กระทรวงพลังงานกาง 5 แผนรับศึกวิกฤตน้ำมัน 160 เหรียญ ยันคนไทยเอาอยู่
25 ก.ค. 2569 | titayu_pur

กระทรวงพลังงานงัด 5 มาตรการด่วนรับมือวิกฤตน้ำมันโลกพุ่ง 160 เหรียญ เปิดแอป เติมไหน เช็กเรียลไทม์ ดึงงบกลั่นคืน 1.3 หมื่นล้าน ปราบไอ้โม่งกักตุนเด็ดขาด
ข่าว
25 ก.ค. 2569 | titayu_pur

กระทรวงพลังงานงัด 5 มาตรการด่วนรับมือวิกฤตน้ำมันโลกพุ่ง 160 เหรียญ เปิดแอป เติมไหน เช็กเรียลไทม์ ดึงงบกลั่นคืน 1.3 หมื่นล้าน ปราบไอ้โม่งกักตุนเด็ดขาด
KEY
POINTS
25 กรกฎาคม 2569 กระทรวงพลังงาน โดย ลอรี่ นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวง ออกมาเปิดเผยพิมพ์เขียวรับมือ วิกฤตน้ำมันแพง อย่างเร่งด่วน หลังสถานการณ์ความขัดแย้ง "ศึก 2 ช่องแคบ" ฉุดราคาตลาดโลกพุ่งทะยานแตะ 160 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล โดยเร่งชูมาตรการสกัดกั้นขบวนการไอ้โม่งกักตุนเก็งกำไรด้วยระบบ Open Data รายวัน ควบคู่การดึงผลประโยชน์ค่าการกลั่นคืนสู่ประชาชนแล้วกว่า 1.38 หมื่นล้านบาท พร้อมเปิดตัวเชื่อมโยง API ผ่านระบบตรวจสอบหน้าปั๊มแบบเรียลไทม์ในชื่อแอปพลิเคชัน เติมไหน เพื่อมุ่งเป้าบรรเทาภาระลดผลกระทบด้าน ราคาน้ำมัน ทั่วประเทศ โดยยืนยัน พลังงานสำรองของไทยมีความพร้อมใช้งานสูงถึง 108 วัน ป้องกันปัญหาน้ำมันขาดปั๊มซ้ำรอยอดีต และมุ่งหน้าปรับเปลี่ยนโครงสร้างราคาให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภคสูงสุด
ลอรี่ - พงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน โพสต์เปิดเผยถึงยุทธศาสตร์ "อุดรอยรั่ว" เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่า วิกฤตครั้งนี้จะไม่ใช่แค่การขายฝันด้วยคำว่า "เอาอยู่" แต่เป็นการลงมือทำผ่านกลไกที่ตรวจสอบได้จริง
โดยย้อนกลับไปในช่วงต้นปีที่ผ่านมา บทเรียนอันล้ำค่าจากวิกฤตน้ำมันขาดแคลน และการฉวยโอกาสเก็งกำไร สร้างความเดือดร้อนอย่างหนักให้กับประชาชน ซึ่งทีมงานได้รับลูกต่อมาเพื่อสะสางปัญหาขบวนการ "ไอ้โม่ง" กักตุนน้ำมันที่ยังคงต้องไล่จับกันจนถึงทุกวันนี้
วันนี้เมื่อสถานการณ์โลกทวีความรุนแรงขึ้น สิ่งที่สังคมเรียกร้องไม่ใช่เพียงคำยืนยันลอยๆ แต่คือคำถามที่ว่า “เราเอาอยู่...ได้อย่างไร?”
นายพงศ์พล ระบุว่า รัฐบาลได้วางโครงสร้างการแก้ปัญหาไว้ 5 มิติหลัก เพื่อรับมือกับวิกฤตน้ำมันในรอบนี้อย่างเป็นระบบ
1. โปร่งใสด้วย Open Data “ติดตามน้ำมัน” แบบวันต่อวัน: เพื่อลบความหวาดระแวงของประชาชนจากข้อมูลที่ไม่ชัดเจน กรมธุรกิจพลังงานร่วมกับ BDI พัฒนาระบบ Open Data ให้ประชาชนสามารถติดตามเส้นทางน้ำมันทั้งประเทศได้แบบ "วันต่อวัน" ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา เพื่อยืนยันว่าประเทศไทยมีเสบียงพลังงานที่เพียงพออย่างแท้จริง
2. ทีม “สุดซอย” ล่าไอ้โม่ง-สกัดการกักตุน: จากการวิเคราะห์พฤติกรรมในอดีต ทีมงานได้เรียบเรียงเส้นทางลำเลียงน้ำมันและกราฟการกักตุนที่มีพิรุธ โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่าง CIB, DSI, กรมการขนส่งทางบก และ ศรชล. เพื่อสกัดกั้นไม่ให้น้ำมันถูกนำไป "วนในอ่าว" เพื่อเก็งกำไร ย้ำชัดว่าน้ำมันทุกหยดต้องมีไว้ให้คนไทยใช้เท่านั้น
3. ยกระดับ “Fuel Now” เช็กสถานะปั๊มแบบเรียลไทม์: แก้ปัญหาประชาชนขับรถวนหาน้ำมันด้วยระบบ API ที่ดึงข้อมูลจากปั๊มแบรนด์ใหญ่โดยตรง ทำให้ประชาชนสามารถเช็กได้ทันทีว่าปั๊มไหนมีหรือขาดน้ำมัน ช่วยลดภาระการเดินทางและสร้างความสะดวกในช่วงวิกฤต
4. บริหารราคาผ่านกลไก “ดึงกำไรโรงกลั่น”: ภายใต้การนำของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้มีการผลักดันผ่านมติ กพช. และ กบง. เพื่อดึงผลประโยชน์ส่วนเกินจากกำไรค่าการกลั่นกลับคืนมาดูแลประชาชน ซึ่งทำสำเร็จมาแล้ว 5 ครั้ง เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ รวมมูลค่ากว่า 1.38 หมื่นล้านบาท เพื่อเฉลี่ยทุกข์สุขและปูทางสู่การผ่าตัดโครงสร้างราคาน้ำมันถาวร แม้กองทุนน้ำมันฯ จะมีหนี้ค้างถึง 6.3 หมื่นล้านบาทก็ตาม
5. กระจายแหล่งพลังงานใหม่ เพิ่มความมั่นคง 108 วัน: ปัจจุบันไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอต่อการใช้งาน 108 วัน แต่กระทรวงฯ ไม่นิ่งนอนใจ ได้เร่งหาแหล่งน้ำมันดิบใหม่ๆ จากภูมิภาคอื่น เช่น สหรัฐอเมริกา และอาร์เจนติน่า พร้อมส่งเสริมพลังงานโซลาร์และ EV เพื่อลดการพึ่งพาตะวันออกกลางเพียงอย่างเดียว
นายพงศ์พล ทิ้งท้ายว่า แม้วิกฤตราคาน้ำมันโลกจะเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ แต่การพัฒนาเทคโนโลยี การอุดรอยรั่ว และการบังคับใช้กฎหมายภายในประเทศแบบ "สุดซอย" คือสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำอย่างเต็มกำลัง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน