เนชั่นทีวี

ข่าว

ถอดรหัสรัฐศาสตร์ อนุทินเป่าแซก การทูต Soft Power หรือแค่สร้างภาพ?

11 ก.ค. 2569 | titayu_pur

ถอดรหัสรัฐศาสตร์ อนุทินเป่าแซก การทูต Soft Power หรือแค่สร้างภาพ?

วิเคราะห์การเมืองเชิงลึกกรณี อนุทิน ชาญวีรกูล เป่าแซกโซโฟนคู่ผู้นำมาเลเซีย ส่องมิติรัฐศาสตร์ เสียงดนตรีท่ามกลางวิบากกรรมทางการเมือง พลิกเกมสร้างภาพลักษณ์หรือชนวนกระแสลบ

วิเคราะห์การเมืองเชิงลึกกรณี อนุทิน ชาญวีรกูล เป่าแซกโซโฟนคู่ผู้นำมาเลเซีย ส่องมิติรัฐศาสตร์ เสียงดนตรีท่ามกลางวิบากกรรมทางการเมือง พลิกเกมสร้างภาพลักษณ์หรือชนวนกระแสลบ

KEY

POINTS

  • ดนตรีทลายกำแพงการทูต: นักวิเคราะห์มองภาพ อนุทิน เป่าแซกโซโฟนคู่ผู้นำมาเลเซีย สะท้อนกลยุทธ์ Soft Power Diplomacy และ Lifestyle Politics ช่วยลดทอนภาพลักษณ์แข็งกร้าวและสร้างมิตรภาพส่วนตัวในบริบทอาเซียน
     
  • ดาบสองคมทางรัฐศาสตร์: พฤติกรรมสุขนิยมจะช่วยเพิ่มเสน่ห์ผู้นำหากผลงานรัฐบาลดี แต่จะถูกมองว่า "ไร้ความรับผิดชอบ" และจุดชนวนความโกรธแค้นทันที หากทำผิดกาลเทศะในช่วงที่ประชาชนเผชิญวิกฤต
     
  • ถอดบทเรียนผู้นำโลก: เปรียบเทียบ บิล คลินตัน ที่ใช้แซกโซโฟนพลิกชนะเลือกตั้ง, ปูติน เล่นเปียโนลดภาพดุดัน, และ นิกสัน ที่ดนตรีไม่สามารถช่วยชีวิตทางการเมืองได้หลังเผชิญวิกฤตศรัทธาคดีวอเตอร์เกต

11 กรกฎาคม 2569 ภาพนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ร่วมสร้างสีสันทางการทูต ด้วยการโชว์ลีลาเป่าแซกโซโฟนเคียงข้าง นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในระหว่างการพบปะครั้งล่าสุด เพื่อใช้มิติทางดนตรีทำลายกำแพงความสัมพันธ์ และขับเคลื่อน Soft Power ของไทย ทว่าในมุมมองนักวิเคราะห์ อาจารย์กฤษฎา บุญเรือง ชี้ว่า พฤติกรรมสุนทรีย์นี้เป็นดาบสองคมในทางรัฐศาสตร์ ที่สามารถพลิกเป็นวิกฤต ความเชื่อมั่น ได้ทันทีหากแสดงออกไม่ถูกกาลเทศะท่ามกลางมรสุมการเมือง

 

  • นายกฯ กับดนตรี...สุนทรีย์นำการเมือง

 

ภาพนายกฯ อนุทิน เป่าแซกโซโฟน เพื่อให้นายกฯ อันวาร์ ร้องเพลง “มาย เวย์” คลอกันไปอย่างชื่นมื่นนั้น ไม่ใช่ครั้งแรกที่นายกฯ ไทยแสดงฝีไม้ลายมือเรื่องดนตรี 


จากรวบรวมเหตุการณ์ ที่นายกฯ อนุทิน โชว์ลีลาเล่นดนตรี ซึ่งนายกฯ สามารถเล่นได้หลากหลาย ไม่ใช่แค่แซกโซโฟนเท่านั้น แม้แต่เครื่องดนตรีประจำชาติอื่นก็เล่นได้

 

ก่อนเป็นนายกฯ นายอนุทินยังเคยเล่นคีย์บอร์ดที่ แรนโช ชาญวีร์ เพื่อให้อดีตนายกฯ ทักษิณ ได้ร้องเพลงอย่างสรวลเสเฮฮาด้วย

 

แม้แต่ในงานวันเกิดของข้าราชการระดับสูง ซึ่งสนิทกับนายกฯ ท่านก็ไปร่วมอวยพรด้วยการขึ้นเวทีเล่นดนตรี ร้องเพลง สร้างความประทับใจมานักต่อนัก

ในทางรัฐศาสตร์ น่าคิดว่าบุคคลระดับผู้นำประเทศ ที่ออกงานด้วยการร้องรำทำเพลง เล่นดนตรี เป็น “สายบันเทิง สายเอนเตอร์เทน” แบบนี้ ส่งผลต่อการเมืองอย่างไร และมีนัยทางรัฐศาสตร์อย่างไร

 

อาจารย์กฤษฎา บุญเรือง นักวิเคราะห์ชื่อดังจากสหรัฐฯ มองว่า การพบกันระหว่างนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล และนายกฯ อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย พร้อมภาพการร่วมเล่นดนตรีและร้องเพลง ที่เผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจยิ่งในทางรัฐศาสตร์ และการสื่อสารทางการเมือง หรือ Political Communication

 

เพราะพฤติกรรมที่ดูผ่อนคลายนี้ หากมองผ่านเลนส์วิเคราะห์เชิงลึก สามารถถอดรหัสออกมาได้ในหลายมิติทางการเมือง

 

 

ถอดรหัสรัฐศาสตร์ อนุทินเป่าแซก การทูต Soft Power หรือแค่สร้างภาพ?

  • เสียงดนตรีกลางพายุวิบากทางการเมือง

 

1. บุคลิกแบบ “สุนทรีย์-สุขนิยม” กับความเป็นผู้นำในทางรัฐศาสตร์

 

ในทางรัฐศาสตร์ พฤติกรรมนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องความบันเทิงส่วนตัว แต่สะท้อนกลยุทธ์และสไตล์ความเป็นผู้นำใน 2 มิติหลัก ได้แก่

 

มิติแรก Soft Power Diplomacy & Personal Connection หรือ “การทูตเชิงความสัมพันธ์ส่วนตัว” กรณีของการร้องรำทำเพลงร่วมกับผู้นำต่างประเทศ เหมาะมากในบริบทอาเซียน เพราะความสัมพันธ์ระดับบุคคลระหว่างผู้นำ มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าข้อตกลงตามกฎหมาย

 

มิติที่สอง Lifestyle Politics & Relatability หรือ ความพยายาม “ทลายกำแพง” บริบทนี้เป็นกรณีของการเล่นดนตรีต่อสาธารณะ เพื่อส่งผลทางความรู้สึกกับประชาชน ทำให้ตำแหน่งนายกฯ กับประชาชนมีความใกล้กันมากขึ้น

 

ต้องไม่ลืมว่า ผู้นำยุคใหม่มักใช้โซเชียลมีเดีย แสดงด้านที่เป็นมนุษย์ธรรมดา มีอารมณ์ขัน และมีความชอบส่วนตัว เพื่อสร้างความรู้สึกเข้าถึงง่าย ในทางจิตวิทยาการเมือง การเห็นผู้นำในมุมสรวลเสเฮฮาสามารถช่วยลดทอนภาพลักษณ์ที่แข็งกร้าวลงได้

 

2. ในแง่ความเชื่อมั่น การแสดงดนตรี หรือร้องรำทำเพลงในแนวบันเทิง หากทำในช่วงที่ผลงานของรัฐบาลกำลังยอดเยี่ยม ก็ย่อมจะเสริมภาพลักษณ์ และเป็นเสน่ห์ของท่านผู้นำ

 

แต่หากไปเล่นดนตรีแบบไม่ดูกาลเทศะ เช่น ช่วงที่ผลงานย่ำแย่ หรือมีวิกฤตรุมเร้า พฤติกรรมเดียวกันนี้จะถูกพลิกความหมายทันที กลายเป็นการมองว่าผู้นำ “ไร้ความรับผิดชอบ” หรือเพิกเฉยต่อความทุกข์ร้อนของประชาชน หรือเป็นเพียงการสร้างภาพผักชีโรยหน้า อาจกลายเป็นชนวนจุดกระแส “ความหมั่นไส้” และความโกรธแค้นในหมู่ประชาชนที่กำลังเผชิญความยากลำบากได้

 

3. หากพิจารณาบทเรียนจากอดีต มีผู้นำโลกหลายคนใช้เสียงดนตรีในการสื่อสารทางการเมือง มีทั้งที่สำเร็จและล้มเหลว

 

คนแรก Bill Clinton อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โด่งดังจากการเป่าแซกโซโฟนในรายการโทรทัศน์ช่วงหาเสียงปี 1992 พฤติกรรมนี้กลายเป็นการพลิกเกมการเมืองครั้งใหญ่ สร้างภาพลักษณ์ผู้นำยุคใหม่ที่ทันสมัย เข้าถึงคนรุ่นใหม่ จนสามารถดึงคะแนนเสียงและชนะการเลือกตั้งได้ แม้ในช่วงแรกจะถูกวิจารณ์จากฝั่งอนุรักษ์นิยมว่าทำตัวไม่สมฐานะก็ตาม

 

คนที่สอง Vladimir Putin ประธานาธิบดีรัสเซีย มักโชว์ฝีมือเล่นเปียโนในงานการกุศล และงานต้อนรับทางการทูต นี่คือกลยุทธ์สร้างความขัดแย้งทางภาพลักษณ์ เพื่อลดทอนภาพผู้นำที่ดุดันและแข็งกร้าว ให้ดูมีมิติของความอ่อนโยนและรอบรู้

 

ทว่าในสายตาของสื่อตะวันตก มักมองว่าเป็นเพียงการจัดฉากโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อเบี่ยงเบนประเด็นปัญหาสิทธิมนุษยชน

 

คนที่สาม Richard Nixon อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ พยายามเล่นเปียโนออกสื่อเพื่อสร้างความนิยมและปรับภาพลักษณ์ให้ดูเข้าถึงง่าย แต่ดนตรีไม่สามารถช่วยชีวิตทางการเมืองของเขาไว้ได้ เมื่อเขาต้องเผชิญมรสุมร้ายแรงจากคดีวอเตอร์เกต (Watergate) ภาพลักษณ์สุนทรีย์เหล่านี้ก็ไม่สามารถบดบังความล้มเหลวทางจริยธรรมได้ 

 

 

ถอดรหัสรัฐศาสตร์ อนุทินเป่าแซก การทูต Soft Power หรือแค่สร้างภาพ?

ข่าวล่าสุด