เนชั่นทีวี

ข่าว

สว.คุณสมบัติทิพย์! แฉแหลก เป็น ”อาจารย์-พยาบาล“ ปลอม

04 ส.ค. 2569 | apirak_pra

สว.คุณสมบัติทิพย์! แฉแหลก เป็น ”อาจารย์-พยาบาล“ ปลอม

“สว.สำรอง” เปิดหน้าแฉพฤติการณ์เลือก สว.ฟันธงทำเป็นขบวนการ แจ้ง “แสวง” แล้ว แต่เมินเฉย อึ้ง! สว.ตัวจริงแอบอ้างเป็นอาจารย์ รร.นายร้อย - พยาบาล แต่ยังผ่าน ทำหน้าที่ถึงปัจจุบัน

“สว.สำรอง” เปิดหน้าแฉพฤติการณ์เลือก สว.ฟันธงทำเป็นขบวนการ แจ้ง “แสวง” แล้ว แต่เมินเฉย อึ้ง! สว.ตัวจริงแอบอ้างเป็นอาจารย์ รร.นายร้อย - พยาบาล แต่ยังผ่าน ทำหน้าที่ถึงปัจจุบัน

KEY

POINTS

  • สว.สำรอง แฉว่ามีผู้สมัคร สว. บางคนที่ได้รับเลือกตั้ง ใช้คุณสมบัติปลอมในการสมัคร
  • มีการตรวจสอบพบว่า สว. ที่อ้างว่าเป็น "อาจารย์พิเศษนายร้อยสามพราน" และ "พยาบาล" ไม่มีประวัติการทำงานในหน่วยงานที่กล่าวอ้างจริง
  • แม้มีการร้องเรียนไปยัง กกต. เพื่อให้ตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว แต่บุคคลทั้งสองยังคงปฏิบัติหน้าที่ สว. อยู่ และเรื่องยังไม่มีความคืบหน้า

นางศรินทร สนธิศิริกฤตย์ สว.สำรอง (กลุ่ม 4 สาธารณสุข) กล่าวบนเวทีเจาะลึกหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีโกง สว. (ภาคพิเศษ) วิเคราะห์การทำหน้าที่ของ กกต.ที่ผ่านมาเกี่ยวกับการเลือก สว. โดยได้กล่าวถึงบรรยากาศในห้องการเลือก สว.รอบเช้าว่า ผู้สมัครจะนั่งกันเป็นกลุ่ม ๆ ซึ่งจะมีกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ ตนจะเรียกว่าเป็น “กลุ่มสีน้ำเงิน”

หลังกระบวนการเลือกในภาคเช้าเสร็จสิ้น นางศรินทร เล่าว่า มีเจ้าหน้าที่ กกต.จังหวัดบุรีรัมย์ ที่มาดูแลกลุ่ม 4 ได้แจ้งว่า การเลือกช่วงบ่ายรอบไขว้ ไม่ให้นำเอกสารเข้าไป ทำให้ผู้สมัครบางคน เริ่มลอกหมายเลขลงกระดาษ ซึ่งบางครั้งก็มีเจ้าหน้าที่ กกต.คอยแจ้งเตือนว่า ให้หยุดก่อน เพราะ กกต.ใหญ่กำลังมา และทุกกลุ่มจะมีผู้สมัครบางคน ใส่เสื้อสีเหลือง และถือเอกสาร สว.3, กระเป๋า และแฟ้มสีดำเข้าไป และบางคนมีสลิปแล่บออกมาด้วย 

จนทำให้ นพ.ประชา กัญญาประสิทธิ์ สว.สำรอง ลำดับที่ 2 ตั้งข้อสงสัยว่า เหตุใดถึงนำแฟ้มเข้าไปได้ และเมื่อเข้าไปแล้ว มีการนั่งกันเป็นกลุ่ม ๆ ซึ่งตนเชื่อว่า มีกระบวนการทุจริตแน่ และรับทราบว่า ผู้สมัครทำอะไรกัน แต่ไม่คิดว่า มีการดำเนินการเป็นขบวนการใหญ่เช่นนี้ ตนจึงไปพบกับ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ซึ่งระบุบอกว่า มีการทำเป็นกระบวนการมาทั้งหมด 

“ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เลขาธิการ กกต.รับทราบอยู่แล้วว่า มีการฮั้ว 'ในเมื่อทำแล้วแพ้ กลุ่มที่ทำแล้วแพ้จะมาโวยวายทำไม?' ทำให้ตนไปร้องต่อศาลฎีกา ศาลปกครอง แต่ศาลไม่รับฟ้อง เนื่องจากไม่มีอำนาจ เพราะต้องเป็น กกต.ฟ้อง ตนจึงได้ยื่นอุทธรณ์”

นางศรินทร สนธิศิริกฤตย์ สว.สำรอง (กลุ่ม 4 สาธารณสุข)

หลังจากการเลือกทั้งหมดเสร็จสิ้น นางศรินทร บอกว่า ตนเองได้มาดูรายชื่อผู้สมัคร สว. มีคนหนึ่งเป็น “อาจารย์พิเศษนายร้อยสามพราน 10 ปี” และมีรายหนึ่งเป็น “พยาบาล” โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ตนจึงได้ติดต่อเพื่อนที่รู้จักที่เป็นผู้การ และรองผู้การโรงเรียนนายร้อยสามพราน ซึ่งพบว่า ไม่คุ้นชื่ออาจารย์คนพิเศษดังกล่าว ตนจึงแจ้งอดีตผู้บัญชาการนายร้อยสามพราน ซึ่งรับปากว่า จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนให้ 

และเมื่อตนร้อง กกต. และได้สอบสวน มีหนังสือไปยัง 3 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ไม่พบชื่ออาจารย์พิเศษคนดังกล่าว และตนยังได้ติดต่อเจ้าของโรงพยาบาลที่อีกคนหนึ่งสังกัด เพื่อสอบถามประวัติพยาบาลคนดังกล่าวด้วย ซึ่งก็ไม่พบว่า เป็นบุคลากรที่โรงพยาบาลได้จ่ายค่าปฏิบัติหน้าที่ให้แต่อย่างใด 

“โดยทั้งหมดยังคงปฏิบัติหน้าที่เป็น สว. ซึ่งตนได้ร้องตรวจสอบต่อ กกต.ซึ่งเจ้าหน้าที่ ได้ระบุว่า ได้ส่งเรื่องไปยังเลขาธิการ กกต.แล้ว ซึ่งรอส่งศาลฎีกาวินิจฉัย จนขณะนี้ เรื่องก็ยังเงียบ และตนได้ร้องศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ เพื่อเอาผิดนายแสวง แต่เรื่องก็เงียบเช่นกัน”

นางศรินทร ยังตั้งข้อสงสัยว่า ในการสมัคร สว.กลุ่ม 4 สาธารณสุขต่าง ๆ ทุกคน จะต้องจบปริญญาตรี และมีใบประกอบโรคศิลป์ แต่มี อสม.มาสมัคร ซึ่ง อสม.ไม่มีใบประกอบโรคศิลป์ และในการเลือก สว.กลุ่ม 4 จังหวัดสระแก้ว มีกระบวนการคัดกรองคุณสมบัติอย่างเข้มข้น จึงทำให้จังหวัดสระแก้ว มีผู้สมัคร สว.กลุ่ม 4 เพียง 150 คน แต่บางจังหวัดกลับมีผู้สมัครกว่า 1,000 คน และมี อสม.จำนวนมาก ตนจึงขอตั้งคำถามว่า ปลัดอำเภอ จะต้องติดคุกหรือไม่ และขอมองว่า เป็นกระบวนการล้มล้างสถาบันฯ

ข่าวล่าสุด