"เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเหมือนในอดีต เช่น กรณีอุบัติเหตุที่สีคิ้ว จ. นครราชสีมา ถนนพระราม 2 หรือเหตุการณ์ดินสไลด์จนอุโมงค์ทรุดตัวที่จังหวัดเชียงราย โดยกฎหมายนี้จะบังคับให้ผู้รับเหมาต้องมีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น และบังคับว่าอย่างน้อยที่สุดจะต้องมีประกันภัยคุ้มครองบุคคลภายนอกที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย" นายพิพัฒน์ ระบุ
"พิพัฒน์" เดินหน้า "MOT New Chapter" ปรับเกณฑ์ผู้รับเหมา ย้ำงานโครงสร้างพื้นฐานต้องใช้เวลาวัดผล
นายพิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า ในวันเดียวกันกระทรวงคมนาคม ได้เตรียมจัดงานสัมมนาเพื่อระดมสมองภายใต้ “MOT New Chapter" โดยมีการแบ่งกลุ่มเวิร์กช็อประดมความคิดเห็ของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ในวันที่ 13 ก.ค. 2569 โดยมีการแบ่งกลุ่มเวิร์กช็อประดมความคิดเห็นครอบคลุมทุกเส้นทาง ทั้งทางบก ทางราง ทางอากาศ และทางน้ำ ซึ่งจะมีการสรุปผลการสัมมนาในวันที่ 13 ก.ค. 2569 หลังจากนั้นจะนำแผนงานทั้งหมดไปมอบหมายให้ สนข. เป็นผู้มอนิเตอร์และติดตามความคืบหน้าการทำงานของแต่ละฝ่าย เพื่อให้ แผนการทำงานของแต่ละฝ่ายเป็นไปในทิศทางเดียวกันตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม
กรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ระบุว่า จะมีการวัดผลการทำงาน (KPI) ของรัฐมนตรี
นายพิพัฒน์ ตอบว่า สำหรับการทำงานของตน และรัฐมนตรีช่วยทั้ง 3 คน ต้องมาดูงานของกระทรวงว่า KPI อยู่ตรงไหน ยอมรับว่าสิ่งที่กระทรวงคมนาคมดำเนินการ ส่วนใหญ่เป็นโครงการที่ต้องใช้เวลา เพราะฉะนั้น จะมาบอกว่า ภายใน 3 เดือนจะให้รู้หรือจะให้งานสำเร็จคงไม่ได้ เพราะในโครงสร้างพื้นฐานของแต่ละชิ้น ล้วนแต่ต้องใช้เวลาทั้งนั้น แต่เราจะมีความคืบหน้าให้ ซึ่งในส่วนของตนและรัฐมนตรีช่วย ก็จะมีการทำงานและรายงานความคืบหน้าให้ทราบ แต่สิ่งที่เรามุ่งเน้น คือภาพรวมของระบบโลจิสติกส์ของประเทศ ต้องเดินให้ได้