ครม.สัญจรเคาะรถไฟทางคู่สายใต้ ประกันภัยพิบัติถ้วนหน้า
01 ก.ย. 2569 | titayu_pur

นายกฯ อนุทิน แถลงผล ครม.สัญจร หาดใหญ่ อนุมัติรถไฟทางคู่สายใต้ พร้อมประกันภัยพิบัติถ้วนหน้า 30 ล้านครัวเรือน ชู 4 Quick Win ฟื้นภาคใต้ ปักธงอุดรธานี นัดถัดไป
ข่าว
01 ก.ย. 2569 | titayu_pur

นายกฯ อนุทิน แถลงผล ครม.สัญจร หาดใหญ่ อนุมัติรถไฟทางคู่สายใต้ พร้อมประกันภัยพิบัติถ้วนหน้า 30 ล้านครัวเรือน ชู 4 Quick Win ฟื้นภาคใต้ ปักธงอุดรธานี นัดถัดไป
KEY
POINTS
1 กันยายน 2569 นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นำทีมแถลงผลการประชุม ครม.สัญจร นัดแรก ณ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อเร่งขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจปักษ์ใต้ โดยที่ประชุมเห็นชอบงบ 1.06 แสนล้านบาท เดินหน้าโครงการ รถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 สายใต้ 3 ช่วง พร้อมอนุมัตินโยบาย ประกันภัยพิบัติ คุ้มครอง 30 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ตั้งเป้าดัน 4 นโยบาย Quick Win ฟื้นฟูความเชื่อมั่น ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ ก่อนปักธงจัดประชุมนัดถัดไปที่จังหวัดอุดรธานี
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรครั้งแรกของรัฐบาล ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้อนุมัติโครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 วงเงิน 106,700 ล้านบาท ซึ่งรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 ครอบคลุมสายใต้ 3 ช่วง ได้แก่ ช่วงชุมพร–สุราษฎร์ธานี, ช่วงสุราษฎร์ธานี–ชุมทางหาดใหญ่–สงขลา และช่วงชุมทางหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย เพื่อพัฒนาภาคใต้ระยะยาว
พร้อมยังได้มอบหมายให้สภาพัฒน์ฯ เร่งศึกษาเชื่อมต่อชุมทางหาดใหญ่ไปยังอำเภอสุไหงโก-ลก เพื่อให้การคมนาคมระบบรางเป็นไปอย่างสมบูรณ์ เชื่อม Missing Link ต่าง ๆ ตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งโครงการนี้จะเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง และการขนส่งของภาคใต้ ให้เชื่อมโยงภูมิภาค และประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมยังได้ย้ำถึงโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา และโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา ซึ่งลดระยะเวลาการเดินทางของประชาชน ลดต้นทุนการดำเนินชีวิตและการขนส่งสินค้า รวมถึงเพื่อยกระดับเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของประเทศ
นายกรัฐมนตรี ยังเปิดเผยอีกว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้กำหนดแนวทางเร่งด่วน หรือ Quick Win 4 เรื่อง ทั้งเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง-คุณภาพชีวิต และการบริหารจัดการภัยพิบัติ
โดยนโยบายเร่งด่วนด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลจะเร่งปลดล็อกอุปสรรคการทำธุรกิจของประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้เศรษฐกิจ 5 จังหวัด เติบโตจากศักยภาพในพื้นที่ อาทิ การให้กระทรวงการคลังพิจารณานโยบายสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และให้กระทรวงคมนาคม ขุดลอกร่องน้ำปัตตานีและสงขลา เพื่อให้คนในพื้นที่มีโอกาส มีรายได้ และเติบโตพร้อมกับเศรษฐกิจภูมิภาค
นโยบายด้านสังคมและคุณภาพชีวิต รัฐบาลจะเดินหน้าแก้ไขปัญหาความยากจน ดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบาง เพิ่มโอกาสการเข้าถึงสาธารณสุข โดยจะเร่งออกแบบและก่อสร้างโรงพยาบาลหาดใหญ่แห่งที่ 2 กรอบวงเงินเบื้องต้น 250 ล้านบาท และรัฐบาลจะหารือกับมาเลเซีย เพื่อให้แรงงานไทยได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสม
นโยบายด้านความมั่นคง รัฐบาลจะเดินหน้าความมั่นคง ควบคู่การทำงานร่วมกับประชาชน เพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายความปลอดภัยในพื้นที่ นำเทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมถึง AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัยจุดผ่านแดน เพื่อสร้างความสงบ ความปลอดภัย และความเชื่อมั่น เพื่อให้ประชาชน ใช้ชีวิต และทำมาหากินได้อย่างมั่นคง
นโยบายการแก้ไขภัยพิบัติ รัฐบาลได้ จัดงบฯ เร่งด่วนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ วงเงินกว่า 142 ล้านบาท ทั้งการสร้างศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ปัตตานี การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำเทศบาลนครหาดใหญ่ และเทศบาลเมืองควรลัง จังหวัดสงขลา พร้อมปรับปรุงแก้มลิงคลองเรียน
นอกจากนั้น คณะรัฐมนตรียังเห็นชอบรูปแบบการช่วยเหลือผู้ประสบภัย จากการรอรับการเยียวยา เป็นประกันภัย เพื่อให้ประชาชนได้รับเงินชดเชยเร็วกว่า และมากกว่าระบบเดิม ครอบคลุม 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ ไม่เฉพาะพื้นที่ภาคใต้ ครอบคลุมทั้งอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว มีสินไหมทดแทน 100,000 บาท/ครั้ง ไม่จำกัดจำนวนครั้งต่อปี และกรณีการเสียชีวิต จะได้สินไหมชดเชย 2,000,000 บาท ภายใน 15 วัน และอาจมีการเยียวยาจากทางภาครัฐเพิ่มเติม ซึ่งภาครัฐ จะรับภาระการจ่ายเบี้ยประกันปีละประมาณ 15,500 ล้านบาทต่อปี ซึ่งจะช่วยให้รัฐใช้จ่ายเงินลดลง เป็นการป้องกันความเสี่ยงล่วงหน้า ครอบคลุมการคุ้มครองประชาชนมากขึ้น
นายกรัฐมนตรี ยังเปิดเผยด้วยว่า การจัดประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรครั้งต่อไป คณะรัฐมนตรี จะลงพื้นที่ภาคอีสาน โดยจะมีการจัดประชุมที่จังหวัดอุดรธานี