และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องผ่านสื่อสาธารณะช่องทางต่างๆ โดยได้เชิญ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน, นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์, อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และผู้บังคับการปราบปราม

 

โดย นายวัชรพงศ์ กล่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา ดีเอสไอได้ไปร้องทุกข์ที่กองปราบ ในกรณีที่บุคคลนำเอกสารไปเผยแพร่ ต่อสาธารณะ ซึ่งในข้อความที่ไปแจ้งความร้องทุกข์ จะเป็นในลักษณะของการทำให้เกิดปัญหาในการปฏิบัติงานของดีเอสไอ โดย กมธ. หยิบยกมาหารือว่าการทำงานของดีเอสไอขณะนี้เอกสารหลุดไปได้อย่างไร และต้องมาตรวจสอบเพราะเป็นการเปิดเผยเอกสารจากฝ่ายเดียว ซึ่ง กมธ. มีหน้าที่หาข้อเท็จจริง เพื่อที่จะให้สังคมได้รับทราบข้อเท็จจริง

 

เมื่อถามว่า จะเป็นการเอาผิดผู้ที่เปิดเอกสารด้วยหรือไม่ 

 

นายวัชรพงศ์ กล่าวว่า อยู่ที่กองปราบพิจารณาแล้ว ว่าบุคคลที่นำข้อมูลไปเปิดเผย มีความผิดตามมาตราใด

 

เมื่อถามว่า กมธ.ตำรวจ เชิญมาชี้แจงจะไม่ถูกมองว่าเป็นการสกัดทางการเมือง เพื่อปิดปากในการเปิดเผยข้อมูลในคดีฮั้ว สว. 

 

นายวัชรพงศ์ กล่าวว่า ไม่หรอก ตนอยากให้มองว่า กมธ. เราจะทำให้บุคคลต่อไปนี้ จะทำการเปิดเผยเอกสารอะไรต่าง ๆ ต้องมีที่มาที่ไปชัดเจน เพื่อที่จะได้ไม่เป็นการกล่าวหาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

 

เมื่อถามว่า การที่ดีเอสไอแจ้งความ จะต้องมีการตรวจสอบคนภายในหรือไม่ 

 

นายวัชรพงศ์ กล่าวว่า เอกสารที่ดีเอสไอหอบไปแจ้งความ ตนเองยังไม่เห็นรายละเอียด ซึ่งได้มีการเชิญมาชี้แจง เพราะต่อไปนี้จะกระทบต่อความเชื่อมั่นในการทำงานของดีเอสไอ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เหมือนเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชน หากปล่อยให้มีเอกสารหลุดเช่นนี้ แล้วหลุดมาได้อย่างไร ทางดีเอสไอก็ต้องหาตัวคนผิดให้ได้ เนื่องจากมีผลต่อรูปคดี และมีผลต่อการปฏิบัติงาน ซึ่งไม่ควรหลุดออกมา

 

เมื่อถามย้ำว่า จุดประสงค์ของ กมธ. คือการสอบข้อเท็จจริง ไม่ใช่การเอาผิดกับคนเปิดเผยเอกสารใช่หรือไม่ 

 

นายวัชรพงศ์ กล่าวว่า จริง ๆ วันนี้ คนเชิญนายยิ่งชีพ ที่เป็นคนเปิดเผยมาด้วย แต่นายยิ่งชีพไม่มา ซึ่งก็เป็นที่น่าเสียใจอยู่ เพราะเราอยากได้ข้อเท็จจริง และเอกสารที่นายยิ่งชีพ มีอยู่ ก็ค่อนข้างชัด แต่เป็นการเปิดเผยเพียงฝ่ายเดียว จึงอยากทราบว่านายยิ่งชีพ นำเอกสารต่าง ๆ เหล่านี้มาได้อย่างไร เพราะหากยังจำกันได้มีเอกสารบางอย่างที่ถึงขนาดศาลแจ้งให้พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในขณะนั้น หยุดปฏิบัติหน้าที่ และก้าวก่าย จึงคิดว่าประเด็นนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกันหรือไม่ ฉะนั้น เราต้องหาข้อเท็จจริงออกมาให้ได้

 

เมื่อถามย้ำว่าการตรวจสอบครั้งนี้ไม่ใช่เป็นเกมทางการเมืองใช่หรือไม่ 

 

นายวัชรพงศ์ ย้ำว่า ไม่ใช่ เพราะ กมธ. ของเรา ประกอบด้วยหลายพรรคการเมือง และมีพรรคประชาชนด้วย
 

ข่าวล่าสุด