เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดปาก 4 พยาน คดีฮั้ว สว. อ้างโยงนักการเมือง-คนใกล้ชิด บิ๊ก มท.

12 ก.ค. 2569 | thunchanok_kul

เปิดปาก 4 พยาน คดีฮั้ว สว. อ้างโยงนักการเมือง-คนใกล้ชิด บิ๊ก มท.

4 พยาน เปิดปากแฉขบวนการฮั้ว สว. อ้างโยงนักการเมือง-คนใกล้ชิด "บิ๊กมหาดไทย" พร้อมเปิดหมด ขั้นตอนจ่ายเงินจ้างนัดแนะขั้นตอน เผยถูกเสนอเงินหลักล้านปิดปากหยุดแฉ

4 พยาน เปิดปากแฉขบวนการฮั้ว สว. อ้างโยงนักการเมือง-คนใกล้ชิด "บิ๊กมหาดไทย" พร้อมเปิดหมด ขั้นตอนจ่ายเงินจ้างนัดแนะขั้นตอน เผยถูกเสนอเงินหลักล้านปิดปากหยุดแฉ

KEY

POINTS

  • 4 พยานเปิดหน้าแฉกระบวนการฮั้ว สว. : ตัวแทนจาก 4 จังหวัดภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคใต้ ให้การตรงกันเรื่องขบวนการจ้างวาน ขนคนกักตัวในโรงแรม และแจกโพยล็อกตัวเลขเลือกลำดับไขว้กลุ่ม
  • โยงใยบิ๊กการเมืองสีน้ำเงินและคนใกล้ชิดบิ๊กมหาดไทย: พยานโชว์หลักฐานเงินสด โยงญาตินักการเมือง เดินสายจัดตั้ง 
  • แฉซ้ำโดนยื่นข้อเสนอหลักล้านสั่งปิดปากห้ามส่ง DSI: ปัดเงินก้อนโต ท้าตรวจสอบตัวการใหญ่ผู้อยู่เบื้องหลังคำสั่งสกัดพรรคส้ม 

12 กรกฎาคม 2569 คณะกรรมการประสานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร หรือ วิปฝ่ายค้าน จัดงานเสวนาครบรอบ 2 ปีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว.  ในงานมีกิจกรรมวิเคราะห์โพยเลือก สว. และบัตรเลือกตั้ง พร้อมย้อนสังเกตการณ์การนับคะแนนจากวันเลือกจริง และเปิดหลักฐานคดี ฮั้ว สว. ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการนัดหมาย และว่าจ้าง

นอกจากนี้ ไฮไลท์ภายในงานได้พาพยาน 4 คน จาก 4 จังหวัด ได้แก่ มหาสารคาม ,  นครพนม  , หนองบัวลำภู และ นครศรีธรรมราช มาร่วมเสวนาภายในงานด้วย พร้อมมีการแลกเปลี่ยนความเห็นจากนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ อาทิ รองศาสตราจารย์ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์  , นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. , รองศาสตราจารย์ เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีต สว. , พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ , นายพริษฐ์ วัชรสินธุ และนางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ สส. พรรคประชาชน

เปิดปาก 4 พยาน คดีฮั้ว สว. อ้างโยงนักการเมือง-คนใกล้ชิด บิ๊ก มท.

โดยเริ่มจาก นายพริษฐ์ กล่าวเปิดงานพร้อมวิเคราะห์ในเรื่องของการจัดทำโพยหมายเลข สว. เพื่อเป็นการอธิบายการทำงานของโพย พร้อมจำลองเหตุการณ์ โดยแจกกระดาษโพยให้กับผู้เข้าร่วมงาน เพื่อยกตัวอย่างการทำโพยที่จะเป็นส่วนหนึ่งของจุดเริ่มต้นของการฮั้ว สว. หลังจากที่มีการนัดหมาย-ว่าจ้าง เพื่อให้ผู้ร่วมงานเห็นการไขว้เลือกระหว่างกลุ่ม

คดีนี้ไม่ได้สำคัญเฉพาะผู้สมัคร สว. และ สว.สำรอง แต่สำคัญต่ออนาคตระบบการเมืองของไทย ด้วย 2 เหตุผล คือ

1.หากข้อกล่าวหาเป็นจริงและกลุ่มบุคคลที่เข้าสู่อำนาจรัฐจะมีแนวโน้มสูงที่กลุ่มบุคคลเหล่านี้จะใช้อำนาจรัฐโดยไม่ชอบ ดังนั้น หากมีกลุ่มบุคคลบางกลุ่มเข้าสู่อำนาจรัฐโดยการเป็น สว.จึงเกิดคำถามว่าการเข้าสู่อำนาจในการกลั่นกรองกฎหมาย การพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือรับรองผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระจะเป็นการใช้อำนาจโดยไม่ชอบหรือไม่

2.เมื่อดูรายละเอียดของรัฐธรรมนูญ 2560 จะเห็นว่าการโกงหรือการฮั้ว สว.เป็นหนทางสำคัญของการพยายามสร้างระบบการเมืองที่สามารถฮั้วกันได้ทั้งกระดานทำให้กลไกลตรวจสอบอ่อนแอลง

ก่อนจะมีการให้พยานตัวแทนของ 4 จังหวัด เริ่มด้วยการพูดถึงกระบวนการการนัดหมายเพื่อที่จะโกงการเลือก สว. โดยพยานคนแรก กล่าวว่า มีการจองโรงแรมย่านจังหวัดปทุมธานี และให้หาคนมาพักที่โรงแรม ซึ่งมีการจัดเตรียมห้องและสั่งอาหารไว้รอ โดยอ้างว่ามี สส. พรรคสีน้ำเงิน จังหวัดอุดรธานี เขต 8 บอกให้หาคนมาให้ได้มากที่สุด และจะมีค่าสมนาคุณให้รายบุคคล พร้อมดูแลค่าเดินทางทั้งหมด และอธิบายรายละเอียดตามโพยที่ได้นัดหมายกันไว้

โดยวันเลือกทุกอย่างเป็นไปตามโพย ตัวเลขทุกอย่างตรงกันหมด ไม่มีการสลับลำดับกัน  โดยคนที่นัดหมายกับตนยังพูดไปถึงเรื่อง การเลือกตั้งครั้งหน้า โดยมีพรรคการเมืองกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือ กลุ่มยังเติร์ก ยื่นข้อเสนอว่าหากร่วมมือทำให้พรรคเขาเป็นพรรคแกนนำรัฐบาล โดยให้หาดึงคนจากบ้านใหญ่มาสมัครเข้าพรรค และต้องควบคุมองค์กรอิสระให้ได้ โดยเฉพาะคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.  , ป.ป.ช. และศาลรัฐธรรมนูญ

 

จากนั้นพยานคนที่ 2 กล่าวว่า คนที่นัดหมายบอกออกค่าสมัครให้ โดยกลุ่มของตนเป็นกลุ่มของการท่องเที่ยวและการโรงแรม และได้ผ่านการคัดเลือกระดับจังหวัด โดยตนตัดสินใจลงสมัครมุ่งหวังว่าจะผลักดันเรื่องการท่องเที่ยว ยอมรับว่า พอรู้ว่าจะมีกลุ่มที่พยายามจะฮั้วการเลือก สว. แต่ตนไม่เข้าร่วม ตนเป็นเป้าเพราะมีคะแนนสูงสุดในกลุ่ม โดยสว. คนปัจจุบัน เป็นคนที่พยายามจะดึงเข้าไปในกลุ่ม หลังจากนั้นมีการนัดหมายไปเจอกันที่โรงแรมที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตนไปถึงได้เจอคณะของนาย ศ. และกลุ่มผู้จัดงานอ้างว่าจะมีกลุ่มของ “นายใหญ่ น.” เดินทางมาเข้าร่วม แต่ตนเดินทางกลับก่อน จนมีคนโทรมาตามให้รีบกลับไป แต่เมื่อกลับไปถึงตนก็ไม่เจอกับคณะแล้ว เพราะเป็นช่วงท้ายของการประชุมแล้ว

 

ขณะพยานคนที่ 3 และ 4 บอกว่าได้มีการรับเงิน แลกกับหาคนเข้าร่วมให้ได้ไม่ต่ำกว่า 10 คน โดยมีการนัดหมายกันที่โรงแรมย่านรังสิต และยังมีการยื่นข้อเสนอว่าถ้าเกิดเสร็จสิ้นกระบวนการจะจ่ายอีก 500,000 บาท

เช่นเดียวกับพยานคนสุดท้าย ยืนยันว่าข้อมูลทั้งหมดได้ให้ ข้อมูลทั้งหมดกับกลุ่มสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ไว้แล้ว โดยสาระสำคัญต้องรวมกลุ่มให้ได้มากที่สุด ซึ่งมีการนัดหมายและเปิดห้องที่โรงแรม และอธิบายกระบวนการ พร้อมมีการเปิดหลักฐานที่เป็นธนบัตร 1,000 บาท จำนวน 20 ใบ ที่ตนได้รับมา และยังมีการกล่าวอ้างถึงญาติของ “บิ๊กมหาดไทย” คนปัจจุบันว่า เป็นคนเข้ามานัดแนะกระบวนการฮั้วทั้งหมด โดยพยานคนสุดท้ายยังได้มีการโชว์เสื้อที่ได้รับแจกมาด้วย

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะเข้าไปให้ข้อมูลกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ เคยมีคนของกลุ่มสีน้ำเงินโทรมาให้ตนหยุดออกมาแฉกระบวนการฮั้ว สว. แลกกับเงินจำนวนหลักล้านบาท ก่อนย้ำว่าอิทธิพลมีจริง ความจริงคือความจริง วันนี้ขอให้คนเบื้องบนที่เป็นคนสั่งน้ำเงินสกัดส้มมาสอบ จากนั้นพยานคนสุดท้าย จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มอบเอกสารรวบรวมรายชื่อกระบวนการทั้งหมดให้กับ นายพริษฐ์

ข่าวล่าสุด