- เสียงดนตรีกลางพายุวิบากทางการเมือง
1. บุคลิกแบบ “สุนทรีย์-สุขนิยม” กับความเป็นผู้นำในทางรัฐศาสตร์
ในทางรัฐศาสตร์ พฤติกรรมนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องความบันเทิงส่วนตัว แต่สะท้อนกลยุทธ์และสไตล์ความเป็นผู้นำใน 2 มิติหลัก ได้แก่
มิติแรก Soft Power Diplomacy & Personal Connection หรือ “การทูตเชิงความสัมพันธ์ส่วนตัว” กรณีของการร้องรำทำเพลงร่วมกับผู้นำต่างประเทศ เหมาะมากในบริบทอาเซียน เพราะความสัมพันธ์ระดับบุคคลระหว่างผู้นำ มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าข้อตกลงตามกฎหมาย
มิติที่สอง Lifestyle Politics & Relatability หรือ ความพยายาม “ทลายกำแพง” บริบทนี้เป็นกรณีของการเล่นดนตรีต่อสาธารณะ เพื่อส่งผลทางความรู้สึกกับประชาชน ทำให้ตำแหน่งนายกฯ กับประชาชนมีความใกล้กันมากขึ้น
ต้องไม่ลืมว่า ผู้นำยุคใหม่มักใช้โซเชียลมีเดีย แสดงด้านที่เป็นมนุษย์ธรรมดา มีอารมณ์ขัน และมีความชอบส่วนตัว เพื่อสร้างความรู้สึกเข้าถึงง่าย ในทางจิตวิทยาการเมือง การเห็นผู้นำในมุมสรวลเสเฮฮาสามารถช่วยลดทอนภาพลักษณ์ที่แข็งกร้าวลงได้
2. ในแง่ความเชื่อมั่น การแสดงดนตรี หรือร้องรำทำเพลงในแนวบันเทิง หากทำในช่วงที่ผลงานของรัฐบาลกำลังยอดเยี่ยม ก็ย่อมจะเสริมภาพลักษณ์ และเป็นเสน่ห์ของท่านผู้นำ
แต่หากไปเล่นดนตรีแบบไม่ดูกาลเทศะ เช่น ช่วงที่ผลงานย่ำแย่ หรือมีวิกฤตรุมเร้า พฤติกรรมเดียวกันนี้จะถูกพลิกความหมายทันที กลายเป็นการมองว่าผู้นำ “ไร้ความรับผิดชอบ” หรือเพิกเฉยต่อความทุกข์ร้อนของประชาชน หรือเป็นเพียงการสร้างภาพผักชีโรยหน้า อาจกลายเป็นชนวนจุดกระแส “ความหมั่นไส้” และความโกรธแค้นในหมู่ประชาชนที่กำลังเผชิญความยากลำบากได้
3. หากพิจารณาบทเรียนจากอดีต มีผู้นำโลกหลายคนใช้เสียงดนตรีในการสื่อสารทางการเมือง มีทั้งที่สำเร็จและล้มเหลว
คนแรก Bill Clinton อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โด่งดังจากการเป่าแซกโซโฟนในรายการโทรทัศน์ช่วงหาเสียงปี 1992 พฤติกรรมนี้กลายเป็นการพลิกเกมการเมืองครั้งใหญ่ สร้างภาพลักษณ์ผู้นำยุคใหม่ที่ทันสมัย เข้าถึงคนรุ่นใหม่ จนสามารถดึงคะแนนเสียงและชนะการเลือกตั้งได้ แม้ในช่วงแรกจะถูกวิจารณ์จากฝั่งอนุรักษ์นิยมว่าทำตัวไม่สมฐานะก็ตาม
คนที่สอง Vladimir Putin ประธานาธิบดีรัสเซีย มักโชว์ฝีมือเล่นเปียโนในงานการกุศล และงานต้อนรับทางการทูต นี่คือกลยุทธ์สร้างความขัดแย้งทางภาพลักษณ์ เพื่อลดทอนภาพผู้นำที่ดุดันและแข็งกร้าว ให้ดูมีมิติของความอ่อนโยนและรอบรู้
ทว่าในสายตาของสื่อตะวันตก มักมองว่าเป็นเพียงการจัดฉากโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อเบี่ยงเบนประเด็นปัญหาสิทธิมนุษยชน
คนที่สาม Richard Nixon อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ พยายามเล่นเปียโนออกสื่อเพื่อสร้างความนิยมและปรับภาพลักษณ์ให้ดูเข้าถึงง่าย แต่ดนตรีไม่สามารถช่วยชีวิตทางการเมืองของเขาไว้ได้ เมื่อเขาต้องเผชิญมรสุมร้ายแรงจากคดีวอเตอร์เกต (Watergate) ภาพลักษณ์สุนทรีย์เหล่านี้ก็ไม่สามารถบดบังความล้มเหลวทางจริยธรรมได้