เนชั่นทีวี

ข่าว

"กล้าธรรม" ชี้ดุลการค้าไทยส่อวิกฤต-ชี้ช่อง 8 มาตรการให้ "ศุภจี"

15 ก.ค. 2569 | katchatapong_lee

"กล้าธรรม" ชี้ดุลการค้าไทยส่อวิกฤต-ชี้ช่อง 8 มาตรการให้ "ศุภจี"

รองโฆษกพรรคกล้าธรรม ชี้ดุลการค้าไทยส่งสัญญาณวิกฤต-พร้อมชง 8 มาตรการกู้ฐานผู้ผลิตชี้ช่องให้ “ศุภจี” ดำเนินการภายใน 90 วัน-ขู่ใช้ทุกกลไกสภาทวงคำตอบ

นายพีรวัส สมวงศ์ รองโฆษกพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงสถานการณ์การค้าของประเทศไทยว่า ตัวเลขขาดดุลการค้าที่พุ่งขึ้น กำลังสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ ไม่อาจใช้ตัวเลขการส่งออกมาปิดบังได้ ซึ่งข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์เอง ระบุว่า เดือนเมษายน 2569 ประเทศไทย ขาดดุลการค้า 10,020 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงสุดนับตั้งแต่เริ่มบันทึกสถิติในปี 2534 ขณะที่ การนำเข้าพุ่งขึ้นร้อยละ 45 แตะระดับ 41,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทยขาดดุลการค้าต่อเนื่อง ก่อนยืดเป็น 8 เดือนติดต่อกันในเดือนพฤษภาคม ส่งผลให้ 5 เดือนแรกของปีขาดดุลสะสมแล้วกว่า 25,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือการค้ากับจีน โดยไตรมาสแรก ไทยขาดดุลการค้ากับจีนถึง 679,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 41 การนำเข้าจากจีนขยายตัวร้อยละ 25.68 แต่การส่งออกของไทยไปจีนกลับเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.70 จนมีการประเมินว่าการขาดดุลกับจีนทั้งปีอาจทะลุ 2.2 ล้านล้านบาท

 

รองโฆษกพรรคกล้าธรรม ยังเห็นว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยังทำหน้าที่เป็นผู้บรรยายความถดถอยทางเศรษฐกิจ มากกว่าการบริหารจัดการ ทั้งที่ โรงงานไทย และธุรกิจครอบครัว กำลังถูกสินค้านำเข้าทะลักเข้ามาตัดราคา แต่กระทรวงยังออกข่าวฉลองตัวเลขส่งออก และรัฐมนตรีเองยอมรับว่า ร้อยละ 90 ของการเติบโตตกอยู่กับบริษัทขนาดใหญ่

นายพีรวัสระบุว่า พรรคกล้าธรรมในฐานะฝ่ายค้าน ยังขอเสนอแผนปฏิบัติการ 8 ข้อให้กระทรวงพาณิชย์เร่งดำเนินการ ดังนี้

 

1. ตั้งแนวป้องกันการค้าฉุกเฉินภายใน 90 วัน

เร่งการไต่สวนการทุ่มตลาดและมาตรการ Safeguard ในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบหนัก บังคับใช้ภาษี VAT และมาตรฐาน มอก. กับสินค้านำเข้ามูลค่าต่ำผ่านอีคอมเมิร์ซอย่างจริงจัง พร้อมตรวจสอบเขตปลอดอากรและการสวมสิทธิแหล่งกำเนิดสินค้า

2. เลิกวัดความสำเร็จจากยอดส่งออกเพียงตัวเลขเดียว

เปิดเผยต่อสาธารณะถึงมูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้นในประเทศ สัดส่วน Local Content ใน 10 อุตสาหกรรมส่งออกหลัก และสัดส่วนการส่งออกของ SME เพื่อให้เห็นชัดว่าการส่งออกสร้างรายได้ให้คนไทยจริงเพียงใด

3. เปิดข้อมูลการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ ต่อสภา

เมื่อรัฐมนตรีเคยระบุว่าการเจรจาจะมีความชัดเจนภายในเดือนกรกฎาคม วันนี้ถึงเดือนกรกฎาคมแล้ว จึงต้องเปิดเผยสถานะการเจรจา ผลกระทบรายอุตสาหกรรม และแผนรองรับผู้ส่งออก โดยเฉพาะเมื่อยอดส่งออกที่ผ่านมาอาจมีส่วนจากการเร่งส่งสินค้าล่วงหน้าก่อนมาตรการภาษี

4. แก้ปัญหา SME ใช้สิทธิ FTA ไม่ได้จริง

จัดระบบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองสำหรับ SME สร้าง Single Window ดิจิทัล และกำหนดเป้าหมายการใช้สิทธิ FTA ที่ตรวจสอบได้ เพราะสิทธิทางการค้าที่มีอยู่บนกระดาษ แต่ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าไม่ถึง ย่อมไม่มีความหมาย

 

5. เปิดเสรีภาคบริการที่เป็นต้นทุนของผู้ผลิตจริง

ทบทวนข้อจำกัดในธุรกิจกฎหมาย บัญชี และโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของภาคการผลิต เพราะการปกป้องธุรกิจบริการบางกลุ่มจนขาดการแข่งขัน เท่ากับสร้าง “ภาษีแฝง” ให้โรงงานและเกษตรกรไทยเป็นผู้จ่าย

6. จัดทำแผนความมั่นคงด้านพลังงานและโลจิสติกส์ในมิติการค้า

กระจายแหล่งนำเข้าเชื้อเพลิง วางแผนระวางเรือและตู้คอนเทนเนอร์ล่วงหน้า และตั้งกลไกช่วยเหลือผู้ส่งออกถาวรที่สามารถทำงานได้ทันทีเมื่อเกิดวิกฤต ไม่ใช่รอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยตั้งคณะทำงาน

7. ตั้งหลักประกันขั้นต่ำให้ SME พร้อมตัวเลขวัดผล

ประกาศเป้าหมายสัดส่วนการส่งออกของ SME จัดวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำและประกันการส่งออกสำหรับผู้ส่งออกรายใหม่ พร้อมรายงานทุกไตรมาสว่า มี SME กี่รายที่เข้าสู่ตลาดต่างประเทศได้จริง ไม่ใช่รายงานเพียงจำนวนคนเข้าสัมมนา

8. เปิดแดชบอร์ดความเสี่ยงการค้ารายเดือนต่อประชาชน

รายงานการทะลักของสินค้านำเข้ารายหมวด การเบี่ยงเบนทางการค้าจากจีน และผลจากการเร่งส่งออกล่วงหน้า เพื่อให้รัฐสภาและภาคธุรกิจเห็นข้อมูลชุดเดียวกับกระทรวง

 

รองโฆษกพรรคกล้าธรรม ยังยอมรับว่า ราคาน้ำมันโลกหรือภัยธรรมชาติบางส่วนอยู่นอกเหนืออำนาจของรัฐมนตรี แต่ข้อเสนอทั้ง 8 ข้อ เป็นเรื่องที่อยู่ในขอบเขตอำนาจและกลไกของกระทรวงพาณิชย์โดยตรง และพรรคกล้าธรรม ให้เวลา 90 วัน หากรัฐมนตรียังเลือกนิ่งเฉย พรรคกล้าธรรมในฐานะฝ่ายค้านจะใช้กลไกรัฐสภาทุกช่องทางเพื่อทวงถามคำตอบ ตั้งแต่กระทู้ถาม การตรวจสอบในสภา และหากถึงที่สุด ก็ต้องพิจารณาว่ารัฐมนตรีที่ทำได้เพียงรายงานความเสียหาย แต่หยุดความเสียหายไม่ได้ ยังสมควรนั่งบริหารกระทรวงพาณิชย์ต่อไปหรือไม่

ข่าวล่าสุด