นายพงศกร ยังยืนยันว่า หากสุดท้ายแล้ว พบว่า นายชัยชนะ มีเจตนาทำร้ายจริง พรรคฯ ก็ต้องดำเนินการ เพราะพรรคฯ ยึดมั่นในหลักการของกฎหมาย และยึดมั่นในศักดิ์ศรีของตำรวจ ดังนั้น นักการเมืองก็ต้องมีการดำเนินการในเรื่องของจริยธรรมและ ระเบียบพรรคการเมือง ที่จะควบคุมให้รักษาจรรยาบรรณของนักการเมืองให้ได้ ดังนั้น ถ้าใครมีพยานแวดล้อม พยานหลักฐาน มีคลิปหรือแม้กระทั่งผู้เสียหายพร้อมที่จะมายืนยันด้วยหลักฐานที่มี พรรคฯ ก็พร้อมที่จะดำเนินการในเรื่องตามระเบียบพรรค
ส่วนเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการหยอกล้อกันหรือไม่นั้น นายพงศกร กล่าวว่า พรรคฯ ไม่เชื่อทั้งหมด ไม่ว่าผู้เกี่ยวข้องจะออกมาพูดอย่างไรสุดท้าย ก็ต้องดูพยานแวดล้อม และพยานหลักฐาน ซึ่งวันนี้ คือ การพิสูจน์เจตนาว่า นายชัยชนะมีความพยายามที่จะทำร้ายหรือไม่ จะตบที่ไหน ตีที่ไหน หรือจะแค่กอดคอ เพราะถ้ามีเจตนาทำร้าย ก็ถือว่าผิด
ส่วนที่นายชัยชนะ ระบุเรื่องนี้มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง นั้นนายพงศกร กล่าวว่า ในส่วนพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีส่วนแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมแน่นอน มีแต่การสนับสนุน ดังนั้น ขอให้ทุกพรรคการเมืองปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ รวมถึงตำรวจก็ต้องเป็นคนที่พิทักษ์รับใช้ประชาชน ไม่ใช่เป็นทาสของนักการเมือง ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาล ตำรวจไม่ควรรับฟัง แต่เอาข้อเท็จจริงมาสู้กัน เพราะเจ้านายคือประชาชน ดังนั้น ไม่ควรที่จะมีพรรคการเมืองเข้าไปแทรกแซงเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหากนายชัยชนะ กระทำผิดก็จะต้องมีการยื่นตรวจสอบจริยธรรม และยินดีให้ตรวจสอบจริยธรรมด้วย หากพบว่า ในชัยชนะมีความผิดจริงก็จะต้องดำเนินการตามระเบียบเพื่อรักษาอุดมการณ์จริยธรรมพรรคและจริยธรรมของนักการเมืองไว้
ส่วนเรื่องนี้จะกระทบฐานเสียงภาคใต้ของพรรคได้หรือไม่นั้น นายพงศกร กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ ผ่านมา 80 ปีย่อมมีความผิดพลาดได้ แต่พรรคการเมืองไม่สามารถที่จะไม่ยึดหลักกฎหมายได้ และไม่สามารถเอาตัวเองเป็นที่ตั้งได้ ยืนยันว่า หากนายชัยชนะผิดจริงก็ต้องมีการดำเนินการภายในพรรค เพื่อรักษาอุดมการณ์พรรคและจริยธรรมพรรค และจริยธรรมนักการเมืองอย่างแน่นอน