เปิดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ชัดภารกิจ “กรรมการสรรหา กสทช.”
17 มิ.ย. 2569 | katchatapong_lee

เปิดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ชัดภารกิจ “กรรมการสรรหา กสทช.” สิ้นสุดเมื่อสรรหาเสร็จสิ้น หลังตั้งคำถามอำนาจตรวจคุณสมบัติ "ประธาน กสทช." หลังล่วงเลย 4 ปี
ข่าว
17 มิ.ย. 2569 | katchatapong_lee

เปิดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ชัดภารกิจ “กรรมการสรรหา กสทช.” สิ้นสุดเมื่อสรรหาเสร็จสิ้น หลังตั้งคำถามอำนาจตรวจคุณสมบัติ "ประธาน กสทช." หลังล่วงเลย 4 ปี
จากปัญหาอำนาจของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ที่กำลังถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นข้อถกเถียงทางกฎหมายอีกครั้ง หลังมีการเปิดรับข้อมูล และข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เกี่ยวกับคุณสมบัติของ ศ.คลินิกสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ทั้งที่คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช.ได้เสนอรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกให้วุฒิสภาเห็นชอบ จนกระทั่งได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งกรรมการ กสทช. ไปตั้งแต่เมื่อเดือนเมษายน 2565 หรือเป็นเวลากว่า 4 ปีมาแล้ว แต่ภายหลังคณะกรรมการสรรหาฯ กลับมารวมตัวกันอีกครั้งในปี 2569 นี้ เพื่อพิจารณาในเรื่องที่น่าจะดำเนินการไปตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งเป็นข้อถกเถียงว่า คณะกรรมการสรรหา ยังมีอำนาจตามกฎหมายที่จะกลับมาพิจารณาเรื่องดังกล่าวหรือไม่ หลังจากกระบวนการสรรหาได้ดำเนินไปจนเสร็จสิ้น ทั้งการเสนอรายชื่อ การให้ความเห็นชอบโดยวุฒิสภา และการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งกรรมการ กสทช. ทั้ง 7 คน
นักกฎหมาย ตั้งข้อสังเกตว่า คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. มีสถานะเป็นกลไกเฉพาะในกระบวนการก่อนการแต่งตั้ง มิใช่องค์กรถาวรที่มีอำนาจต่อเนื่อง ในการตรวจสอบ หรือทบทวนคุณสมบัติของผู้ที่ได้รับแต่งตั้งแล้ว เพราะตามกฎหมายได้บัญญัติกรอบที่จะใช้อำนาจไว้อย่างชัดเจนแล้ว ตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 25-27/2555 ซึ่งเคยวางหลักเกี่ยวกับขอบเขตอำนาจของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ไว้
คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่า คณะกรรมการสรรหา ถูกกำหนดขึ้นเฉพาะ เมื่อมีเหตุที่ต้องมีการเลือกและแต่งตั้งกรรมการ เพื่อทำหน้าที่คัดเลือกผู้สมควรได้รับเลือกเป็นกรรมการโดยวิธีการสรรหา เสนอต่อวุฒิสภาพิจารณาลงมติ
สาระสำคัญของคำวินิจฉัยดังกล่าว ระบุว่า “เมื่อการดำเนินการสรรหาเสร็จสิ้นแล้ว ภารกิจของคณะกรรมการสรรหาในครั้งนั้นก็สิ้นสุดลง” สะท้อนว่าอำนาจของคณะกรรมการสรรหา มีขอบเขตจำกัดอยู่ในช่วงของกระบวนการสรรหาเท่านั้น พร้อมยังระบุว่า “ไม่ปรากฏว่า มีบทบัญญัติอื่นใด กำหนดให้คณะกรรมการสรรหา มีหน้าที่ในทางบริหาร หรือเป็นที่ปรึกษา หรือเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. หรือสำนักงาน กสทช.”
ดังนั้น การดำเนินการของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. จึงไม่ได้เป็นเพียงการตรวจสอบคุณสมบัติบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่กำลังดำเนินการ เลยขอบเขตอำนาจของคณะกรรมการสรรหาหลังการแต่งตั้งเสร็จสิ้นแล้วหรือไม่ และการดำเนินการในลักษณะดังกล่าว สอดคล้องกับแนวคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ รวมถึงเข้าข่ายเป็นการก้าวล่วงหรือแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. หรือไม่
ส่วนที่มาของการนำเรื่องดังกล่าวกลับเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการสรรหาชุดเดิมในครั้งนี้ แม้จะมีการอ้างว่า เป็นการดำเนินการภายหลังมีหนังสือส่งเรื่องจากหน่วยงานธุรการที่เกี่ยวข้อง แต่ยังมีคำถามว่า การพิจารณาดังกล่าวเกิดขึ้นจากฐานอำนาจตามกฎหมายโดยตรง หรือเป็นผลสืบเนื่องจากข้อร้องเรียนและข้อมูลที่ถูกส่งเข้ามาจากบุคคลหรือกลุ่มภายนอก ซึ่งมีจุดยืนวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติหน้าที่ของประธาน กสทช. มาอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น จึงจะต้องติดตามว่า บรรทัดฐานสำคัญของกระบวนการสรรหากรรมการ กสทช. ซึ่งมีแนวคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่มีผลผูกพันทุกองค์กร จะถูกนำมาพิจารณาโดยคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช.อย่างไร