เปิดจุดแข็ง อุดช่องโหว่ของปัญหาทางกฎหมาย
สำหรับหลักการและสาระสำคัญของร่างฯ คือ ความต้องการที่จะให้กัญชากลับไปเป็นยาเสพติด แต่เมื่อความเป็นไปได้ในทางดังกล่าวน่าจะยาก เนื่องจากหัวหน้ารัฐบาลในปัจจุบันเป็นผู้ผลักดันนำกัญชาออกจากยาเสพติด ซึ่งต่อมาการถอดกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดก็เลยเถิดถึงขั้นเสพเสรี ปลูกเสรี ค้าเสรี จนกระทรวงสาธารณสุข ต้องใช้กฎหมายของ สธ. มาดูแลการใช้ในขอบเขตเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ โดยให้เป็นสมุนไพรควบคุม
แต่ก็ยังคงมีช่องว่างอีกมากมาย ร่างกฎหมายฉบับนี้ จึงต้องการปิดช่องว่างต่างๆ เมื่อไม่สามารถผลักดันให้กลับไปเป็นยาเสพติดได้ จึงอาศัยร่างฉบับนี้ในการแยกแยะการใช้ประโยชน์จากกัญชาให้เหมาะสม ระหว่างการใช้ทางการแพทย์กับการใช้ในทางยาเสพติด โดยร่างฉบับนี้จะกำหนดมาตรการควบคุมและกำกับดูแลการใช้ในทางการแพทย์ ตั้งแต่การปลูก การนำเข้า ส่งออก การขาย การใช้เฉพาะทางการแพทย์ ซึ่งต้องขอรับใบอนุญาต
ทั้งนี้ เพื่อการควบคุมและกำกับดูแลการใช้ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของร่างฯ ฉบับนี้ คือเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ส่วนการผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย ครอบครอง และใช้ประโยชน์ที่ไม่ใช่ทางการแพทย์ให้ถือว่ากัญชาดังกล่าวเป็นยาเสพติดให้โทษ ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ผู้ฝ่าฝืน นอกจากต้องรับโทษทางอาญาจำคุกและปรับแล้ว ร่างฯ ฉบับนี้ยังเน้นย้ำอีกว่า ความผิดเกี่ยวกับกัญชาที่ไม่ใช่เป็นไปเพื่อทางการแพทย์ตามกฎหมายนี้ ถือเป็นความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ต้องถูกตรวจสอบ ยึดหรืออายัดทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายยาเสพติด และให้ถือเป็นความผิดมูลฐานตามประมวลกฎหมายฟอกเงินอีกด้วย