เนชั่นทีวี

ข่าว

"ปกรณ์" กางศาลปกครองฟันโกงสอบท้องถิ่น โมฆะไล่ออกทันที

16 ก.ค. 2569 | titayu_pur

"ปกรณ์" กางศาลปกครองฟันโกงสอบท้องถิ่น โมฆะไล่ออกทันที

"ปกรณ์ นิลประพันธ์" เปิดแนวศาลปกครองฟัน "โกงสอบท้องถิ่น" ชี้ผลสอบโมฆะตั้งแต่ต้น สั่งไล่ออกได้ทันที เผยนายกฯ สั่งลุยคดีความมั่นคงไม่ละเว้นใคร

"ปกรณ์ นิลประพันธ์" เปิดแนวศาลปกครองฟัน "โกงสอบท้องถิ่น" ชี้ผลสอบโมฆะตั้งแต่ต้น สั่งไล่ออกได้ทันที เผยนายกฯ สั่งลุยคดีความมั่นคงไม่ละเว้นใคร

KEY

POINTS

  • บรรทัดฐานศาลปกครองสูงสุดฟันโกง: นายปกรณ์ชี้คำสั่งบรรจุผู้ทุจริตสอบท้องถิ่น 5,814 ราย ถือเป็นโมฆะตั้งแต่ต้นตามแนวศาลฯ ปี 65 ต้นสังกัดสั่งให้ออกจากราชการได้ทันทีโดยไม่ต้องกระทำกระบวนการเพิกถอน
     
  • แฉระบบโจรทุจริตด้านไอที: ตรวจพบความเสี่ยงร้ายแรงทางไอที (IT Risk) ขั้นตอนตรวจข้อสอบขัดแย้งกับกระดาษคำตอบ เตรียมสาวไส้ตั้งแต่คนอนุมัติ TOR ย้ำดำเนินคดีเทียบเท่าความมั่นคงของชาติ
     
  • คำขาดนายกฯ สั่งลุยไม่มีตัดตอน: นายกรัฐมนตรีกำชับติดตามคดีเช้า-กลางวัน-เย็น ลั่นไม่มีการรับเงินหรือเป่าคดีเด็ดขาด พร้อมส่งหลักฐานให้ ป.ป.ช. และตำรวจกองปราบลากตัวการใหญ่ลงโทษสูงสุด

16 กรกฎาคม 2569 ปกรณ์ นิลประพันธ์ มือกฎหมายรัฐบาล เปิดใจแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับเนชั่นออนไลน์ หลังนายกรัฐมนตรีสั่งจี้ติดขบวนการ โกงสอบท้องถิ่น 5,814 ราย ทั่วประเทศ โดยชูแนวคำพิพากษา ศาลปกครองสูงสุด ชี้ชัดผลสอบที่ผิดพลาดร้ายแรงเป็นโมฆะแต่ต้น เพื่อเปิดทางให้หน่วยงานต้นสังกัดสั่ง ไล่ออกข้าราชการ กลุ่มทุจริตได้ทันที หวังขจัดระบบโจรทุจริตเชิงนโยบาย ที่กัดกินโครงสร้างท้องถิ่น พร้อมส่งไม้ต่อให้ ป.ป.ช. และกองปราบปราม ลากคอตัวการใหญ่มาดำเนินคดีอาญาขั้นเด็ดขาดขั้นสูงสุด
 

 

"ปกรณ์" กางแนวศาลปกครองสูงสุด ดักทางแก๊งโกงสอบ

 

เนชั่นออนไลน์ ถอดคำต่อคำบทสัมภาษณ์พิเศษ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี มือกฎหมายรัฐบาล กางคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ดับเครื่องชนแก๊งโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น 5,814 ราย ชี้ชัดคำสั่งบรรจุเป็นโมฆะมาแต่ต้น ไล่ออกได้ทันที เผยนายกรัฐมนตรีสั่งการจี้ติดเช้า-กลางวัน-เย็น ลั่นคำขาดงานนี้ "ไม่ไว้หน้าใครและไม่เอาไว้แน่" พร้อมดันเป็นคดีทำลายแผ่นดินเทียบเท่าคดีความมั่นคงของชาติ

 

กางแนวศาลปกครองสูงสุด ชี้ "โมฆะตั้งแต่ต้น" ไล่ออกได้ทันที

 

จากกรณีมหากาพย์การทุจริตสอบแข่งขัน เพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ซึ่งตรวจพบผู้สอบที่มีคะแนนผิดปกติจำนวนมาก ล่าสุด เนชั่นออนไลน์ ได้บทสัมภาษณ์พิเศษจาก นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ที่ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าเชิงลึก และแนวทางการจัดการทางกฎหมายที่เด็ดขาด เพื่อให้ผู้บริหารและสังคมใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ในวิกฤตศรัทธาระบบราชการครั้งนี้

 

"ปกรณ์" กางศาลปกครองฟันโกงสอบท้องถิ่น โมฆะไล่ออกทันที

 

ยึดบรรทัดฐานศาลปกครองสูงสุด "โมฆะตั้งแต่ต้น" ไม่กลัวฟ้องกลับ

 

นายปกรณ์ เปิดเผยถึงข้อกังวลในกระบวนการทางกฎหมายว่า จะสามารถเพิกถอนรายชื่อผู้ทุจริตที่ได้รับการบรรจุไปแล้วได้ทันทีหรือไม่ โดยระบุว่าเรื่องนี้เคยมีแนวคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด โดยที่ประชุมใหญ่ปี 2565 วางหลักไว้แล้วจากกรณีทุจริตสอบนายอำเภอ ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของคณะกรรมการพัฒนาวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

 

หลักกฎหมายปกครองชี้ชัดว่า การประกาศผลสอบที่มีข้อผิดพลาดร้ายแรง เช่น มีคนที่สอบตกแต่กลับมีรายชื่อสอบผ่าน โผล่ขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ถือเป็นคำสั่งทางปกครองที่ผิดพลาดอย่างร้ายแรง ผลคือคำสั่งนั้น "ไม่มีผลทางกฎหมายมาตั้งแต่ต้น" เสมือนไม่เคยเกิดขึ้น

 

ดังนั้น หน่วยงานที่รับผิดชอบจึงไม่จำเป็นต้องทำเรื่องเพิกถอน แต่ให้ทำหน้าที่ประกาศให้ประชาชนทราบว่า การประกาศผลสอบดังกล่าวมีข้อบกพร่องตรงไหนบ้าง ส่วนผู้ที่มีปัญหารายบุคคลที่ได้รับการบรรจุเข้าเป็นข้าราชการไปแล้ว ต้นสังกัดสามารถออกคำสั่งให้ออกจากราชการได้ทันที จึงไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกฟ้องร้องกลับ

 

 

"ปกรณ์" กางศาลปกครองฟันโกงสอบท้องถิ่น โมฆะไล่ออกทันที

 

• คำสั่งทางปกครองผิดพลาดร้ายแรง

• ไม่มีผลทางกฎหมายตั้งแต่แรก

• ไม่ต้องทำกระบวนการเพิกถอน

• หน่วยงานประกาศแจ้งข้อบกพร่อง

• ต้นสังกัดสั่งให้ออกจากราชการทันที

 

"เมื่อผลสอบผิดพลาดร้ายแรง คำสั่งบรรจุก็ไม่มีผลทางกฎหมายมาตั้งแต่ต้น ศาลปกครองสูงสุดชี้ชัดว่า ไม่ต้องเพิกถอนด้วยซ้ำ แต่ให้หน่วยงานแจ้งข้อบกพร่องแล้ว ให้ต้นสังกัดสั่งบุคคลเหล่านั้นออกจากราชการได้เลย" นายปกรณ์ ระบุ

 

ซัดเดือด "ระบบโจร" จี้ดำเนินคดีฐานทำลายความมั่นคงชาติ

 

ประธานคณะกรรมการตรวจสอบฯ แฉเบื้องลึกว่า กระบวนการโกงครั้งนี้เป็นการทุจริตเชิงระบบที่น่ากลัว โดยพบข้อบกพร่องร้ายแรงเกี่ยวกับ "IT Risk" หรือความเสี่ยงทางด้านไอที ซึ่งระบบจัดสอบขาดมาตรการความปลอดภัยที่รัดกุมเพียงพอ เช่น ขั้นตอนการส่งแฟลชไดรฟ์เพื่อตรวจข้อสอบ ทำให้ข้อมูลดิจิทัลกับหลักฐานกระดาษคำตอบขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง

 

ทั้งนี้ กระบวนการเอาผิดทางวินัย จะต้องไล่เรียงดูทั้งกระบวนการ ตั้งแต่ขั้นกำหนดอัตราว่าง ใครเป็นคนเขียนและอนุมัติ TOR ซึ่งต้องดูผู้มีอำนาจและเจตนาที่แท้จริง ไม่สามารถเหมาเข่งลงโทษหัวหน้าหน่วยงานทั้งหมดได้ ส่วนในอนาคตจะต้องมีมาตรการปิดช่องโหว่ด้านไอทีนี้อย่างเด็ดขาด เพื่อไม่ให้ระบบราชการถูกแทรกแซงได้อีก

 

นายปกรณ์ ยืนยันว่า ตนในฐานะข้าราชการที่เติบโตมาด้วยตัวเอง รู้สึกสลดใจและรับไม่ได้สูงสุดกับขบวนการนี้ โดยมองว่าพฤติกรรมดังกล่าวไม่ต่างจาก "ระบบโจร" และขอเทียบเคียงเป็น "คดีความมั่นคง" เพราะการปล่อยให้คนชั่วร้าย ที่จ่ายเงินซื้อตำแหน่งเข้ามาในระบบ จะเข้าไปปล้นและทำลายแผ่นดินในระยะยาว

 

"คดีอาญาว่าใครทำผิด หรือจะสาวไปถึงตัวการใหญ่คนไหน เป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช. และตำรวจกองปราบปราม ที่จะต้องไปสืบสวนจากสำนวนและหลักฐาน ข้อมูลนี้จะตัดตอนไม่ได้แน่นอน"

 

เผยคำสั่งนายกรัฐมนตรี กำชับเช้า-กลางวัน-เย็น "งานนี้ไม่เอาไว้แน่"

 

-เมื่อถามถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า เรื่องนี้จะกลายเป็นการตัดตอน หรือจับได้แค่ปลาซิวปลาสร้อย

 

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันถึงท่าทีของผู้นำรัฐบาล
 

• นายกฯ สั่งการจี้ติดทุกวัน

• กำชับเช้า กลางวัน เย็น

• ลั่นคำขาดไม่เอาไว้แน่

• ไม่มีการรับเงินจากใคร

• สั่งลุยเต็มที่ห้ามเป่าคดี

 

"ผมว่าท่านนายกรัฐมนตรี ท่านไม่เอาไว้แน่ๆ ท่านประกาศมาตลอด และสั่งผมเองว่า ไม่ได้อะไรกับใครสักบาท ท่านสั่งจี้ติดทั้งเช้า กลางวัน เย็น ขบวนการนี้ตัดตอนไม่ได้ เรื่องนี้ใหญ่เกินกว่าที่จะเป่าคดีให้เงียบหาย ข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งให้ ป.ป.ช. และตำรวจ ดำเนินคดีลากตัวการใหญ่มาลงโทษให้ถึงที่สุด" นายปกรณ์ กล่าวผ่านทาง เนชั่นออนไลน์

ข่าวล่าสุด