เนชั่นทีวี

ข่าว

อดีตนายกสภาทนายความ ชี้ช่องฟ้องรัฐ-ยัดไฟหลวงให้ ปชช.จ่ายค่าไฟ

25 มิ.ย. 2569 | suwat_pan

อดีตนายกสภาทนายความ ชี้ช่องฟ้องรัฐ-ยัดไฟหลวงให้ ปชช.จ่ายค่าไฟ

”วิเชียร“อดีตนายกสภาทนายความ ชี้ช่องฟ้องรัฐ-ยัดไฟหลวงให้ ปชช.จ่ายค่าไฟอ่วม เเนะร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นศาล รธน.ตีความจัดสาธารณูปโภคสร้างภาระ เกินไป

เมื่อวันที่ 25มิ.ย.2569 ดร.วิเชียร ชุบไธสง อดีตนายกสภาทนายความ ได้เปิดเผยถึงกรณี ที่มีการนำค่าไฟฟ้าส่องทางสาธารณะ หรือในที่สาธารณะสอดไส้รวมใส่ใบแจ้งหนี้ให้ประชาชนเป็นผู้จ่ายทำให้ประชาชนต้องแบกภาระจ่ายค่าไฟฟ้าแพงกว่าที่ได้ใช้ไฟจริง ว่าเรื่องนี้เป็นการผลักภาระให้แก่ประชาชน 

 

จึงเป็นเหตุให้ฟ้องร้องได้เพราะเป็นกรณีเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของรัฐ ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 51 ซึ่งได้กำหนดให้รัฐมีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน อัน เป็นการทําเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนโดยตรง ย่อมเป็นสิทธิของประชาชนและชุมชนที่จะติดตาม และเร่งรัดให้รัฐดําเนินการ รวมตลอดทั้งฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดให้ประชาชน หรือชุมชนได้รับประโยชน์นั้นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ

ประกอบกับ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 7 วรรคหนึ่ง (4) และมาตรา 45 ซึ่งได้กำหนดให้เรื่องนี้ให้อยู่ในอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 56 บัญญัติว่า

    “รัฐต้องจัดหรือดำเนินการให้มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชนอย่างทั่วถึงตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน

   โครงสร้างหรือโครงข่ายขั้นพื้นฐานของกิจการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของรัฐอันจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชนหรือเพื่อความมั่นคงของรัฐ รัฐจะกระทำด้วยประการใดให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชนหรือทำให้รัฐเป็นเจ้าของน้อยกว่าร้อยละห้าสิบเอ็ดมิได้“

   [การจัดหรือดำเนินการให้มีสาธารณูปโภคตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง รัฐต้องดูแลมิให้มีการเรียกเก็บค่าบริการจนเป็นภาระแก่ประชาชนเกินสมควร]

 

การนำสาธารณูปโภคของรัฐไปให้เอกชนดำเนินการทางธุรกิจไม่ว่าด้วยประการใดๆ รัฐต้องได้รับประโยชน์ตอบแทนอย่างเป็นธรรม โดยคำนึงถึงการลงทุนของรัฐ ประโยชน์ที่รัฐและเอกชนจะได้รับและค่าบริการที่จะเรียกเก็บจากประชาชนประกอบกัน การที่รัฐได้มีการจัดให้มีแสงสว่างในยามค่ำคืนโดยติดตั้งไฟส่องทางสาธารณะ หรือในที่สาธารณะ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนอันเป็นหน้าที่ของรัฐโดยตรง 

แต่รัฐต้องดูแลมิให้มีการเรียกเก็บค่าบริการจนเป็นภาระแก่ประชาชนเกินควร ซึ่งการนำค่าไฟส่องทางสาธารณะหรือในที่สาธารณะ รวมเข้าไปในใบแจ้งหนี้ค่าไฟฟ้าของประชาชนทุกครัวเรือนที่มีการใช้ไฟถือได้ว่าเป็นการเรียกเก็บค่าบริการจนเป็นภาระแก่ประชาชนเกินควร 

 

    ดังนั้นประชาชนหรือชุมชนที่ได้รับความเสียหายสามารถฟ้องร้องหรืออาจดำเนินการยื่นเรื่องร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ดำเนินการฟ้องร้องหน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณามีคำสั่งหรือคำวินิจฉัย

 

      ดร.วิเชียรอดีตนายกสภาทนายความ กล่าวต่ออีกว่า เคยมีกรณีเทียบเคียงเรื่องค่าไฟแพงที่เกิดขึ้นในอดีตซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำสั่งหรือคำวินิจฉัยเอาไว้ ปรากฏตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 1 / 2566 แม้คดีดังกล่าวยังไม่เป็นไปตามความคาดหวังของฝ่ายผู้ร้อง แต่ข้อเท็จจริงในเรื่องค่าไฟแพงด้วยการนำเอาค่าไฟส่องทางสาธารณะหรือในที่สาธารณะรวมใส่ในใบแจ้งหนี้ให้ประชาชนผู้ใช้ไฟเป็นผู้จ่ายเงินแทนรัฐ โดยที่ประชาชนไม่เคยรู้มาก่อน จึงถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องเฝ้าจับตามองอย่างใกล้ชิดต่อไป

ข่าวล่าสุด